หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

“ภาษาร่าย” เป็นภาษาสำหรับสถานการณ์พิเศษ เช่น สื่อสารกับผี, เทวดา, สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่เหมาะจะใช้ภาษาพูด หรือภาษาเพลง แต่ภาษาร่ายอยู่ก้ำกึ่งระหว่างภาษาพูดกับภาษาเพลง ร่าย เป็นสมบัติร่วมกันของชนชั้นสูงและไพร่ วัดเป็นตัวเชื่อมและจรรโลงร่ายของไพร่และชนชั้นสูงให้อยู่ร่วมกันตั้งแต่โบราณกาลตราบจนทุกวันนี้(สรุปจากหนังสือปากไก่และใบเรือ ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2527)

ถ้าคำคล้องจองเป็นต้นเค้าให้เกิดร้อยกรอง แต่ยังไม่ถือเป็นร้อยกรอง ร่ายก็เป็นรากเหง้าเก่าสุดของร้อยกรอง เพราะมีส่งสัมผัสเป็นทอดๆตั้งแต่ต้นจนสุดท้ายอย่างแบบแผนของร้อยกรองแล้ว

คนดึกดำบรรพ์ 3,000 ปีมาแล้ว ที่เป็นบรรพชนของตระกูลไทย-ลาว มีหมอผีเป็นหัวหน้าพิธีกรรมซึ่งควรเป็นผู้หญิงที่คนอื่นเรียกแม่(แปลว่า ผู้เป็นใหญ่) คือแม่สี  (สี กร่อนจากคำเขมรว่า สตรี)

แม่สี ที่เป็นหมอผี ต้องทำพิธีเลี้ยงผีและพิธีสู่ขวัญให้ชุมชนด้วยภาษาร่าย ขณะเดียวกันชุมชนก็เซิ้งด้วยภาษาร่ายเพื่อวิงวอนร้องขอน้ำฝนจากผีฟ้าผีแถน

เมื่อศาสนาพุทธ-พราหมณ์ เข้ามาถึงสุวรรณภูมิก็รับแบบแผนภาษาร่ายอันศักดิ์สิทธิ์มาใช้ในศาสนา แล้วส่งต่อให้ราชสำนักที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ด้วย

ร่ายมีในบทเชิญผีของโองการแช่งน้ำในราชสำนักเป็นพยาน แล้วมีจำนวนมากในบทประณามพจน์, สรรเสริญ, ยอพระเกียรติ, เช่น บทสรรเสริญเทวดา พระพรหม, พระอีศวร(ศิวะ), พระนารายณ์ ตอนต้นโองการแช่งน้ำ

พุทธศาสนาใช้ร่ายมาก มีอยู่ในมหาชาติคำหลวง, กาพย์มหาชาติ, จนถึง ร่ายยาวมหาเวสสันดร

ภาษาร่ายราชสำนักยังมีใช้อยู่ในพระราชพิธีมีในกฎมณเฑียรบาล เรียกการละเล่นนี้ว่าระเบ็ง(หรือโอละพ่อ) ได้แบบแผนเซิ้งของไพร่มาปรับปรุงใช้งาน

การละเล่นชุดนี้มีเครื่องมือตีประกอบอย่างเดียวคือฆ้อง 3 ใบเถา ที่เรียกกันต่อมาว่าฆ้องระเบ็ง หรือฆ้องราว เพื่อตีเป็นเสียง สูง กลาง ต่ำ กำกับจังหวะร้อง (หรือเซิ้ง) และรับร้องของผู้เล่น ซึ่งเริ่มด้วยบทถวายบังคมว่า

โอละพ่อถวายบังคม                         โอละพ่อประนมกรทั้งปวง

โอละพ่อบัวตูมทั้งปวง                      โอละพ่อบัวบานทั้งปวง

โอละพ่อกลับซ้ายไปขวา                    โอละพ่อกลับขวามาซ้าย

โอละพ่อกลับหน้าเป็นหลัง                  โอละพ่อกลับหลังเป็นหน้า

ฯลฯ

เพราะบทระเบ็งมักขึ้นต้นด้วยคำว่าโอละพ่อ บางทีจึงเรียกการละเล่นชุดระเบ็งนี้ว่า โอละพ่อ ต่อจากนั้นเป็นบทเดินดงหรือชมดง แล้วก็ถึงบทปะทะ(หรือรบ), บทสาป, แล้วจบลงด้วยบทคืน

วิธีเล่นไม่ซับซ้อน ให้ผู้เล่นต้นเสียงคนหนึ่งร้องนำขึ้นก่อนว่า โอละพ่อถวายบังคม แล้วผู้เล่นทั้งหมดร้องรับทวนซ้ำเป็นลูกคู่ขึ้นพร้อมกัน ขณะทำท่าถวายบังคม เมื่อจบคำร้องแต่ละวรรค ผู้บรรเลงจะตีฆ้อง 3 ใบเถาไล่จากเสียงต่ำไปหาสูง และจากเสียงสูงลงมาหาต่ำ เป็นหนึ่งชุดทุกวรรค

ต่อจากนั้นต้นเสียงเริ่มร้องวรรคต่อไป ผู้เล่นทั้งหมดก็ร้องรับเป็นลูกคู่ทวนซ้ำพร้อมกันเหมือนเดิม อย่างเดียวกับเซิ้งบั้งไฟ

คำร้อง(เซิ้ง) ระเบ็งคือภาษาร่ายเสรีที่ไม่เน้นสัมผัสระหว่างวรรค ส่วนระเบียบและทำนองร้องนำแล้วมีลูกคู่ร้องทวนเป็นอย่างเดียวกับประเพณีเซิ้งในวัฒนธรรมลาวของชุมชนชาวบ้านตระกูลไทย-ลาวลุ่มน้ำโขงที่ยังปฏิบัติสืบมาทุกวันนี้

สมุดบันทึกปะปิดพิจิตรวาร ปี 2553  มีขนาดรูปเล่ม 20 x 20 ซม. จำนวน 184 หน้า ปกแข็ง พิมพ์สี่สีสวยงามด้วยกระดาษและเทคนิคการพิมพ์แบบพิเศษ

จำหน่ายราคาเล่มละ 295 บาท รายได้สมทบทุนการดำเนินงานของพิพิธภัณฑ์สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า

sildenafil sublingual lexapro generic buy}