Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

 

นางละเวงวัณฬา ในพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ได้จากพระนามควีนวิกตอเรียของอังกฤษ (หนังสือเล่มใหม่ของไกรฤกษ์ นานา ระบุว่า ครองราชย์ระหว่าง ค.ศ. 1837-1901 ตรงกับ พ.ศ. 2380-2444 ตั้งแต่แผ่นดินรัชกาลที่ 3 ถึงรัชกาลที่ 5)

ไกรฤกษ์ นานา เล่าเรื่องภาพเขียน“จ้าววิลาด” (วิลาด เป็นชื่อที่คนไทยเรียกตามภาษาปาก หมายถึงประเทศอังกฤษ) ไว้ในหนังสือเล่มใหม่ ค้นหารัตนโกสินทร์ 2 เทิดพระเกียรติ 100 ปี วันสวรรคต รัชกาลที่ 5 จะคัดมาให้อ่านดังนี้

หลังจากที่ควีนวิกตอเรียแห่งอังกฤษเสวยราชสมบัติแล้ว พระนางได้ทรงโปรดให้เชื้อเชิญวินเตอร์ฮอลเตอร์ จิตรกรฝีมือดีชาวเยอรมัน (ปรัสเซียเดิม) เข้ามาวาดพระรูปถวาย

ต้นแบบของพระรูปที่เขาวาดก็คือพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาดเต็มพระองค์ ในวันบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2380 (ค.ศ. 1837) เมื่อควีนมีพระชนมายุ 18 พรรษา ควีนโปรดปรานพระรูปภาพนี้มาก มีพระบัญชาให้เขาวาดซ้ำ (ทำซ้ำอีกรูปหนึ่ง ในลักษณะเดียวกัน) แต่เปลี่ยนเครื่องทรงออกเล็กน้อย โดยเปลี่ยนมงกุฎเพชร เป็นมงกุฎดอกหญ้า และไม่ทรงสวมพระภูษาคลุมไหล่

พระรูปควีนภาพ“ต้นแบบจำแลง”นี้มีอยู่จริง ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ภายในพระราชวังบังกิ้งแฮม ลอนดอน

แต่ในภายหลังนายวินเตอร์ฮอลเตอร์ได้นำต้นแบบจำแลงรูปนี้ ไปทำซ้ำบนแผ่นกระดาษด้วยกรรมวิธี“พิมพ์หิน”ที่เขาชำนาญ เพื่อถ่ายสำเนาออกเป็นหลายๆ ภาพสำหรับพระราชทานไปให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และทูตานุทูตโพ้นทะเล

รูปที่ตกมาถึงเมืองไทยน่าจะเป็นรูปที่ข้าหลวงใหญ่อังกฤษในอินเดียมอบให้ พระยาไทรบุรีเป็นที่ระลึก หรือเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเข้ามายังกรุงเทพฯ อีกต่อหนึ่ง พระยาไทรบุรี (ตนกูดายี) จึงได้นำเข้ามาถวาย ประมาณปี พ.ศ. 2384 หรือ พ.ศ. 2387 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชบัญชาให้ติดไว้ภายในท้องพระโรงกลางของพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัยเพื่อประดับพระบารมี คนไทยในสมัยนั้นเรียกรูปจ้าววิลาด

ต่อมาอีก 6 รัชกาล กินเวลาไม่ต่ำกว่า 165 ปี (พ.ศ. 2387-2552) รูปจ้าววิลาดตกทอดลงมาถึงรัชกาลที่ 9 ปัจจุบันเก็บรักษาและเปิดให้คนเข้าชมได้ภายใน  “ห้องของเล่น” ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ


(ซ้าย) ภาพพิมพ์หิน “รูปจ้าววิลาด” ในเมืองไทย (ขวามือ) จัดแสดงอยู่ภายในห้อง “ห้องของเล่น” ณ พระที่นั่งวิมานเมฆ (ขวา) “รูปจ้าววิลาด” ในเมืองไทยเป็นภาพพิมพ์หิน สร้างจากรูปวาดฝีมือนายวินเตอร์ฮอลเตอร์ ถอดแบบมาจากต้นแบบที่ 2 ซึ่งเขานำมาพิมพ์ซ้ำด้วยระบบพิมพ์หินเพื่อให้ได้ปริมาณมากๆ สำหรับควีนจะได้พระราชทานออกไปยังบุคคลต่างๆ

สุนทรภู่ต้องรู้เรื่องควีนวิกตอเรียกับภาพเขียน“จ้าววิลาด” จึงสร้างบุคลิกนางละเวงวัณฬาให้วิลิศมาหราคล้ายกัน แล้วให้มีรูปวาดนางละเวงที่เจ้าเมืองทั้งหลายรวมทั้งพระอภัยมณี “หลงรูป จูบกระดาษที่วาดไว้”

“หนังสือเล่มนี้ เกิดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติ 100 ปี วันสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระมหากษัตริย์ผู้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกรุงรัตนโกสินทร์ ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และจุดเชื่อมโยงของยุคเก่าและใหม่ที่แตกต่างเข้าด้วยกัน

ค้นหารัตนโกสินทร์เล่ม 2 นี้ เป็นความต่อเนื่องของจุดประสงค์เดิมในเล่มแรกในการรวมบทความที่ข้าพเจ้าเขียนลงในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ระหว่างปี พ.ศ. 2552-2553 โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อนำคำวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเมืองไทยตามทัศนะของชาวตะวันตก ปรากฏอยู่ในเอกสารหายากจากทวีปยุโรปกับมาให้คนไทยได้อ่าน เพื่อให้เห็นความสอดคล้องหรือขัดแย้งกับเอกสารในบ้านของเรา

นอกจากแง่คิดและมุมมองที่แตกต่างมากมาย ซึ่งทำให้เราได้เข้าใจกรุงรัตนโกสินทร์ดีขึ้นแล้ว เอกสารจากต่างประเทศยังมีเอกลักษณ์ของ ‘รูปภาพ’ ที่เราไม่เคยพบเห็นมาก่อนติดมาอีกด้วย ภาพเหล่านี้ช่วยเปิดมุมมองของประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่เคยมีรูปภาพมาแสดงให้ชมและเป็นจุดเด่นของหนังสือชุดนี้” ราคา 310 บาท