Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

ไม่น่าเชื่อว่ามีผู้คิดแล้วลงมือทำ “แบ่งปันและเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ” มานานแล้ว แต่ซ่อนอยู่ที่วัดเกยไชยเหนือ(บรมธาตุ) ต. เกยไชย อ. ชุมแสง จ. นครสวรรค์

วัดเกยไชยเหนือ ตั้งอยู่มุมฝั่งขวาริมตลิ่งที่แม่น้ำยมกับแม่น้ำน่านไหลจากทางเหนือลงมาสบรวมกันไหลลงทิศใต้ไปรวมกับแม่น้ำปิงที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์

มุมวัดเกยไชยเหนือเป็นเนินสูง มองเห็นแม่น้ำสองสายเป็นง่าม มีสองแง่แลละลิ่วไปลิบๆ “ทิพยรูป” ทางวัดร่วมกับโรงเรียนวัดฯทำป้ายปักไว้แน่นหนาแข็งแรง มีข้อความอธิบาย(ทั้งภาษาไทย-อังกฤษ) เรื่องประวัติธรรมชาติแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน สั้นๆกะทัดรัด ได้ใจความสำคัญ (ดูในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม ฉบับวันนี้  แต่อาจมีบกพร่องเล็กน้อย ต้องแก้ไข ขอให้ตรวจสอบกับข้อความจาก อักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2545 มาพิมพ์ไว้พร้อมกันนี้แล้ว)

เมื่อเห็นป้ายบอกประวัติแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน ที่วัดเกยไชยเหนือ ผมยืนอ่านไปด้วย แล้วมองแม่น้ำสองสายสบกันไปด้วย เห็นแล้วชื่นอกชื่นใจ ไม่เคยคาดคิดว่าจะมีผู้ศรัทธาแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะได้งดงามอย่างนี้

อปท. ควรพิมพ์เป็นแผ่นพับเล็กๆพร้อมแผนที่ ไปแจกตามโรงเรียนต่างๆให้ทั่วอำเภอหรือทั่วจังหวัด แล้วควรกระตุ้นเชื้อเชิญให้คนทั้งหลายไปยืนดูแม่น้ำสองสายที่วัดนี้ด้วยตัวเอง จะได้บุญกุศลนัก

นี่คือการแบ่งปันและเผยแพร่ความรู้อย่างรื่นรมย์และอย่าง“ไม่เป็นทางการ” แต่สนุกสนาน

ประวัติศาสตร์ไทยไม่เป็นประวัติศาสตร์สังคม ไม่มีท้องถิ่นและภูมิประเทศ เพราะเป็นประวัติศาสตร์ราชวงศ์และสงคราม ส่งผลให้สังคมไทยไม่มีแผนที่อยู่ในหัวใจ อธิบายไม่ได้ว่าถิ่นฐานบ้านเกิดของตนอยู่ตรงไหนของประเทศไทย? มีแม่น้ำลำคลองชื่ออะไรไหลผ่าน? ฯลฯ

สังคมไทยให้ความสำคัญกับ“ทางการ” จึงยกย่องเครื่องแบบตั้งแต่นักเรียน, นักศึกษา, จนถึงข้าราชการ แต่ไม่อ่านหนังสือ ทำให้ “การอ่านเป็นภาระแห่งชาติ”

การแบ่งปันเผยแพร่ความรู้อย่างง่ายๆ ไม่เป็นทางการเหมือนวัดเกยไชยเหนือกับโรงเรียนวัดฯ ทำคำอธิบายแม่น้ำยม-แม่น้ำน่าน นี่แหละ จะมีคนมายืนอ่านอย่าง“ไม่เป็นทางการ”มากขึ้น แล้วได้ความรู้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเข้าห้องเรียน และไม่ต้องอ่านเป็นเล่มๆ

ขออนุโมทนาสาธุการยกย่องวัดเกยไชยเหนือ(บรมธาตุ) กับโรงเรียนวัดฯ อ. ชุมแสง จ. นครสวรรค์ แล้วป่าวร้องให้รู้ทั่วกันตรงนี้ วันนี้ ว่าวัดและโรงเรียนอื่นๆควรทำตามอย่างดีๆนี้

ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ควรทำแผ่นพับและแผ่นป้ายอธิบายสถานที่สำคัญของชุมชนท้องถิ่นอย่างนี้ติดไว้ในห้องสมุดประชาชน เพื่อกระตุ้นให้คนอ่านข้อความที่เป็นความรู้ท้องถิ่นของตัวเองอย่างง่ายๆสั้นๆ ขณะเดียวกันก็บริการคนต่างถิ่นและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมาได้ด้วย

โชคร้ายของสังคมชุมชนท้องถิ่น เพราะผู้บริหารห้องสมุดประชาชนฯไม่อ่านอะไรแล้วไม่ทำอะไร ทั้งๆในท้องถิ่นมีมรดกทางวัฒนธรรมคับคั่งตั้งอยู่

อนิจจา-น่าเสียดาย “อันของดีมีค่าราคายิ่ง อยู่กับลิงจะรู้ค่าราคาหรือ”

 

 

          แม่น้ำยม มีต้นน้ำเกิดจากลำน้ำเล็กๆหลายสายจากดอยสันปันน้ำ และดอยยอดภูรังกา ใน อ. ปง จ. พะเยา ไหลลงทางทิศใต้ ผ่าน อ. ปง, อ. เชียงม่วน,  จ. พะเยา

          เข้าเขต จ. แพร่ ผ่าน อ. สอง, อ.ร้องกวาง, อ. เมืองฯ, อ. สูงเม่น, อ. เด่นชัย, อ. ลอง,  อ. วังชิ้น แล้วไหลเข้าเขต จ. สุโขทัย ผ่าน อ. ศรีสัชนาลัย, อ. สวรรคโลก, อ. ศรีสำโรง, อ. เมืองฯ, อ. กงไกรลาศ เข้าเขต จ. พิษณุโลก ผ่าน อ. บางระกำ เข้าเขต จ. พิจิตร ผ่าน อ. สามง่าม, เป็นเส้นแบ่งเขต อ. เมืองฯ กับ อ. โพธิ์ประทับช้าง ผ่าน อ. โพทะเล 

          แล้วไหลเข้าเขต จ. นครสวรรค์ ผ่าน อ. ชุมแสง ไปรวมกับแม่น้ำน่านที่บ้านเกยไชย ต. เกยไชย อ. ชุมแสง แม่น้ำยมยาว 700 กม.

 

 

          แม่น้ำน่าน มีต้นน้ำเกิดจากดอยภูแว ใน อ. ปัว จ. น่าน ในทิวเขาหลวงพระบาง ซึ่งแบ่งเขตแดนระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไหลไปทางทิศเหนือ เข้า อ. ทุ่งช้าง แล้ววกลงทางใต้ ผ่าน อ. เชียงกลาง, อ. ปัว,  อ. ท่าวังผา, อ. เมืองฯ และ อ. สา จ. น่าน

          ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ ผ่านตัวเขื่อนที่ อ. ท่าปลา จ. อุตรดิตถ์ ไหลผ่าน อ. เมืองฯ, อ. ตรอน, อ. พิชัย แล้วเข้าเขต จ. พิษณุโลก ผ่าน อ. พรหมพิราม ผ่านเขื่อนนเรศวร ผ่าน อ. เมืองฯ, อ. บางกระทุ่ม เข้าเขต จ. พิจิตร ผ่าน อ. เมืองฯ, อ. ตะพาน หิน, อ. บางมูลนาก เข้าเขต จ. นครสวรรค์ ผ่าน อ. ชุมแสง มีแม่น้ำยมไหลมาร่วม ที่บ้านเกยไชย

          ไหลต่อไปทางใต้ เข้าเขต อ. เมืองฯ จ. นครสวรรค์ มีแม่น้ำปิงไหลมาบรรจบใน ต. แควใหญ่ จากนั้นรวมกันเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปากน้ำโพ แม่น้ำน่านยาว 740 กม.