Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

ไปเมืองอุบลฯ เมื่อวันอังคารที่ 30 มีนาคม ค้างคืนเดียว ถือว่า“ได้บุญ”กลับกรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 31 มีนาคม

ที่ว่า“ได้บุญ” เพราะดูนิทรรศการ แล้วฟังประชุมเสวนา จัดโดยโครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (กลุ่มที่ 1) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ทำให้ผมได้ความรู้ท้องถิ่นอีสานใต้เพิ่มจากเดิมที่เคยรู้ งูๆปลาๆ

กลุ่มที่ 1 มี 8 จังหวัด คือ บุรีรัมย์, สุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ยโสธร, อำนาจเจริญ, มุกดาหาร, นครพนม

“เขียนประวัติศาสตร์ด้วยมือเรา” เป็นข้อความที่ผมจำจากนิทรรศการประวัติศาสตร์สามัญชนของ 129 โรงเรียน ที่ควรยกเป็นคำขวัญของโครงการนี้ทั่วประเทศ(ขอประทานโทษถ้าจำมาผิด กรุณาแก้ไขด้วย)

โครงการฯนี้เป็นกิจกรรมของนักเรียน, ครู, ร่วมกับชาวบ้านในชุมชน “เขียนประวัติศาสตร์ชุมชนด้วยมือเรา” โดยมีอาจารย์มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นเป็น“เพื่อนร่วมคิด มิตรร่วมทำ” 

บทคัดย่อของงานที่ทำเสร็จแล้วนับร้อยๆเรื่อง พิมพ์เป็นเอกสารงานครั้งนี้ ผมอ่านหมดเล่มอย่างรวดเร็วในวันที่ได้รับแจกจนเนื้อเต้นระริกระรัว เพราะเท่ากับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ และเหลือวิสัยที่นักประวัติศาสตร์กระแสหลักจะทำได้อย่างนี้

มี 4 ประเด็นที่อยากให้ปรับเพื่อประโยชน์ของชาวบ้านคนอ่านเมื่อเผยแพร่ออกไป ดังนี้

  1. แผนที่ เพิ่มเข้าไปเพื่อบอกแหล่งที่เขียนประวัติศาสตร์ว่าอยู่ตรงไหน? แม่น้ำ ภูเขา อยู่ตรงไหน?
  2. ชื่อบ้านนามเมือง โดยเฉพาะชื่อแหล่งนั้นๆ แปลว่าอะไร? หมายถึงอะไร? อย่าบอกคำแปลเท่านั้น ต้องบอกความหมายด้วย
  3. ภาษาคน ข้อความเขียนอธิบายให้เป็นภาษาคนอย่างกระชับ ไม่ยืดยาด ไม่เยิ่นเย้อ อย่าทำเป็นภาษาวิชาการที่มนุษย์อ่านไม่รู้เรื่อง(เพราะภาษาวิชาการไม่ใช่ภาษาคน)
  4. แบ่งปันเผยแพร่ เมื่อเสร็จแล้วอย่าเอาเก็บเข้าตู้เหล็ก กรุณาแบ่งปันเผยแพร่อย่างมี“ยุทธวิธี” สื่อสารกับชุมชนได้กว้างขวางอย่างง่ายๆ พร้อมกับขอความร่วมมือจากสื่อ โดยเฉพาะวิทยุ, โทรทัศน์ ซึ่งยากมากๆ แต่ก็ขอให้พยายามขอร้องเขา เพราะสื่อพวกนี้มีแนวโน้มเป็นขุนนางอำมาตย์ยุคใหม่ เพราะถูกครอบงำด้วยประวัติศาสตร์แห่งชาติที่มีแต่เรื่องราวของราชวงศ์และสงคราม จึงไม่มองท้องถิ่น ชอบเสนอแต่กิจกรรมชนชั้นกลางในกรุงเท่านั้น

 

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และประวัติศาสตร์สามัญชน โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ เขียนให้โครงการยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นฯ งานนี้ อ่านได้ใน www.sujitwongthes.com

ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างนี้แหละที่ต้องมีทั่วประเทศ ขอบคุณที่ สกว.(สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) อุดหนุนงานนี้ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว แต่ผู้บริหาร สกว. ไม่ควรฉวยโอกาสเป็นศาสดาเสียเอง เที่ยวแก้ตัวให้เจ้านายต่อความผิดพลาดในประวัติศาสตร์

อปท. (องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น)เกือบทั่วประเทศ ไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างนี้ ทั้งๆเป็นพลังอุดหนุนให้เกิดความผูกพัน แล้วสร้างสรรค์ท้องถิ่นให้ก้าวหน้า

มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นจำนวนมากไม่สนใจเรื่องนี้เลย น่าเสียดาย และน่าสมเพชเวทนาอย่างยิ่ง

“เขียนประวัติศาสตร์ด้วยมือเรา” เป็นข้อความแสดงแนวทางยุววิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่มีชีวิตชีวา แล้วหารือร่วมกันในห้องประชุม ที่ จ. อุบลราชธานี เมื่อวันพุธที่ 31 มีนาคม 2553 ที่ผ่านมา