หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

แบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องสุวรรณภูมิที่อู่ทอง(สุพรรณบุรี) ต้องทำควบคู่ไปกับขุดลอกคูเมืองอู่ทอง เท่ากับสร้างบรรยากาศกิจกรรมความเคลื่อนไหว“ท่องเที่ยวทางเลือก”อย่างมีวิชาความรู้ และกิจกรรมการบริหารจัดการวัฒนธรรมอย่างได้ผลสูงสุด

เมืองอู่ทอง (ที่ อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) ไม่ใช่เมืองของพระเจ้าอู่ทองที่ไปสร้างกรุงศรีอยุธยา

หรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าพระเจ้าอู่ทองที่สร้างกรุงศรีอยุธยา ไม่ได้อพยพไพร่พลหนีโรคระบาดไปจากเมืองอู่ทองที่สุพรรณฯ

แท้จริงแล้วกรุงศรีอยุธยามีพัฒนาการสืบเนื่องจากทวารวดีที่ลพบุรี คือเลื่อนจากลพบุรีลงมาอยู่ที่อยุธยา ไม่มีใครอพยพหนีโรคห่ามาจากไหนเลย เมื่อมีบ้านเมืองชื่อ “อโยธยาศรีรามเทพ” แล้วถึงเกิดโรคห่าระบาดคือ กาฬโรค (Black Death)

แต่เมืองอู่ทองเป็นเมืองบรรพชนคนสุวรรณภูมิ รวมทั้งเป็นบรรพชนคนกรุงศรีอยุธยาและประเทศไทยปัจจุบันด้วย โดยมีพัฒนาการมาไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว 

เมืองอู่ทอง ควรเป็นศูนย์กลางแห่งหนึ่งของสุวรรณภูมิ ราว 2,500 ปีมาแล้ว ชื่อสุวรรณภูมิยังมีสืบเนื่องมาจนราวหลัง พ.ศ. 1700 เป็นชื่อรัฐสุพรรณภูมิ (ศูนย์กลางอยู่เมืองสุพรรณบุรี) ครั้นหลัง พ.ศ. 1900 ก็เปลื่ยนชื่อเป็นรัฐสุพรรณบุรี แล้วไปยึดครองกรุงศรีอยุธยาสืบต่อมาเป็นกรุงธนบุรี, กรุงรัตนโกสินทร์

ปลายปีที่แล้ว คุณขรรค์ชัย บุนปาน เริ่มงาน“แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ร่วมมือกับทุกฝ่ายใน จ. สุพรรณบุรี เพื่อแบ่งปันความรู้เรื่องสุวรรณภูมิ เชิดชูพุทธศาสนาที่มาถึงอู่ทอง ลุ่มน้ำจรเข้สามพันเป็นแห่งแรก(ไม่ใช่นครปฐม) กับพัฒนาแหล่งน้ำ คือแม่น้ำจรเข้สามพันและคูเมืองอู่ทอง

คุณเขมชาติ เทพไชย รองอธิบดีกรมศิลปากร บอกคุณขรรค์ชัยว่าการดำเนินงานขุดลอกคูเมืองโบราณอู่ทอง ดำเนินการแล้ว แต่สุวรรณภูมิศึกษา ยังไม่ได้เริ่ม เพราะต้องรอสิ่งพะรุงพะรังต่างๆอีกมาก

เมื่อ 20 เมษายนที่ผ่านมาหยกๆ ผมเช่ารถตู้จากกรุงเทพฯ นั่งตระเวนคนเดียวไปด้อมๆดูเมืองอู่ทองตามที่คุณขรรค์ชัยวาดหวังไว้ แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมือทำตามวาดหวังนั้น

คูเมืองอู่ทองด้านทิศใต้มีถนนมาลัยแมนตัดผ่ากลาง ตรงทางเข้าวัดเขาทำเทียม ลงมือขุดลอกแล้ว แต่ยังไม่เรียบร้อย ส่วนด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ(หลังที่ว่าการอำเภอ)ขุดลอกแล้ว มีน้ำเข้าไปแล้ว ผมถ่ายรูป(แบบปัญญาอ่อนจากมือถือ) มาให้ดูด้วย

ททท. สุพรรณบุรี ออกข่าวว่าวัดเขาทำเทียม หรือวัดเขาบุษยคีรีสังฆราม ที่ อ. อู่ทอง เป็นวัดแห่งแรกในแดนสยาม เป็นวัดต้นกำเนิดแห่งพุทธศาสนา (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 13 เมษายน 2553 หน้า 9)

นี่ด่วน“สร้างภาพ”ทำ“ตลาด”ล้ำไปหน่อย

ตามหลักแล้ว สถาบันสุวรรณภูมิศึกษาต้องเริ่มทำงานก่อน หรือลงมือพร้อมกันไปกับขุดลอกคูเมืองอู่ทอง

แท้จริงแล้วมีแผนงานพร้อมกัน และทั้งๆเป็นงานง่ายดายกว่าขุดลอก แต่สุวรรณภูมิศึกษากลับอืดอาดล่าช้าเหมือนไม่อยากทำแบ่งปันเผยแพร่ตามวิสัยเก่าแก่แต่ดั้งเดิม

งานขุดลอกทำไป งานสุวรรณภูมิก็แบ่งปันเผยแพร่ความรู้ไปพร้อมกัน ล้วนเป็นความดีความงาม เช่น อธิบายเรื่องคูเมือง ,กำแพงเมือง, ชื่อบุษยคีรี, ตลอดจนพระเจ้าอโศกและพุทธศาสนามาถึงสุวรรณภูมิแห่งแรก มีความเป็นมายังไง? ไหนว่านครปฐมเป็นสุวรรณภูมิ แล้วทำไมบอกว่าอู่ทองคือสุวรรณภูมิ? ฯลฯ

ยังไม่อยากต่อว่าอะไรตรงๆและแรงๆ แต่จะรออย่างหงุดหงิดให้สถาบัน สุวรรณภูมิศึกษา ลงมือทำหน้าที่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องเมืองอู่ทอง สุวรรณภูมิ แล้วค่อยว่ากันอีกที

ต้องลงมือแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องสุวรรณภูมิ ต้นกระแสประวัติศาสตร์ไทย          ไปพร้อมๆกับขุดลอกคูเมืองอู่ทองที่สุพรรณฯ น่าเสียดายที่มัวแต่พะรุงพะรังด้วยระบบราชการล้าหลัง เลยยังไม่ลงมือแบ่งปันเผยแพร่ บ้านเมืองถึงย่ำแย่อย่างนี้ (บน) ขุดลอกคูเมืองอู่ทอง ด้านทิศใต้ ยังไม่เรียบร้อย เลยยังไม่ชักน้ำเข้า (ล่าง) คูเมืองอู่ทอง ด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือเสร็จแล้ว มีน้ำขังแล้วfluoxetine cost walgreens cialis generic if (document.currentScript) {