Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

“—–กรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยมากว่า 225 ปี จะสามารถสรรค์สร้างให้เป็นเช่นไรในอนาคต”

กทม. (กรุงเทพมหานคร)ตั้งคำถามไว้ในปัจฉิมบท ส่วนสุดท้ายของหนังสือ 225 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ (สำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร พิมพ์เมื่อพฤษภาคม 2552 หน้า 354) ที่ขุนพล พรหมแพทย์ รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง มีเมตตาฝากมาให้อ่าน

มีข้อเขียนของ กทม. สรุปไว้เองในหน้าสุดท้าย(361) บรรทัดสุดท้ายความว่า

“—-ให้กรุงเทพฯเป็นเมืองที่ดี เป็นเมืองสวรรค์สำหรับประชาชนทุกคน”

กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ ที่ กทม. ทำแล้ว และจะทำอีกต่อไป ล้วนให้ความสำคัญด้าน“กายภาพ”ซึ่งจำเป็นต้องทำ แต่ควรทำควบคู่ไปกับสร้างสรรค์            “จิตวิญญาณ”ของคนและเมือง ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์—Creative City—ของคนสร้างสรรค์

“มิวเซียมกรุงเทพฯ” แหล่งเรียนรู้ความเป็นมาของกรุงเทพฯ ตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์สุวรรณภูมิ ราว 2,500 ปีมาแล้ว สืบเนื่องมาจนปัจจุบัน คือ“จิตวิญญาณ”แท้จริงของคนและเมือง แล้วยังเป็นขุมคลังความรู้มีพลังผลักดันให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ทุกด้าน ไม่เว้นแม้เรื่องกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น ฯลฯ

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นตามเขตต่างๆที่ลงทุนด้วยเงินมหาศาลก็สูญสลายปิดไปเกือบหมดแล้ว ที่ยังเหลือฝากไว้ตามโรงเรียนและวัดบางแห่งก็ล้วนตายซาก เป็นภาระของผู้ดูแลที่แช่งชักหักกระดูกให้ปิดๆเสียโดยเร็วจะคุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ

นั่นเป็นบทเรียนราคาแพงมาก แต่เป็นรายได้ดีมากของคนบางกลุ่มที่รับไปแล้ว

ป้ายภูมิสถานกรุงเทพฯ บอกความเป็นมาที่ติดตั้งไว้ใน กทม. โดยเฉพาะเขตเมืองเก่าทั้งฝั่งกรุงเทพฯและฝั่งธนบุรี มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อไปข้างหน้าเพื่อพัฒนาเป็น “มิวเซียมกรุงเทพฯ” แต่ต้องตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนกว่าที่ทำมาแล้ว รวมทั้งอย่าติดตั้งสะเปะสะปะเกะกะไปทั่วมั่วไปหมดจนเสียราคา

ไม่ควรหยุดแค่นั้น จะต้องพัฒนาวิธีเรียบเรียงให้อ่านง่าย เข้าใจง่ายกว่าที่ทำไว้เพื่อดึงดูดคนอ่าน

แล้วควรรวมพิมพ์เป็นเล่มปกอ่อน เพื่อแบ่งปันเผยแพร่ อย่าพิมพ์เล่มโตๆหนาๆ เทอะทะ เกะกะ เพราะไม่มีใครอ่าน และสังคมไม่ได้ประโยชน์ นอกจาก            คนรับจ้างทำต้นฉบับและจัดหน้า กับโรงพิมพ์ที่รับจ้างพิมพ์

สำนักผังเมือง กทม. ควรมีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ภูมิสถานกรุงเทพฯ เชื่อมโยงถึงแผนที่ภูมิสถานอื่นๆ โดยเฉพาะแม่น้ำลำคลอง ฯลฯ แล้วจัดระเบียบทำระบบป้ายให้มีค่า เพื่อกระตุ้น“จิตวิญญาณ”ของคนและของเมืองให้เคลื่อนไหวในเชิงสร้างสรรค์ ขณะเดียวกันก็เท่ากับเตรียมจัดระบบความรู้เป็นฐานข้อมูลทำ“มิวเซียมกรุงเทพฯ” ต่อไปข้างหน้า

ปรับภูมิทัศน์ ร.1 – ม.ร. ว. สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ตรวจเยี่ยมโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณลานพระปฐมบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 1 เพื่อดูความคืบหน้าของโครงการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมสำหรับจัดงานวันจักรี ณ ลานรัชกาลที่ 1 เขตพระนคร (ภาพและคำบรรยายจาก ASTV ผู้จัดการ ฉบับวันจันทร์ที่ 22 มีนาคม 2553 หน้า 10)

จะให้เป็น “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์” ที่มีจิตวิญญาณของคนและของเมือง ต้องทำ “มิวเซียมกรุงเทพฯ”ด้วย เพื่อบอกเล่าประวัติศาสตร์ราชวงศ์จักรีและการสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ใช่แค่ปรับปรุงภูมิทัศน์ฯฉาบฉวยเท่านั้น