หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

เงือก  แปลว่า งู เป็นคำโบราณมีความหมายเดียวกับ เงี้ยว(ในพม่า), งึม(ชื่อแม่น้ำในลาว)

แต่เงือกในจินตนาการของสุนทรภู่เรื่องพระอภัยมณี ควรมีรูปร่างหน้าตาเหมือน“เงือกเดนมาร์ก”หรือไม่? บรรดาคนวาดรูป, คนปั้นอนุสาวรีย์, และครูบาอาจารย์ในสถาบันต่างๆต้องสุขุมรอบคอบยึดถือ“ตัวบท”ในเรื่องเป็นสำคัญ ไม่ใช่เอาตามความเข้าใจ(ผิดๆพลาดๆ)ของตัวเอง ดังจดหมายต่อไปนี้

ไม่รู้ว่าเพื่อนสมาชิกพูดถึงนางเงือกในพระอภัยมณีบ้างหรือเปล่า ผมเห็นว่าเงือกก็คือคนมีหางเหมือนหางปลา อย่างที่สินสมุทรเห็นคือ

“เห็นฝูงเงือกเกลือกกลิ้งมากลางชล          คิดว่าคนมีหางเหมือนอย่างปลา”

จากหนังสือแบบเรียนวรรณคดีวิจักษ์ ชั้น ม.3 หน้า 64 และจากหนังสือเล่มเดียวกัน หน้า 77 บรรยายตอนนางผีเสื้อสมุทรฆ่าเงือกว่า

“แล้วนางยักษ์หักขาฉีกสองแขน    ไม่หายแค้นฉีกกินสิ้นทั้งคู่”

ก็แสดงว่าเงือกมีรูปร่างเหมือนคน มีขา มีแขน จะต่างจากคนก็ที่เงือกมีหาง  เมื่อตัดหาง เงือกก็คือคนธรรมดานี่เอง ตัวอย่างชัดที่สุดก็คือ พระนางเจ้าจันทวดี พระราชชนนีของกษัตริย์สุดสาคร เพราะตอนท้ายของเรื่องพระอินทร์มาตัดหางให้นาง

เงือกที่ตัวเป็นคน ท่อนล่างเป็นปลานั้น น่าจะเป็นเงือกชาติอื่น ไม่ใช่เงือกของสุนทรภู่ในเรื่องพระอภัยมณี

ดังนั้นรูปวาด, รูปปั้นนางเงือกที่ทำเป็นครึ่งคนครึ่งปลานั้นจึงไม่ใช่เงือกในพระอภัยมณี แม้แต่รูปปกหนังสือเรียนเล่มดังกล่าวก็ไม่ใช่เหมือนกัน | ยงยุทธ สีหะนันท์ ร.ร. วิสุทธกษัตร พระประแดง 10130

คำอธิบายของครูยงยุทธพร้อมหลักฐานจาก“ตัวบท” ของสุนทรภู่ ชวนให้เชื่อถือว่า เงือกมีรูปร่าง มีขา มีแขนเหมือนคน แต่มีหางเพิ่มเข้ามาต่างจากคน

เคยมีผู้สงสัยเงือกในพระอภัยมณีมานานมาก ถ้าหากนางเงือกมีรูปร่างอย่างที่ช่างเขียนกับช่างปั้นทำเลียนแบบเงือกเดนมาร์ก คือท่อนบนเป็นคน ท่อนล่างเป็นปลา แล้วพระอภัยมณีจะ make love ตรงส่วนไหนถึงจะได้ลูกเป็นสุดสาคร?

แต่ถ้านางเงือกมีรูปร่างตามครูยงยุทธอธิบาย ก็ make love ได้ตามปกติของคนกับเงือก

หรือท่านผู้ใดจะคิดเป็นอย่างอื่น กรุณาเขียนมาสู่กันอ่านด้วย จะได้ช่วยกันอ่านวรรณคดีให้“สนุกนึก”อย่างคำขวัญ“อุษาคเนย์ศึกษา”ของธรรมศาสตร์ ที่ว่า Make Love, Friends, not War, with ASEAN Neighbor = สร้างรัก-ปลูกมิตร-คิดหลีกเลี่ยงสงคราม กับเพื่อนบ้านอาเซียน

พระอภัยมณีเป็นวรรณคดีอุษาคเนย์แท้ๆ ที่สุนทรภู่แต่งเพื่อต่อต้านสงครามล่าอาณานิคมของอังกฤษ ด้วยวิธีเกี้ยวนางละเวงเพื่อ“แปลงสนามรบ เป็นสนามรัก” หรือ Make Love, not War ขอให้ช่วยกันพิจารณา

ความรัก ความรู้ ความตาย ของ ธเนศ วงศ์ยานนาวา (160 บาท)

ความรักเป็นความรู้สึกและอารมณ์ที่ถูกกำกับโดยประวัติศาสตร์ แม้ว่าวิทยาศาสตร์กายภาพจะกล่าวถึงสารเคมีที่อยู่ในตัวมนุษย์เวลามีความรัก

พลังของความรักที่รู้จักกันดีก็คือ ชายหนุ่มจะเห็นหญิงแล้วรักชอบเลยหรือในทำนองกลับกัน ที่เรียกว่า Love at first sight แต่เมื่อรู้ว่าเธอเป็นใครแล้วความรักก็อาจจะหมดไป พลังของรักแรกพบจะหมดไปทันทีเมื่อได้รู้สถานะของคนๆนั้น

สำหรับคนในสภาวะสมัยใหม่ นี่ถือว่าไม่ใช่ความรัก รักแท้ต้องเป็นอมตะ ความรักจะต้องไม่มีวันตาย ความรักจะต้องให้ความสำคัญกับความรักล้วนๆ โดยไม่มีการคำนึงถึงผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง รักที่มีชนชั้นจึงไม่ใช่ความรัก

ความรักที่ไม่มีผลประโยชน์เข้าเกี่ยวข้องดูจะเป็นผลิตผลสำคัญของระบบทุนนิยมให้การสนับสนุน เพราะความรักล้วนๆ ทำให้การเลื่อนฐานะทางชนชั้นเป็นไปได้มากกว่า

ดังนั้นการแต่งงานด้วยความรักก็ทำให้ทุนและอำนาจไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในหมู่ชนชั้นสูงแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป