Download PDF

 

หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2553

ความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ไม่เสมอภาคในทุกๆทาง ทั้งเศรษฐกิจ-การเมือง และสังคม-วัฒนธรรม ล้วนเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง

“ปรับเปลี่ยนประเทศไทย หลัง 26 กุมภาพันธ์” อาจารย์หมอประเวศ วะสี เขียนบทความแนะนำว่า ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงหรือไม่รุนแรงขึ้นก็ตาม ควรปรับเปลี่ยนประเทศไทยให้มี“หัวใจมนุษย์” ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สุดโดยชู“ความเป็นธรรม” เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของการอยู่ร่วมกัน (ไทยโพสต์ ฉบับวันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553 หน้า 4)

“สังคมไทยเป็นสังคมที่ขาดความเป็นธรรมทุกๆทาง” อาจารย์หมอประเวศย้ำชัดเจนอีกว่าความไม่เป็นธรรมนี่แหละเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง “ความยากจนเกิดจากการขาดความเป็นธรรม ไม่ใช่จากการขาดการพัฒนา”

เมื่อเร่งการพัฒนาไปท่ามกลางการขาดความเป็นธรรม ความไม่เป็นธรรมยิ่งเพิ่มมากขึ้น การแย่งชิงทรัพยากรยิ่งรุนแรงขึ้น ช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยยิ่งห่างมากขึ้น—“ช่องว่างยิ่งกว้าง ปัญหายิ่งมาก”

“มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย จึงควรวิจัยเรื่องความเป็นธรรม” อาจารย์หมอประเวศชี้แนะทางดับทุกข์ “การที่มหาวิทยาลัยไม่วิจัยเรื่องความเป็นธรรม ก็ทำให้ความไม่เป็นธรรมดำรงอยู่ และนำไปสู่ความรุนแรง”

สังคมไทยโชคร้ายที่อาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนมากหรือเกือบทั้งหมดสนับสนุนและมีส่วนสร้างความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรม ไม่เสมอภาคเสียเองอย่างเต็มตัวเต็มใจ เช่น

ปิดกั้นเสรีภาพทางวิชาการและกำจัดแนวคิดตรงข้าม ใครวิจารณ์แนวคิดของตนก็โมโหโกรธา กลั่นแกล้งคนด้อยกว่า เพราะความใจคอคับแคบของตนที่ไม่มีจิตใจเป็นธรรม, ขาดสอนเป็นประจำเพื่อเอาเวลาไปดูแลลูกตัวเองที่ต้องติวเข้มเพื่อให้สอบได้เกรดดีๆจะได้ชิงทุนเรียนต่อต่างประเทศ, ยกตนข่มท่านว่างานวิชาการของตัวเองดีวิเศษสุดเหนือคนอื่นๆ ทั้งๆไม่มีใครอ่านรู้เรื่อง และไม่เคยได้รับการยอมรับจาก“ชุมชนวิชาการ”, มักอ้างอิง“สถาบัน” และ“อำนาจ”ฉวยโอกาสเอาเปรียบนักวิชาการอาจารย์อื่นๆ, แสวงหา“อำนาจ”บริหาร แล้วมัวเมาบ้าคลั่งสิ่งนั้น, ไม่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ โดยเฉพาะสู่ท้องถิ่นต่างๆ เพื่อให้คนอื่นทั่วประเทศแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างเสรี แต่จะหวงความรู้นั้นไว้ให้คนกลุ่มเดียวกับตน หรือเอาไว้“ขาย”ในนามกิจกรรมวิชาการเฉพาะผู้มีกำลังซื้อเท่านั้น, ฯลฯ

อาจารย์มหาวิทยาลัยต้องปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างเร่งรัด อย่างมงายแต่ “ศาสตร์” และ“ศิลป์”ของตัวเองว่าวิเศษกว่าวิทยาการอื่นๆโดยไม่เห็นหัวชาวบ้านแล้วต้อง“ทำงาน”วิจัยเรื่องความเป็นธรรม ความเสมอภาค ความเหลื่อมล้ำด้วย เพื่อลดปัญหาทั้งปวง อย่างน้อยก็ลดความงมงายคับแคบของตัวอาจารย์เอง

หากไม่“ทำงาน” อาจารย์มหาวิยาลัยย่อมได้ชื่อว่าเป็นต้นตอของปัญหาทั้งปวง

พุทธศาสนาไทยในอนาคต โดย พระพศาล วิสาโล พิมพ์ครั้งที่ 2 (ราคา 480 บาท)

“พระไพศาล วิสาโล…ได้ใช้เวลาหลายปีเพื่อค้นคว้าวิจัยและเรียบเรียงเป็นหนังสือเล่มนี้ ขอให้ชาวพุทธไทยช่วยกันศึกษาให้เข้าใจสภาวะพุทธศาสนาในประเทศไทย และเหตุปัจจัยอันซับซ้อนยากแก่การแก้ไขปัญญาญาณหยั่งรู้ความจริงของสังคมเป็นปัจจัยสำคัญให้ออกจากสภาวะวิกฤติได้” |ประเวศ วะสี

“งานของพระไพศาล วิสาโล เล่มนี้ นับว่าได้ให้ข้อมูลและหลักฐานจำนวนมากในเรื่องของการพระศาสนาในอดีต เพื่อปูพื้นฐานแก่เราว่า พุทธศาสนาในสังคมไทยได้คลี่คลายผ่านจุดแข็งจุดอ่อนมาจนกระทั่งปัจจุบันได้อย่างไร……ที่สำคัญคือ การที่ได้นำเอาข้อมูล ตลอดจนข้อวินิจฉัยดังกล่าว มาทำการคิดขยายผลต่อ เพื่อฉายให้เห็นภาพหรือแนวโน้มใหม่ที่จะเป็นทางรอดของการพระศาสนาในอนาคตอันใกล้อีกด้วย” | ส.ศิวรักษ์

“หนังสือเล่มนี้ตั้งปัญหาและทางออกที่มีความสำคัญแก่พุทธศาสนาไทย โดยอาศัยการศึกษาและใคร่ครวญอย่างรอบคอบที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ หวังว่าจะก่อให้เกิดการถกเถียงอภิปรายกันเกี่ยวกับปัญหาและทางออกนี้อย่างกว้างขวางในสังคม เพราะนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะยัดเยียดให้สังคมนำไปปฏิบัติ แต่เป็นการเริ่มต้นที่จะมองปัญหาและหาทางออกกันอย่างมีสติ ฉะนั้นจึงเป็นหนังสือที่ชาวพุทธไทยซึ่งใส่ใจกับการพระศาสนาในสังคมจะขาดเสียมิได้” | นิธิ เอียวศรีวงศ์