หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 29มีนาคม พ.ศ. 2553

วังท่าพระ อยู่ท่าช้างวังหลวง ตรงพระราชวังหลวง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ท่าพระจันทร์ สนามหลวง ปัจจุบันเป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตท่าพระ กรุงเทพฯ

เห็นข้อความติดไว้ตั้งแต่ต้นปีที่กำแพงหน้าวังท่าพระ มหาวิทยาลัยศิลปากร ว่า “วังท่าพระ ศูนย์กลางของช่างสิปป์หมู่ 200 ปี” ก็รออย่างกระหายว่า “—แล้วไง?” จนขณะเขียนต้นฉบับนี้ ยังไม่มีคำอธิบายอะไรเลยว่า“ช่างสิปป์หมู่” คืออะไร? 200 ปี ยังไง? ฯลฯ

31 มีนาคม คล้ายวันพระราชสมภพ รัชกาลที่ 3 ที่เคยครองวังท่าพระเมื่อทรงกรมเป็นกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์  แล้วใช้ท้องพระโรงวังท่าพระ เป็นที่ว่าราชการบริหารแผ่นดินต่างพระเนตรพระกรรณ กับบัญชาการออกแบบและควบคุมก่อสร้างพระปรางค์วัดอรุณฯ ให้เป็น“มหาธาตุหลวง” ถวายรัชกาลที่ 2 พระราชบิดา

คุณขรรค์ชัย บุนปาน น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 จึงร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร มอบหมายให้อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ(แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) เป็น“พ่องาน”ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 9 รูป แล้วมีกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่อง “ตลาดเสรี” รัชกาลที่ 3 เปิดก่อนสนธิสัญญาเบาริ่ง กับรายการอื่นๆ เช่น ขับเสภา, ปี่พาทย์, ฯลฯ ในวันอังคารที่ 30 มีนาคม 2553 ตั้งแต่เช้าถึงเย็นย่ำสนธยา พรุ่งนี้

เจ้าภาพเขาเชิญทุกคนมาร่วมงานทำบุญ แล้วเชิญฟังครูสมชาย ทับพร ขับเสภาพร้อมปี่พาทย์ไม้แข็ง ฟังอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เสวนาการค้าเสรีสมัยรัชกาลที่ 3 มีก่อนสนธิสัญญาเบาริ่ง

น่าประหลาดที่ท้องพระโรงวังท่าพระ ไม่ว่าง เพราะมหาวิทยาลัยต้องใช้ทำงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับ 200 ปี วังท่าพระ และไม่เกี่ยวกับรัชกาลที่ 3 เลยต้องยกย้ายไปทำบุญถวายรัชกาลที่ 3 ที่ห้องโถงล่าง อาคารหอประชุม อยู่ด้านหลังมหาวิทยาลัยศิลปากร

วังท่าพระ, ท่าช้าง, และอื่นๆ มีประวัติย่ออยู่ในเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com