หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

เหตุการณ์ร้ายหรือดีที่มนุษย์อธิบายไม่ได้ว่าเกิดขึ้นอย่างไร มักโอนไปให้เป็นการกระทำของ“อำนาจเหนือธรรมชาติ” หรือที่รู้จักในชื่อ“ผี” โดยให้เกิดตรงๆต่อมนุษย์เป็นคนๆไป หรือให้เกิดกระทบผ่านปรากฏการณ์ธรรมชาติก็ได้

ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติมีความสำคัญมาก ทั้งต่อความอยู่รอดของคน ชุมชน บ้านเมือง จนถึงราชอาณาจักร จะเห็นจากคำทำนายเหตุร้ายหรือดี ล้วนขึ้นกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ มีกรณีตัวอย่างอยู่ในเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ว่า

 

คือเดือนดาวดินฟ้าจะอาเพศ            อุบัติเหตุเกิดทั่วทุกทิศาน

มหาเมฆจะลุกเป็นเพลิงกาฬ            เกิดนิมิตพิสดารทุกบ้านเมือง

ฯลฯ

ในลักษณ์ทำนายไว้บ่ห่อนผิด            เมื่อพินิศพิศดูก็เห็นสม

ไม่ใช่เทศกาลร้อนก็ร้อนระงม            ไม่ใช่เทศกาลลมลมก็พัด

ไม่ใช่เทศกาลหนาวก็หนาวพ้น          ไม่ใช่เทศกาลฝนฝนก็อุบัติ

ทุกต้นไม้หย่อมหญ้าสารพัด             เกิดวิบัตินานาทั่วสากล

ฯลฯ

ทั้งอายุจะถอยเคลื่อนจากเดือนปี          ประเวณีจะแปรปรวนตามวิสัย

ทั้งพืชแผ่นดินจะผ่อนไป                  ผลหมากรากไม้จะถอยรส

ทั้งพืชพรรณว่านยาก็อาเพศ               เคยเป็นคุณวิเศษก็เสื่อมหมด

จวงจันทน์พรรณไม้อันหอมรส           จะถอยถดไปตามประเพณี

ทั้งข้าวก็จะยากหมากจะแพง             สารพัดจะแห้งแล้งเป็นถ้วนถี่

จะบังเกิดทรพิศมิคสัญญี                  ฝูงผีจะวิ่งเข้าปลอมคน

จะเห็นว่าธรรมชาติที่กำหนดชีวิตคน ชุมชน บ้านเมือง และอาณาจักร คือดินกับฟ้า และน้ำกับลม เรียกรวมๆว่า ดิน น้ำ ลม ไฟ ปัจจุบันเรียก มรสุม

ลมมรสุมพัดพาฝนมาตกเป็นประจำตามฤดูกาล แล้วเป็นพายุให้เกิดน้ำท่วม เป็นลมพัดสม่ำเสมอตามฤดูกาล มีคุณต่อการคมนาคมทางทะเลยุคโบราณ ทำให้ผู้คนในภูมิภาคนี้เดินทางไปมาหาสู่กันได้ และเดินทางออกไปค้าขายกับภายนอก รวมทั้งให้ผู้คนจากภายนอกเดินทางเข้ามาค้าขายกับคนภายใน

ฉะนั้น ฝนและลมจึงมีบทบาทมากต่อพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมของผู้คนในภูมิภาคนี้ เห็นได้จากพิธีกรรมและระบบสัญลักษณ์ในทางศาสนาและไสยศาสตร์

พิธีกรรมในระบบความเชื่อที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการอยู่ร่วมกันในสังคมก็คือพิธีกรรมเนื่องในความอุดมสมบูรณ์ สิ่งที่ทำให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ได้ก็คือน้ำฝน

พิธีขอฝนจึงเป็นพิธีกรรมสำคัญ และเป็นเอกลักษณ์ร่วมกันของชาวอุษาคเนย์ก่อนรับศาสนาใหญ่ๆจากอินเดีย เช่น ฮินดู พุทธ และอิสลาม

เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา (ที่ยกตัวอย่างมาข้างต้น)เอาไปขับเสภาก็ได้ ถ้าอยากฟังเสภาเพลงยาวพยากรณ์ฯให้เข้าไปที่   www.sujitwongthes.com     มีเสียงช่างตีกรับขับเสภาจากกรมศิลปากร ครูสมชาย ทับพร, ครูสุกัญญา กุลวราภรณ์, ครูกำจรเดช สดแสงจันทร์ ปี่พาทย์รับเสภาวงพาทยรัตน์ อยุธยา ของครูสำราญ เกิดผล ในงานลักษณะไทยของธนาคารกรุงเทพ จัดที่ห้องประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553

เสียดายที่ผู้รับผิดชอบงานนี้ของธนาคารกรุงเทพ ไม่ให้ความสำคัญต่อคำอธิบาย เลยไม่มีเสียงประกาศอธิบายความเป็นมา ตลอดจนรายชื่อครูช่างขับเสภาให้คนฟังในที่ประชุมรู้ รายการอื่นๆมีอธิบายบ้างก็ผิดๆถูกๆเหมือนไม่ให้เกียรติและไม่ศึกษาความเป็นมาของสิ่งที่ทำ

นี่แหละ เศรษฐีขาดไฟ

ช่างตีกรับขับเสภา กรมศิลปากร (จากซ้าย) ครูสมชาย ทับพร, ครูสุกัญญา กุลวราภรณ์ และครูกำจรเดช สดแสงจันทร์ ขับเสภา เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา

ปี่พาทย์เสภา วงพาทยรัตน์ ต. บ้านใหม่ อ. เมือง จ. พระนครศรีอยุธยา ควบคุมวงโดย ครูสำราญ เกิดผล ศิลปินแห่งชาติforzest tablet side effects buy cheap dapoxetine onlined.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);