หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

บ้านเมืองยุคโบราณสุวรรณภูมินับพันๆปีมาแล้ว มีความสัมพันธ์ทางการเมืองแบบเครือญาติทางการแต่งงาน

จะเห็นว่าเจ้าเมืองต่างเกี่ยวดองเป็นเครือญาติเชื่อมโยงถึงกันหมดทุกเมือง ดังมีพยานในภาพสลักที่ปราสาทนครวัด แสดงให้เห็นความสัมพันธ์แบบเครือญาติของเมืองพระนคร(นครวัด) เกี่ยวดองถึงเมืองละโว้(ลพบุรี), เมืองพิมาย(นครราชสีมา), “สยาม”(เวียงจัน-หนองคาย) หรือเชื่อมโยงถึงบ้านเมืองฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงสองฝั่งโขง

เครือญาติต่างยกย่องให้เจ้าเมืองใดเมืองหนึ่งมีบุญบารมี “อำนาจ” เหนือเมืองอื่นๆ เช่น ยกย่องกษัตริย์สุริยวรมันที่เมืองพระนคร(นครวัด)มีอำนาจเหนือกษัตริย์เมืองอื่นๆ โดยไม่จำเป็นต้องกรีธาทัพปราบปรามมาเป็นเมืองขึ้น(เหมือนบ้านเมืองในหนัง, ละครสมัยใหม่)

ความสัมพันธ์ทางการเมืองแบบเครือญาติมีควบคู่ไปกับความสัมพันธ์แบบอื่นๆขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายอย่าง ต้องพิจารณาเป็นแห่งๆไป จะเหมารวมเหมือนกันหมดไม่ได้ ตราบจนหลัง พ.ศ. 1700 ยุคพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งเมืองพระนครหลวง (นครธม)ที่ยกย่องพุทธศาสนามหายานก็เช่นเดียวกัน

ฉะนั้นรายชื่อ 23 เมืองในจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 จึงเป็นบ้านเมืองในความสัมพันธ์แบบเครือญาติทางการแต่งงาน มากกว่าจะเป็นแบบ “เมืองขึ้น”จากสงครามแผ่อำนาจ

ชื่อ 23 เมืองในจารึกปราสาทพระขรรค์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นักค้นคว้ายุคก่อน“สันนิษฐาน” คือ“เดา” ว่าหมายถึงเมืองอยู่ตรงนี้ตรงนั้น (อ่านเรื่องเมืองโบราณบ้านโป่งฯ ในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคม วันนี้)

แต่นักวิชาการยุคปัจจุบันไม่เห็นพ้องตามนั้น แล้วอ้างหลักฐานเมืองโบราณในอีสานนับร้อย ที่มีผังเมืองกับ“กู่ฤาษี”ปราสาทแบบชัยวรมันที่ 7 ซึ่งควรจะเป็นเมืองต่างๆในจารึกปราสาทพระขรรค์  

ชื่อเมืองจำนวนหนึ่งที่นักค้นคว้ายุคก่อนบอกว่า “น่าจะ”อยู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็ไม่มีพยานหลักฐานมั่นคงจริง เช่น ปราสาทเมืองสิงห์ ที่ จ. กาญจนบุรี เป็นชื่อชาวบ้านเรียกขึ้นใหม่ๆ ไม่ใช่ชื่อดั้งเดิม แต่จังหวัดสิงห์บุรีซึ่งตรงกับ“สิงหปุระ”ในจารึกกลับไม่มีปราสาท แต่ปราสาทไปมีที่เมืองกาญจนบุรีที่ไม่มีชื่อในจารึก เป็นต้น

นักค้นคว้าของกรมศิลปากร พยายามจะตีความชื่อเมืองในจารึกปราสาทพระขรรค์ว่า “ศัมภูวะปัฏฏนะ” คือเมืองโบราณบ้านโป่ง เรียกเมืองโกสินารายณ์(อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี) ทั้งๆไม่มีพยานหลักฐานอะไรเลยจึงไม่น่าเป็นไปได้ นักวิชาการจำนวนไม่น้อยไม่คล้อยตามความเห็นของกรมศิลปากร เพราะเมืองนี้ควรอยู่ในอีสาน

เมืองโกสินารายณ์ มีพัฒนาการมาจากชุมชนแม่กลอง-ท่าจีน ยุคสุวรรณภูมิ ราว 2,500 ปีมาแล้ว เชื่อมโยงกับชุมชนพงตึก (อ. ท่ามะกา จ. กาญจนบุรี) ที่อยู่ลึกขึ้นไปตามแม่น้ำแม่กลอง แล้วเกี่ยวข้องกับความเติบโตของเมืองนครชัยศรี(นครปฐม) บนเส้นทางคมนาคมการค้ายุคสุวรรณภูมิต่อเนื่องถึงยุคทวารวดี

เมืองที่นับถือพุทธมหายานเมื่อหลัง พ.ศ. 1700 เช่น เพชรบุรี, ราชบุรี, โกสินารายณ์, เมืองสิงห์, เมืองครุฑ, สุพรรณบุรี(เนินทางพระ), ฯลฯ นักวิชาการจำนวนมากอธิบายว่าล้วนสะท้อนให้เห็นเส้นทางคมนาคมการค้าระหว่างอ่าวไทยกับทะเลอันดามัน ไม่เกี่ยวกับเชื้อชาติเขมรและชนชาติขอม(ที่ไม่มีจริง) และการแผ่อำนาจทางการเมืองของกัมพูชา ตามที่นักค้นคว้ากรมศิลปากรพยายามยัดเยียดให้มีและให้เป็นอย่างนั้น

นักค้นคว้าในกรมศิลปากรควรมีพัฒนาการก้าวข้ามความเชื่อพ้นสมัยพวกนี้เสียที เพราะทำให้สังคมไทยเสียเวลากับความงมงายพวกนี้นานเกินไปแล้ว

บ้านโป่ง หมายถึงชุมชนหมู่บ้านตั้งอยู่บริเวณที่มีดินโป่งทำเกลือ

บ้าน หมายถึงเรือนหลายๆหลังปลูกรวมกันเป็นกลุ่มหรือเป็นหมู่ เรียกหมู่บ้านก็ได้

โป่ง หมายถึงดินโป่ง เป็นบริเวณมีดินสีขาวปนแดง มีรสเค็ม เอาไปต้มทำเกลือ เรียกเกลือสินเธาว์

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เขียนเล่า(ไว้ในหนังสือแม่ : กลับจากบ้านโป่ง ถึงปากน้ำ) ว่าศูนย์กลางของเมืองโกสินารายณ์ เรียกจอมปราสาท ปัจจุบันถูกปิดล้อมอยู่ในบริเวณของ“บริษัทสยามคราฟท์ฯ และบริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย” อย่างน่าเสียดาย สมควรอย่างยิ่งที่จะต้องเปิดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์นี้ออกให้กับประชาชนโดยทั่วไป

บริษัทสยามคราฟท์ฯ และบริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย ควรแก้ไขหาลู่ทางคืนพื้นที่สาธารณะและมรดกของสังคมให้ท้องถิ่นนั้นเสียโดยเร็ว อย่าให้มีปัญหาอย่างเขายายเที่ยง(นครราชสีมา) และเขาสอยดาว(จันทบุรี)

จอมปราสาท เป็นชื่อใหม่ที่ชาวบ้านเรียกเนินสถูปเจดีย์อายุนับพันปีในเมืองโกสินารายณ์ (ที่ ต. ท่าผา อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี ) รูปนี้กรมศิลปากรขุดค้นทางโบราณคดีที่สถูปจอมปราสาทเมื่อ พ.ศ. 2509 พบโบราณศิลปวัตถุจำนวนมาก(จัดแสดงในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่ราชบุรี) และพบซากโบราณสถานขนาดมหึมา กว้าง 85 เมตร ยาว 100 เมตร สูง 1 เมตร (จากหนังสือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ราชบุรี และจังหวัดราชบุรี กรมศิลปากร พ.ศ. 2544)

buy viagra sublingual cialis 5mg } else {} else {