Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

 

 

มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จ. ลพบุรี มีกิจกรรมวิชาการไทยพวนศึกษา ให้ผมไปเล่าเรื่องไทยน้อย, ไทยใหญ่, ไทยสยาม, ที่เกี่ยวข้องกับไทยพวน เมื่อตอนสายวันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

ไทยสยามในกรุงศรีอยุธยา มีบรรพชนสายแหรกสำคัญสายหนึ่งเป็น“ลาว”หรือไทยน้อยจากสองฝั่งโขง(รวมไทยพวนด้วย) ผสมกลมกลืนกับมอญ-เขมร, มลายู-จาม, จีน, ฯลฯ แล้วสมมุติชื่อเรียกตัวเองว่าไทย สืบมาจนทุกวันนี้

สังคมไทยไม่ยอมรับว่ามีบรรพชนเป็นลาวจากสองฝั่งโขง จึงพากันเหยียดลาว แต่หารู้ไม่ว่าสังคมไทยมีรายได้ทางเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์จาก“พลังลาว” เช่น อาหารลาวอีสาน, เพลงดนตรีหมอลำ, ฯลฯ โดยรวมๆแล้วปีละนับเป็นพันล้านบาท

อ่านเอกสารเรื่องนี้ได้ใน     www.sujitwongthes.com

กรุงศรียุธยามาจากรัฐทวารวดีที่ละโว้(ลพบุรี) แล้วยังสืบนามกรุงศรีอยุธยาจากนามทวารวดีที่ละโว้(ลพบุรี)ด้วย มีพยานหลักฐานยืนยันเต็มไปหมด ผมเขียนไว้หลายปีมาแล้วในหนังสือ อยุธยา ยศยิ่งฟ้า (ขณะนี้กำลังวางตลาดทั่วประเทศ)

สมเด็จพระรามาธิบดี (หรือพระเจ้าอู่ทอง) ที่สถาปนากรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 1893 ทรงสืบเชื้อวงศ์จากทวารวดีที่ละโว้(ลพบุรี)นี่เอง ไม่ได้หนีโรคห่ามาจากเมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)ตามที่เชื่อกันมา แล้วยังสอนกันในโรงเรียนอย่างผิดๆ โดยไม่ยอมแก้ไข

ผมไปถึงลพบุรีตามเส้นทางสายเอเชีย เข้าทางวัดพรหมาสน์ ข้ามแม่น้ำลพบุรี แล้ววนรอบวังนารายณ์ฯ ที่มีงานสมเด็จพระนารายณ์ฯ “แต่งกายย้อนยุค” เหมือนตัวประกอบละครย้อนยุคทางโทรทัศน์ รอเข้าฉากเกลื่อนไปหมด ดูตลกๆน่าสมเพชมากกว่าจะเลื่อมใส

กระทรวงวัฒนธรรมกับกระทรวงศึกษาธิการ ไม่เคยคิดร่วมกันแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้อง ชาวลพบุรีเลยคิดว่าประวัติศาสตร์ไทยมีแต่สมเด็จพระนารายณ์ฯเท่านั้นที่เกี่ยวข้องกับลพบุรี ไม่รู้จักรากเหง้าความเป็นมาอื่นๆที่เก่ากว่านั้นอย่างน้อย ราว 3,000 ปีมาแล้ว สืบจนยุคทวารวดี แล้วเป็นที่ตั้งรัฐทวารวดีจริงๆตามจดหมายเหตุจีน(ไม่ใช่นครปฐม) สืบเนื่องเป็นกรุงศรีอยุธยา

สถาบันการศึกษาอย่างมหาวิทยาลัยราชภัฏฯ ไม่ว่าที่ลพบุรี หรือที่อยุธยา ก็ไม่ทำหน้าที่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้เหล่านี้ไปสู่โรงเรียนและชุมชน

เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ต้องทนมีชีวิตอยู่ท่ามกลางกิจกรรม“แต่งกายย้อนยุคอย่างหลอกๆปลอมๆ”ปีละครั้ง เพื่อสนองตัณหาของใครก็ไม่รู้?

แต่กับสถานที่ประวัติศาสตร์และแหล่งโบราณคดี-โบราณสถาน เกี่ยวข้องโดยตรงกับรากเหง้าความเป็นมายุคแรกๆของไทย ซึ่งมีทั่วตัวจังหวัดลพบุรี กลับไม่เอาใจใส่ ไม่ดูแล ไม่รักษา ฯลฯ อะไรทั้งนั้น ปล่อยให้เป็นที่หมาเยี่ยว

ควรมี “มิวเซียม”จัดแสดงต้นกระแสประวัติศาสตร์ไทยอยู่ในลพบุรี แต่ไม่มี คงมีแต่กิจกรรมหลอกตัวเอง แต่ไม่รู้จักตัวเอง

งานพระนารายณ์ – สายใจ เลิศวิริยะประภา นายกเทศมนตรีเมืองเขาสามยอด อ. เมือง จ. ลพบุรี ร่วมกับทุกภาคส่วนทำพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อขอพระราชานุญาตในงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช 16-22 กุมภาพันธ์ุ ที่พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จ. ลพบุรี (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 หน้า 9)