หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2553

 

“ละครใน เป็นละครผู้หญิง ซึ่งเกิดมีขึ้นในพระราชฐาน” ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช หรือ“อาจารย์คึกฤทธิ์”อธิบายไว้ในหนังสือลักษณะไทย (เล่ม 3 ศิลปะการแสดงเรื่องนาฏศิลป์ไทย ธนาคารกรุงเทพ พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2541 หน้า 57-58)

แล้วชี้ให้เห็นอีกว่า “บทละครใน แต่งไปในทางยกย่องส่งเสริมท้าวพระยามหากษัตริย์ที่เป็นตัวเอกนั้น ไม่มีตอนใดเลยในบทละครในที่จะทำให้มองไปเห็นว่าหมิ่น หรือเห็นท้าวพระยามหากษัตริย์เป็นตัวตลก——–” 

“ละครนอก เป็นละครผู้ชายเล่นเรื่องละครต่างๆ——เพื่อเอาใจคนดู——ให้ความบันเทิงแก่คนดูมากที่สุด——” อาจารย์คึกฤทธิ์บอกต่อไปอีกว่า “จึงมีมุขตลกต่างๆเพื่อให้คนดูได้เกิดความขบขัน——ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไปมาก— คนดูได้รับความสนุกและความบันเทิงจากละครนอกนั้นมาก” (หน้า 47)

อาจารย์คึกฤทธิ์อธิบายอย่างพิสดารให้รู้จักและเข้าใจ“แก่นแท้ๆ”ของละครนอกไว้อย่างวิเศษที่สุด ไม่เคยมีนักวิชาการท่านใด(กล้า)อธิบายอย่างนี้ ขอให้ช่วยกันอ่านแล้วทำความเข้าใจดีๆ จะมี Creative Thailand แสนสนุก จะคัดตัวอย่างมาดังนี้

“ละครนอกที่ชาวบ้านเขาเล่นดูกันนั้น ท้าวพระยามหากษัตริย์เป็นตัวตลกทั้งสิ้น ไม่มีความดีอะไรเลย ขี้ขลาดตาขาวสารพัด

ท้าวสามลในเรื่องสังข์ทองก็เป็นตัวตลก ท้าวเสนากุฎในเรื่องสังข์ศิลป์ชัยก็เป็นตัวตลก ท้าวสันนุราชในเรื่องคาวีก็เป็นตัวตลก ขึ้นชื่อว่าพระเจ้าแผ่นดินแล้วบทละครนอกเขียนให้เป็นตัวตลกหมด

 และแม้แต่บทละครนอกซึ่งเป็นพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยก็ได้ทรงนิพนธ์โดยรักษาลักษณะของละครนอกไว้ครบถ้วน

บทละครนอกจึงแสดงให้เห็นสิ่งหนึ่งได้ชัดเจน คือชี้ให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของคนไทยไว้อย่างชัดแจ้งว่าเป็นคนที่ไม่นิยมนับถืออำนาจที่ปกครองแผ่นดินมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใครเป็นรัฐบาลคนไทยจะต้องวิจารณ์ว่าไม่ดีทั้งสิ้น และไม่นับถือที่ภาษาฝรั่งเรียกว่า anti-establishment และดูจากบทละครนอกก็จะเห็นได้ว่าคนไทยคงจะเป็นเช่นนี้มานานแล้ว ท้าวพระยามหากษัตริย์เป็นคนไม่ดี เป็นคนโลเล  ไม่แน่นอน เป็นคนตลกเลอะเทอะ

แต่คนดีที่เป็นพระเอกจะเป็นชาวบ้าน เช่นไกรทอง ที่สามารถปราบตะเข้ตะโขงได้สามารถเป็นหนักหนา

เจ้าเมืองพิจิตรนั้นตะเข้ตัวเดียวก้ปราบไม่ได้ มืออ่อนเท้าอ่อน ส่วนเศรษฐีใหญ่ได้มีเงินทองมากมายก็เอาไปซื้อลูกสาวจากตะเข้ที่มันคาบเอาไปไม่ได้ ต้องหันมาพึ่งไกรทองผู้เป็นวีรบุรุษใหญ่โต เป็นต้น”

“ละคร” เป็นการละเล่นอย่างเสรีในพิธีกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งของชุมชนดึกดำบรรพ์

ครั้นเมื่อเติบโตเป็นบ้านเมือง-รัฐแล้วได้พัฒนาเป็นละครนอก แต่ยังยกย่องเป็นพิธีกรรม “ผ่อนคลายความตึงเครียด”ของราษฎร ผู้เล่นละครได้รับยกเว้นไม่มีความผิดไม่ว่าจะเล่นล่อแหลม “ล้ำเส้น”อย่างไร เช่น อาจารย์คึกฤทธิ์อธิบายไว้ว่า          ให้กษัตริย์เป็นตัวตลก เป็นต้น

ขนบละครนอกอย่างนี้เอง ทำให้มีวรรณคดีเสียดสีการเมืองที่วิเศษพิสดารที่สุดเท่าที่มีปรากฏในวรรณคดีไทยยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มี 2 เรื่อง คือเรื่องระเด่น ลันได ของพระมหามนตรี(ทรัพย์) กับเรื่องพระมะเหลเถไถ และอุณรุทร้อยเรื่อง ของคุณสุววรณ

เมื่อละครนอกมีพัฒนาการจากการละเล่นในพิธีกรรมของชุมชนดึกดำบรรพ์ผู้เล่นย่อมมีทั้งผู้หญิงและผู้ชายไม่จำกัดเพศ สอดคล้องกับหลักฐานสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ กรุงศรีอยุธยา ที่ลาลูแบร์ราชทูตฝรั่งเศสได้ดูละครชาวบ้าน ระบุว่าคนเล่นละครมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ส่วนจะ“ชายจริง หญิงแท้”หรือไม่? ต้องไปตกลงกันเอง

ที่ว่าละครนอกเป็นผู้ชาย(ล้วนๆ)น่าจะเพิ่งมีในสมัยรัตนโกสินทร์ และมีเป็นกรณีๆไป ไม่ได้เป็นแบบแผนตายตัว

“ลักษณะไทย” ที่แท้ก็คือ “ความเป็นไทย” ที่ธนาคารกรุงเทพ พิมพ์ 4 เล่ม(จบ) มีบริการแบ่งปันเผยแพร่ใน www.laksanathai.com แค่ดูรูปประกอบ 4 สี ทั้งเล่มทุกเล่มนับ 1,000 รูป ก็แสนคุ้มแล้ว เพราะไม่มีโอกาศที่ใครจะถ่ายำด้เองอย่างนี้อีก

นักเรียนนักศึกษาครูบาอาจารย์และสื่อมวลชนควรยกมาใช้งานเพื่อศึกษาแบ่งปันเผยแพร่สู่สาธารณะ จะมีค่ามหาศาลต่อสังคมไทย ธนาคารกรุงเทพคววรให้บริการฟรี อย่ามีลิขสิทธิ์บ้าๆบอๆเหมือนที่ทำกับงานของศูนย์สังคีตศิลป์ ได้ดอกเบี้ยแล้วยังจะฉวยโอกาสเอาลิขสิทธิ์อีก

fluoxetine wiki buy extra super cialis online