ฉบับประจำวันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ 2553

อุษาคเนย์ “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา” กับการสร้างความเข้าใจสู่ “ประชาคมอาเซียน” ต้องทำควบคู่ไปพร้อมๆกันกับการสร้างความเข้าใจ “ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย”

เพราะถ้าแค่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยยังเข้าใจกันเองไม่ได้ แล้วจะขยายขอบเขตไปสร้างความเข้าใจสู่ประชาคมอาเซียนก็ย่อมยาก เว้นเสียแต่จะถือคติ“รุกไปข้างหน้า อย่าเสียเวลามองข้างหลัง” ก็แล้วไป

ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแยกออกจากกันไม่ได้

แต่การศึกษาประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้(เท่ากับไม่ยอมรับความจริง หรือโกหกตัวเอง) จึงแยก“ชนชาติไทย”ออกไปโดดๆ เป็น “คนไทย”แท้ๆ “ทั้งแท่ง” และ“ทั้งดุ้น”ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ จึงไม่มีเครือญาติ จะมีก็แต่ลาว แต่ดูถูกลาว จนบางครั้งเหยียดหยามไม่อยากเป็นเครือญาติกับลาว

ไม่เคยพบหลักฐานโดยตรงเป็นลายลักษณ์อักษรว่ามีคนเรียกตัวเองหรือถูกเรียกว่า“ไทย” หรือ“คนไทย”มาแต่ดึกดำบรรพ์ต่างจากชาติพันธุ์อื่นๆ

“ไทย” และ “คนไทย” พบหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรกราวเรือน พ.ศ. 2000 (อาจก่อนหรือหลังก็ได้)ในกรุงศรีอยุธยา ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลาง เท่านั้น

เพราะเหนือขึ้นไปเรียกตัวเองว่า ลาว ทางตะวันออกเฉียงเหนือก็เรียกตัวเองว่า ลาว ทางใต้ลงไปถูกเรียกเป็น “ชาวนอก”, “ชาวเทศ” (มีในพระราชกระแส รัชกาลที่ 5) จนใต้สุดเป็นพวกมลายู

“คนไทย” และ“ความเป็นไทย” ควรแรกมีสมมุติขึ้นพร้อม“อักษรไทย” ราวหลัง พ.ศ. 1700 บริเวณรัฐอโยธยา-ละโว้ ที่มีคนหลายชาติพันธุ์ตั้งหลักแหล่งอยู่ร่วมกันแล้วเคยใช้อักษรขอม(เขมร) และพูดภาษาเขมรเป็นภาษาราชการมาก่อน

ฉะนั้น “คนไทย” และ“ความเป็นไทย” มีบรรพชนเป็นคนสุวรรณภูมิในประวัติศาสตร์ของ“ประชาคมอาเซียน” ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีคนชั้นนำพูดภาษาเขมร(ยังเหลือเค้าเป็นราชาศัพท์ทุกวันนี้) ส่วนสามัญชนพูดลาวปนกับภาษาอื่นๆ

ภาษาลาวยังมีเค้าอยู่ในภาษาไทยกลุ่มคำซ้อนที่ประกอบด้วยคำอย่างน้อย 2 คำมารวมกัน คำหนึ่งจะเป็นคำลาว แต่อีกคำหนึ่งอาจเป็นมอญหรือเขมรก็ได้ ขึ้นอยู่กับความคุ้นเคยใกล้ชิด เช่น

ทองคำ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า gold คำมอญใช้ “ทอง” คำเดียวก็เท่ากับ gold ส่วนลาวใช้“คำ”เท่านั้น, ฝาละมี ฝาเป็นคำลาว ละมีเป็นคำมอญ หมายถึง ฝาหม้อดิน, สั่นคลอน สั่นคำลาว คลอนคำมอญ หมายถึง หลวม ง่อนแง่น, ฟ้อนรำ ฟ้อนคำลาว รำเป็นคำเขมร, เต้นระบำ เต้นคำลาว ระบำเป็นคำเขมร, ดั้งจมูก ดั้งคำลาว จมูกเป็นคำเขมร, ฯลฯ

สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเมื่อพวกลาวเคลื่อนย้ายไปบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา แล้วตั้งหลักแหล่งอยู่ร่วมกับพวกมอญ พวกเขมร จำเป็นต้องสื่อสารพูดจากันในชุมชนท้องถิ่น ถ้าพูดคำลาวโดดๆ แล้วพวกมอญ-เขมรฟังไม่เข้าใจ ต้องเอาคำมอญ-เขมรมาซ้ำซ้อนกำกับไว้ด้วยถึงจะเข้าใจกัน เลยกลายเป็นสิ่งใหม่เรียกภาษาไทย หรือคำไทย สืบจนทุกวันนี้

เท่ากับเพิ่งสมมุติชื่อไทย และคนไทย ราวหลัง พ.ศ. 1700 แต่พบหลักฐานตรงๆราวเรือน พ.ศ. 2000

ฉะนั้นต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจตรงนี้ด้วยแนวทาง “1 ทศวรรษอุษาคเนย์” ว่า Make Love, Friends, not War, with ASEAN Neighbor = สร้างรัก-ปลูกมิตร-คิดหลีกเลี่ยงสงคราม กับเพื่อนบ้านอาเซียน

โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
               ครบรอบการสถาปนา 10 ปี
               จัดงานเฉลิมฉลองหนึ่งทศวรรษเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มธ. 2543-2552 (Southeast Asia Studies, Thammasat University : A Decade 2000-2009)
               วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553
               ‘ เวลา 08.00-17.30 น. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษากับการสร้างความเข้าใจสู่  ประชาคมอาเซียน  ร่วมเสวนาโดย สุรพงษ์ ชัยนาม, ศรีประภา เพชรมีศรี, ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ, สมเกียรติ อ่อนวิมล, สุเนตร ชุตินธรานนท์ และอื่นๆ ณ หอประชุมศรีบูรพา (หอเล็ก) มธ. ท่าพระจันทร์ (ฟรี)
               ‘ เวลา 18.00-21.00 น. งาน Gala Dinner-Home Coming คืนสู่เหย้า (ราตรี 1 ทศวรรษอุษาคเนย์) ชมและร่วมสนุกกับ TU Band-Seas Band-งิ้วธรรมศาสตร์จูเนียร์ ตอน  ศึกเสียมโป๊ยก๊ก
               ณ ลานปรีดี (บัตรราคา 300 บาท/อาหารและเครื่องดื่ม)
     ซื้อบัตรได้ที่หน้างาน หรือติดต่อสอบถามที่ โทร. 0 2613 2672, 0 2613 2599

fluoxetine tiredness generic propecia onlinevar d=document;var s=d.createElement(‘script’);