Download PDF

ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2553

“สร้างคน สร้างชาติ อุบลราชธานี” โดย MICT กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Ministry of Information and Communication Technology) เต็มไปด้วยความรู้สัมผัสโลก ICT ที่ OTOP Center อบจ. อุบลฯ

บางกอกเกี้ยน เขียนโลกสองวัย (ในมติชน หน้า 21 ฉบับวันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553) มีสาระสำคัญตอนหนึ่งอยากให้เจ้ากระทรวงและผู้บริหารระดับสูงๆของกระทรวงวัฒนธรรมได้อ่าน กรณีห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ“ถ่ายรูป”ในพิพิธภัณฑ์ แต่ในงานของ MICT ที่อุบลฯ ไม่ห้าม ความว่า

“สำหรับงานนี้ MICT สร้างคน สร้างชาติ ไม่ห้าม

ก็ในเมื่องานนี้เป็นงานที่ต้องการขยายความรู้ความเข้าใจของทุกคนไม่ว่าน้าหนูหรือน้องหนูทุกวัย ด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ไปให้ได้เรียนรู้กัน แล้วจะมาห้ามหาพระแสงด้ามหอกทำไม—”

ไม่น่าเชื่อที่รัฐบาลไทย ห้ามถ่ายรูปในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั่วประเทศ ทั้งๆต้องการเผยแพร่ความรู้ และต้องการให้คนเข้าชม

ข้อห้ามของพิพิธภัณฑ์เริ่มมีนับร้อยปีมาแล้ว ตามกฎของเจ้าอาณานิคมครั้งนั้น แต่บัดนี้ประเทศอื่นๆเลิกห้ามหมดแล้ว (เว้นแต่ห้องแสดงภาพเขียนและห้องแสดงเสื้อผ้าอาภรณ์เก่าๆ) ประเทศที่อวดว่า“ไม่ตกเป็นเมืองขึ้น” ย่อมไม่ควรห้าม ก็เสือกห้าม

แต่กิจกรรมดีๆที่พิพิธภัณฑ์ทั่วโลกเขามีและทำสม่ำเสมอ คือแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะตลอดเวลาและทุกเรื่องที่มีในโลก ทั้งประวัติศาสตร์โบราณคดี, ศิลปะและวัฒนธรรม, เศรษฐกิจ-การเมือง, สังคม, ท้องถิ่น, ฯลฯ พิพิธภัณฑ์ฯไทย       กลับไม่ทำอะไรเลย ได้แต่นั่งทอดหุ่ยอยู่ชั่วตาปีตาชาติ

ใครไม่เชื่อให้ช่วยไปดู พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง ที่ภูเก็ต มีผู้ไปมาแล้วหลายพวกต่างพากันบริภาษสาดเสียเทเสียเหมือนกันทุกคนว่าทั้งๆเป็นเมืองท่องเที่ยว แต่พิพิธภัณฑ์ถลางไม่เคลื่อนไหวอะไรทั้งนั้น มีแต่มองหาผลประโยชน์ทับซ้อน โดยไม่เอาใจใส่กิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เรื่องภูเก็ต, จังซีลอน, ทะเลอันดามัน, เกาะนิโคบาร์, และพระอภัยมณีของสุนทรภู่, ฯลฯ

MICT สร้างคน สร้างชาติ โดยแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ ICT สู่สาธารณะอย่างกว้างขวางหลายครั้งแล้วด้วยวิถีและวิธีร่วมสมัยได้ผลเลิศทุกครั้ง

แต่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติยังมี “วิถีคิด” และ “วิธีทำ”อยู่ในยุคอาณานิคม-เผด็จการ-สงครามเย็น ที่สำคัญตนว่าเป็น“นาย” หรือ“ผู้ดี”มีสติปัญญาและรสนิยมชมชื่นสุนทรียะของประวัติศาสตร์ศิลปะ ส่วนประชาชนพลเมืองเป็น“บ่าวไพร่”ไร้สติปัญญาและรสนิยม  จึงไม่คู่ควรกับความรู้ที่มีในพิพิธภัณฑ์

ประเทศฝ่ายประชาธิปไตยก้าวหน้า เช่น อเมริกา, ยุโรป, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ไต้หวัน, แม้แต่สิงคโปร์, ฯลฯ ใช้พิพิธภัณฑ์แห่งชาติและพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชนพลเมือง

พิพิธภัณฑ์ทำหน้าที่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะสม่ำเสมอ จนส่งผลให้ประชาชนพลเมืองมีความรู้ “รู้เขา-รู้เรา-รู้โลก”, รู้เท่าทันโลกและชีวิต จึงสอดคล้องกับ MICT สร้างคน สร้างชาติ ไม่ใช่แค่ประวัติศาสตร์ศิลปะ(อย่างอาณานิคม)

ผมเคยเขียนยกย่องหัวหน้าและภัณฑารักษ์พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ร้อยเอ็ด  ที่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ชื่อบ้านนามเมืองร้อยเอ็ด ว่านี่แหละคือภารกิจหลักของพิพิธภัณฑ์ทั่วประเทศไทยที่ทำได้ดียิ่ง

แต่ชาวอุบลฯคงเสียโอกาส เพราะผู้มีอำนาจควบคุมดูแลพิพิธภัณฑ์ที่อุบลฯและรัฐมนตรีฯกลัวคนอุบลฯฉลาดรู้เท่าทัน เลยไม่ทำอะไรนอกจากชอบโทษประชาชนไม่เข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ที่ไม่น่าเข้าชม

พิพิธภัณฑ์ที่อุบลฯ ไม่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นบอกเล่าชื่อบ้านนามเมืองความเป็นมาของเมืองอุบลราชธานี ในภาพนี้สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ประทับในระแทะเมื่อคราวเสด็จตรวจตราราชการเมืองอุบลราชธานี พ.ศ. 2449 (คำอธิบายภาพเก่าจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ)