ฉบับประจำวันอังคารที่ 5 มกราคม 2553

“ยิ้มสยาม”เป็นคำที่คนทั่วไปชื่นชมยินดีว่าแสดงถึงน้ำใจไมตรีมี“จิตบริการ”ของคนไทยชาวสยาม แล้วคิดเหมาเอาเองว่าชาวต่างชาติยกย่องก้องโลกาภิวัตน์

อันที่จริงคนชาติพันธุ์ในสุวรรณภูมิก็มียิ้มเหมือนๆกัน จะเรียก“ยิ้มสุวรรณภูมิ” ก็ได้

แต่ยิ้มสยาม ถูกแยกออกมาโดดๆจากยิ้มสุวรรณภูมิเมื่อราวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (หรือหลัง พ.ศ. 2488-2489) เมื่อ“ฝรั่ง”จากวัฒนธรรมตะวันตกเดินทางเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเทศไทย (เปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นไทยเมื่อ พ.ศ. 2482)มากขึ้นกว่าแต่ก่อน เพราะรัฐบาลไทยเลือกข้าง “ฝรั่ง”ที่ชนะในสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วเอาอกเอาใจยกย่อง“ฝรั่ง”เป็นพิเศษกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ยิ้มฝรั่งก็มี แต่มีเพื่อแสดงกิริยาอาการพอใจอย่างมีความหมายจำกัด เมื่อมาเห็นชาวสยามยิ้มอย่างมีความหมายไม่จำกัด หรือยิ้มพร่ำเพรื่อ  เลยรู้สึกแปลกๆ ประหลาดๆ มหัศจรรย์ หรือเรียกอย่างปัจจุบันว่า “ฝรั่งงง” ทำไมยิ้มเรี่ยราดอย่างนี้?

คนไทยทั่วไปยกตัวเองไว้สูงเด่นกว่าเพื่อนบ้านโดยรอบ แต่ยอมจำนนว่าอ่อนด้อยกว่า“ฝรั่ง” เลยดุ่มเดาเหมาว่า“ฝรั่ง”ยกย่องและชื่นชมยิ้มสยามของคนไทยว่าวิเศษมากๆ

แต่ไม่ค่อยมีใครสงสัยว่า“ฝรั่ง”ยกย่องและชื่นชมแน่หรือ?

ถ้าเทียบว่า“ฝรั่ง”ไม่ยิ้มพร่ำเพรื่อและเรี่ยราด เพราะยิ้มฝรั่งมีความหมายจำกัด เมื่อ“ฝรั่ง”เห็นยิ้มสยามมีความหมายไม่จำกัด แล้วยิ้มเรี่ยราดพร่ำเพรื่อจนน่ารำคาญเพราะไม่เข้าใจ พวก“ฝรั่ง”เลยสบถในใจว่า ยิ้มอยู่ได้  (ไอ้)สยามงี่เง่าเอ๊ย

หากเป็นอย่างนี้จริงๆ  ชาวสยามเข้าข้างยกตัวเองอยู่แล้วเลยคิดเองว่าเขาชื่นชมก็ยิ้มให้ “ฝรั่ง”อีกนั่นแหละ ทั้งๆที่ฝรั่งมันด่า

คนทั้งโลกรู้จัก ยิ้ม แต่ยิ้มของคนในโลกมีกิริยาอาการต่างกันตามกาละ และเทศะ จนถึงเงื่อนไขทางสังคมและวัฒนธรรมที่มีต่างกัน

 “ยิ้มสยาม” มีความหมายหลายหลากมากมายไม่จำกัด มีทั้งความหมายดีและไม่ดีที่คนอื่นมักเข้าใจไม่ครบถ้วน ซึ่งต่างจากยิ้มของคนจำนวนมากในโลกที่มีความหมายจำกัด เช่น  แสดงความพึงใจเท่านั้น  ไม่มีความหมายเป็นอย่างอื่นอีก

เหตุที่“ยิ้มสยาม”มีความหมายมากอย่างนั้น มาจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่อยู่ในเขตมรสุม ต้องยอมจำนนต่ออำนาจธรรมชาติเพราะพึ่งพาน้ำฝนทำกสิกรรม   ต้องมีพิธีกรรมแสดงความสุภาพอ่อนน้อมวิงวอนร้องขอต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ ให้บันดาลความมั่นคงและความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ทางอาหารการกินให้แก่ตนเองและเผ่าพันธุ์ในชุมชน ซึ่งมียิ้มเป็นการแสดงความอ่อนน้อมอย่างหนึ่งที่สุภาพกว่าหัวเราะ

วิถียอมจำนนต่ออำนาจเหนือธรรมชาติ แสดงออกโดยผ่านพิธีกรรม เช่น ร้องรำทำเพลง   มีหัวเราะและยิ้มต่ออำนาจเหนือธรรมชาติและต่อคนแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสดงอาการวิงวอนและร้องขออย่างยอมจำนน ถ้าหัวเราะเท่ากับแสดงอาการแข็งกร้าวเกินไป จึงต้องทำให้อ่อนน้อม คือ ยิ้ม อาจเรียกยิ้มยอมจำนน ก็ได้ (ลักษณะยอมจำนนของชาวสยามมีตัวอย่างในจดหมายเหตุลาลูแบร์ราชทูตฝรั่งเศส ที่เดินทางมาเข้าเฝ้าสมเด็จพระนารายณ์ (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 2199-2231)  ที่กรุงศรีอยุธยา)

ยิ้มสยาม มีที่มาและมีความหมายอย่างเดียวกับยิ้มสุวรรณภูมิ  โดยจะแยกเป็นยิ้มสยามโดดๆไม่ได้ เพราะยังมี ยิ้มลาว, ยิ้มเขมร, ยิ้มพม่า, ยิ้มมอญ, ยิ้มข่า, ยิ้มละว้า, ยิ้มมลายู, ยิ้มจาม, ยิ้มเรอแดว, ฯลฯ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับยิ้มสยามที่มีพื้นฐานจาก ยอมจำนน ฉะนั้น มีเรื่องราวอะไรก็ยิ้มไว้ก่อน เชื่อว่าปลอดภัย มั่นคง

ยิ้มอย่างนี้จะยกย่องไปเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการดีไหม? ได้ไหม?

ยิ้มเถิด ยิ้มเถิด       นะยิ้ม  ยิ้มแย้มแจ่มใส
สุขสำราญบานใจ    ไทยเข้มแข็งสวัสดี
(นายกรัฐมนตรีร่วมร้องเพลงชาติ โครงการไทยเข้มแข็ง ณ สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2552)

fluoxetine 50 mg valtrex tablet