ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2553

เพลงร้องเล่นของชาวบ้านสมัยก่อนมีกลอนตอนหนึ่ง บอกลักษณะธรรมชาติลุ่มน้ำว่า

เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง           เดือนสิบสองน้ำทรง

เดือนอ้ายเดือนยี่               น้ำก็รี่ไหลลง

เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง ราวกันยายน-ตุลาคม, เดือนสิบสองน้ำทรง ราวตุลาคม-พฤศจิกายน, เดือนอ้าย ราวพฤศจิกายน-ธันวาคม, เดือนยี่ ราวธันวาคม-มกราคม ขณะนี้เป็นปลายเดือนยี่ น้ำก็รี่ไหลลง แล้วค่อยๆแห้งหายไปก็มี(อ่านประเพณีพิธีกรรมเดือนยี่ในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรมฉบับวันนี้)

ประเทศไทยอยู่เขตมรสุม รับลมมรสุม 2 ฟากมหาสมุทร คือมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออก กับมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตก ถือเป็นเขตมีน้ำฝนอุดมสมบูรณ์ในฤดูฝน แต่เมื่อถึงฤดูแล้งจะมีบางแห่งแล้งน้ำลำบากแสนสาหัส

ปัจจุบันภาวะแล้งน้ำมีกว้างขวางกว่าแต่ก่อนด้วยสาเหตุจากมนุษย์เป็นสำคัญ ถ้าไม่ร่วมกันดูแลรักษาพัฒนาแหล่งน้ำให้มีใช้เพียงพอ ก็มีโอกาสเกิดสงครามแย่งน้ำขนานใหญ่ แม้ขณะนี้เริ่มมีแล้วเป็นสงครามขนาดย่อยๆหลายพื้นที่

ความต้องการน้ำเพื่อการเกษตรให้ชาวบ้านพลเมืองทำไร่ทำนาเป็นเรื่องสำคัญมากๆมาตั้งแต่โบราณกาลดึกดำบรรพ์ มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดียืนยันเต็มไปหมดทั้งสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ เช่น กลองทองหรือมโหระทึก อายุราว 3,000 ปีมาแล้ว  ใช้ตีประโคมขอฝน เป็นต้น

พระราชพิธี 12 เดือนของราชสำนัก กับประเพณี 12 เดือนของชาวบ้าน ล้วนเป็นเรื่องเดียวกันคือ ขอฝน หรือ ขอน้ำ ให้ความสำคัญต่อดินและน้ำตลอดปี แม้ลอยกระทงก็มีขึ้นเพื่อขอขมาเจ้าแม่แห่งน้ำและดิน คือผีน้ำผีดิน ที่บันดาลให้มีน้ำและดินอุดมสมบูรณ์ปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารเอาไว้เลี้ยงชีวิตคนได้ตลอดปี

สังคมไทยทุกวันนี้ไม่ค่อยรู้ค่าและไม่ดูแลรักษาแหล่งน้ำธรรมชาติ ดังเห็นจากไม่ให้ความสำคัญประเพณีเกี่ยวกับน้ำ ถึงจะมีประเพณีก็มีเพื่อ“ขาย”การท่องเที่ยวเป็นสำคัญที่สุด ไม่ได้มีเพื่อสำนึกในพระคุณของน้ำและดิน เลยปล่อยให้แหล่งน้ำถูกทำลาย หรือไม่ก็ทำสกปรกจนคุณภาพน้ำต่ำลงรอวันเน่าเหม็น เช่น แม่น้ำท่าจีน, รวมถึงแม่น้ำเจ้าพระยา อีกไม่นานก็เน่า

PIPS edutainment essay โดย วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นหนังสือดี(ราคาเล่มละ 180 บาท) ที่ควรมีไว้ประจำบ้าน แล้วอ่านเรื่องน้ำ จะยกข้อความสำคัญๆมาเป็นตัวอย่าง ดังนี้
น้ำเป็นทรัพยากรที่มีค่ายิ่งกว่าน้ำมัน หากปราศจากน้ำ มนุษย์ก็อยู่ไม่ได้ เพราะน้ำเป็นทั้งวัตถุดิบสำหรับการเกษตร อุตสาหกรรม และใช้ในครัวเรือน—
น้ำในโลกประกอบด้วยน้ำเค็มร้อยละ 97.5 และน้ำจืดร้อยละ 2.5 ซึ่ง 2 ใน 3 ของปริมาณน้ำจืดอยู่ในสภาพเป็นน้ำแข็ง น้ำจืดที่ไม่เป็นน้ำแข็งส่วนใหญ่ก็อยู่ใต้ดิน ดังนั้น น้ำบนดิน เช่น แม่น้ำ คูคลอง ห้วย ลำธาร ที่เห็นกันนั้น คิดเป็นส่วนน้อยยิ่งสำหรับปริมาณน้ำในโลก
พูดถึงส่วนของน้ำจืดที่ใช้กันทุกวันนี้ ร้อยละ 15 ใช้เพื่อการบริโภคของมนุษย์ (กิน อาบ  ทำความสะอาด ทำอาหาร) ร้อยละ 15 เพื่ออุตสาหกรรม และร้อยละ 60 ถูกกักเก็บไว้ในเขื่อนเพื่อใช้ในการเกษตรเป็นส่วนใหญ่
—————————-
มนุษยชาติใช้ทรัพยากรน้ำมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในการเกษตร เมื่อประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศที่มิได้ปลูกสินค้าเกษตรแต่ใช้การนำเข้า ดูเผินๆเหมือนไม่ได้ใช้น้ำเพื่อการเกษตร แต่แท้ที่จริงแล้วเป็นผู้ใช้น้ำเสมือน ดังที่เรียกว่า VIRTUAL WATER USER
ญี่ปุ่นนำเข้าธัญพืชและเนื้อสัตว์เป็นปริมาณมากเพื่อใช้เป็นอาหาร ดังนั้นจึงเท่ากับว่าเป็นผู้นำเข้า VIRTUAL WATER มหาศาลด้วย เนื่องจากสินค้าเกษตรเหล่านี้ต้องใช้น้ำปริมาณมากในการผลิต การนำเข้าหรือการ จ้างผลิตสินค้าเกษตรจากประเทศอื่น จึงเหมือนกับเป็นผู้ใช้น้ำทางอ้อม มีผู้คำนวณว่า ญี่ปุ่นใช้น้ำเสมือนประมาณ 64,000 ล้านตันต่อปี ถ้าญี่ปุ่นต้องผลิตสินค้าเกษตรเหล่านี้เอง เชื่อว่าจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำขึ้นอย่างแน่นอน
ไทยเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ของโลก ซึ่งจำเป็นต้องใช้น้ำปริมาณมหาศาลในแต่ละปี ดังนั้น ผู้ซื้ออาหารจากเราจึงเท่ากับว่าเป็นผู้ใช้น้ำของบ้านเราทางอ้อม การเป็นครัวโลกของไทยภายใต้สภาวการณ์ขาดแคลนน้ำทั่วโลกจึงมีต้นทุนสูงไม่น้อย เพราะหากไทยไม่ผลิตสินค้าเกษตรเพื่อส่งออกมากเช่นนี้ เราอาจมีน้ำเหลือพอเพื่อสร้างความชุ่มฉ่ำให้แก่พื้นดินและเพื่อการบริโภคของประชาชนได้มากกว่านี้
———————————-
น้ำสำคัญกว่าน้ำมัน เพราะมนุษย์สามารถใช้พลังงานอื่นทดแทนน้ำมันได้ แต่ไม่มีสิ่งใดในโลกที่สามารถทดแทนน้ำได้ –