หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอังคารที่ 22 ธันวาคม 2552
ญี่ปุ่นเป็นสังคม“รวมกลุ่ม”เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างเอาจริงเอาจัง แต่ไทยเป็นสังคม“จับกลุ่ม”เพื่อร่วมกันนินทาเพื่อนบ้านอย่างเมามันปาก

ข้อความที่เขียนไว้ย่อหน้าแรกนี้ ไม่ได้คิดเอง แต่เป็นของนักวิชาการชาวตะวันตกที่ผมจำ“ขี้ปาก”นักวิชาการไทยมาดัดแปลงอีกทอดหนึ่ง

ลักษณะไทยชอบ“จับกลุ่ม” แต่ไม่ชอบ“รวมกลุ่ม”นี้ มีผู้อธิบายให้ฟังว่าเป็นผลจากระบบการศึกษาเน้น“ปริยัติ”แบบ“เถรวาทไทย”ที่ไม่ให้ความสำคัญแนว “ปฏิบัติ”กิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อผู้อื่น หรือกิจกรรมบริการสังคม ฯลฯ (พฤติกรรมทำบุญของไทยไม่จัดอยู่ในกิจกรรมนี้) พูดอีกอย่างหนึ่งว่า “ไม่เน้นความเป็นคน แต่เน้นความเป็นเจ้าคนนายคน” สอดคล้องกับคติโบราณว่า “สิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง”

กระทรวงศึกษาธิการเห็นข้อด้อยตรงนี้ เลยทบทวนการเรียนการสอนในโรงเรียนให้ลดความซ้ำซ้อนในแต่ละชั้นปีลงมากว่าร้อยละ 30 เพื่อเอาเวลาไปจัดกิจกรรม “จิตสำนึกสาธารณะ”ให้มากขึ้น (มติชน ฉบับวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552 หน้า 22)

“จิตสำนึกสาธารณะ”เป็นคำผูกขึ้นใหม่ของสังคมใหม่ในโลกาภิวัตน์ แต่มักเรียกสั้นลงว่า “จิตสาธารณะ” แล้วกร่อนเป็น“จิตอาสา”ก็มี ทั้งหมดมีความหมายอย่างเดียวกันคือมีน้ำจิตน้ำใจเผื่อแผ่แบ่งปันคนอื่นโดยเห็นแก่สาธารณประโยชน์ แล้วบริการสังคมเพื่อชุมชนและคนอื่นๆ

อย่างนี้ถือเป็น“วัฒนธรรมสาธารณะ”ที่สังคมก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้ความสำคัญมาก เช่น ยุโรป, อเมริกา, ญี่ปุ่น, ฯลฯ หากขาดสิ่งนี้ไปก็จัดอยู่ในกลุ่มประเทศ “ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา” หรือ “ทันสมัย แต่ไร้สมอง”

“วัฒนธรรมสาธารณะ” หรือ“จิตอาสา”นี้ ควรเป็นแนวทางหลักอยางหนึ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมยึดถือทำงาน เพื่อให้สังคมก้าวหน้าอย่างมีสมอง แต่น่าประหลาดที่ไม่เคยได้ยินผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงนี้ไม่ว่าฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายประจำพูดถึงเรื่องนี้ให้ชื่นอกชื่นใจเลยแม้แต่น้อย

สังคมที่ขาดวัฒนธรรมสาธารณะหรือจิตอาสา จะเต็มไปด้วยคนก้าวร้าว แก่งแย่งชิงดี เอารัดเอาเปรียบคนอ่อนแอ เห็นได้ชัดเจนจากบ้านเมืองของเราใน“ระบอบทักษิณ”ที่ผ่านมา แล้วยังมีอิทธิพลอยู่ ดังมีข่าวล่าสุดว่าเจ้าหน้าที่รัฐ ปี 2552 ทุจริตมูลค่าความเสียหาย 1,754 ล้านบาท “อปท.”คว้าแชมป์โคตรโกง (ไทยโพสต์ ฉบับวันพุธที่ 16 ธันวาคม 2552 หน้า 1 ต่อหน้า 10) จนนายกรัฐมนตรีถือเป็นเรื่องอันตราย และเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดต่อการเดินหน้ากระจายอำนาจต่อไป (มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม 2552 หน้า 13)

เมื่อไม่มีวัฒนธรรมสาธารณะก็ไม่เคารพกฎ กติกา มารยาท เพราะเอาแต่ได้ ทำให้จราจรมีอุบัติเหตุมหาศาลช่วงเทศกาล เช่น ปีใหม่, สงกรานต์, ฯลฯ

เทศบาลตำบลบางแห่งใช้งบฯนับแสนๆพา“หัวคะแนน”ไปเที่ยวเตร่เฮฮาหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ไม่มีกะจิตกะใจต่องานจิตสำนึกสาธารณะเพื่อชุมชนท้องถิ่น เช่น พิมพ์แผ่นพับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, จัดเพลงดนตรีมีปัญญาเพื่อสาธารณะ, ฯลฯ

เพลงดนตรีมีปัญญา กระตุ้นให้มีจินตนาการ “อ่านหนังสือ” เป็นกิจกรรมสำคัญอย่างหนึ่งที่ห้องสมุดควรจัดหรือชักจูงให้มีคนมาจัดสม่ำเสมอ จะได้โน้มน้าวเรียกคนเข้าห้องสมุด

fluoxetine package insert cheap levitra 20mg} else {