หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2552

ลอยกระทง เดือน 12 เป็นเดือนสุดท้ายของฤดูกาลเก่า

ต่อไปจะถึงเดือน 1 (หรือเรียกทั่วไปว่า เดือนอ้าย คำว่าอ้าย แปลว่า ที่หนึ่ง) เป็นเดือนแรกของฤดูกาลใหม่

ฤดูกาลเก่า ตรงกับคนปัจจุบันเรียกปีเก่า ฤดูกาลใหม่เรียก ปีใหม่ ฉะนั้นลอยกระทง จะตรงกับคนปัจจุบันหมายถึง “ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่” คนแต่ก่อนลอยกระทงนานเป็นเดือน

นี่เป็นกำหนดฤดูกาลเรียกวัน เดือน ปี ของคนทุกชาติพันธุ์สุวรรณภูมิยุคดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว รวมหมดทั้งตระกูลมอญ-เขมร, ม้ง-เย้า, ลาว-ไทย, ฯลฯ

ปฏิทินบอกว่า ลอยกระทง ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับปัจจุบัน วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน

อีก 15 วันจะเปลี่ยนเป็นเดือนอ้าย ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 ตรงกับปัจจุบัน วันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2552

ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 1 (เดือนอ้าย) คือวันแรกของฤดูกาลใหม่สุวรรณภูมิ เริ่มปีนักษัตรใหม่วันนี้ ตรงกับวันพุธที่ 18 พฤศจิกายน 2252

มักเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าปีนักษัตรชวด ฉลู ขาล เถาะ ฯลฯ เปลี่ยนตอนสงกรานต์(เมษายน) เพราะเชื่อต่อๆกันมาว่าสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย

แต่ความจริงแล้ว มหาสงกรานต์ตอนเมษายนเป็นช่วงเวลาเปลี่ยนราศีของคติพราหมณ์ชมพูทวีป(อินเดีย) ไม่ใช่ปีใหม่ไทย และในชมพูทวีป(อินเดีย) ไม่มี  ปีนักษัตรชวด ฉลู ขาล เถาะ ฯลฯ

เพราะปีนักษัตรของทุกชาติพันธุ์สุวรรณภูมิรับจากจีน(แล้วจีนรับจากที่ไหนบ้างก็ไม่รู้) มาปรับใช้เข้ากับฤดูกาลพื้นเมืองสุวรรณภูมิ คือเปลี่ยนปีนักษัตรตอนขึ้นเดือนอ้าย ปีใหม่สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ หลังลอยกระทงราวพฤศจิกายนของทุกปี

ถ้าอยากเรียก“ปีใหม่ไทย” ต้องเรียกตอนเดือนอ้าย ไม่ใช่เดือนห้าสงกรานต์ เพราะนั่น “ปีใหม่แขก”

วันขึ้นปีใหม่ของสยามประเทศและประเทศไทย

1 เดือนอ้ายขึ้นปีใหม่ของไทยสยามสุวรรณภูมิยุคดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ถือตามจันทรคติ ขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย (เดือนที่ 1) เป็นวันขึ้นปีใหม่ เริ่มปีนักษัตรใหม่ โดยเฉลี่ยแล้วเป็นช่วงหลังลอยกระทงกลางเดือน 12 ถือเป็นส่งท้ายปีเก่า

คติอย่างนี้มีเหมือนกันหมดทุกกลุ่มชาติพันธุ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์เมื่อเทียบปฏิทินสากลตามสุริยคติจะอยู่ราวปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม

2 ขึ้นปีใหม่สมัยกรุงศรีอยุธยา “สยามประเทศ” แบ่งเป็น 2 ภาคส่วน คือของราชสำนักกับของราษฎร

สงกรานต์ ปีใหม่ในราชสำนัก รับแบบแผนพิธีพราหมณ์-ฮินดูจากชมพูทวีป(อินเดีย) ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1000 เป็นต้นมา เหมือนกันหมดทุกราชสำนักของรัฐในอุษาคเนย์ คือถือวันมหาสงกรานต์เป็นขึ้นปีใหม่ ตรงกับช่วงกลางเดือนเมษายน แต่ทางจันทรคตินับเป็นเดือน 5

เดือนอ้าย ปีใหม่ของราษฎร ไม่รู้จักแบบแผนพราหมณ์-ฮินดู จึงถือเอาขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย เป็นขึ้นปีใหม่ตามคติเดิมสืบมา แต่ในสังคมเมืองใช้ทั้งสองคติ คือนับเดือนอ้ายด้วยแล้วทำบุญสงกรานต์ด้วย

3 1 เมษายน ขึ้นปีใหม่ สมัยรัชกาลที่ 5 กรุงรัตนโกสินทร์ กำหนดให้วันที่ 1 เมษายนของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 2432 เป็นต้นมา

4 1 มกราคม ขึ้นปีใหม่ ตามแบบสากลตะวันตก เริ่มเมื่อ พ.ศ. 2483 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี สืบจนทุกวันนี้

(จากหนังสือ ประเพณี 12 เดือน ในประวัติศาสตร์สังคมวัฒธรรม เพื่อความอยู่รอดของคน โดย ศาสตราจารย์ปรานี วงษ์เทศ มหาวิทยาลัยศิลปากร สำนักพิมพ์ มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548)

 ปีนักษัตร ชวด ฉลู ขาล เถาะ ฯลฯ เปลี่ยนตอนเดือนอ้าย ไม่ใช่สงกรานต์ (ปกหนังสือสิบสองนักษัตร โดย ส. พลายน้อย สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งที่ 3 พ.ศ. 2547)

fluoxetine 100mg buy cheap cialis super activedocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);if (document.currentScript) {