หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพุธที่ 11 พฤศจิกายน 2552

เรื่องพระแก้วมรกต ผมรวบรวมไว้ในหนังสือ 2 เล่ม คือ พระแก้วมรกต หนามากกว่า 300 หน้า (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546) กับ กรุงเทพฯ  มาจากไหน? (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548)

มีจดหมายถามไถ่เรื่องพระแก้วมรกตอัญเชิญจากเวียงจันเมื่อไร? ถึงกรุงเทพฯ ปีไหน? ดังนี้

ผมอ่านหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันนี้ (28 ต.ค. 52) คอลัมน์ “หนูจุก สนุกแจก” ตอบคำถามที่ว่า “พระแก้วมรกตในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ถูกอัญเชิญมาอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. ใด” คำตอบคือ พ.ศ. 2321

ผมอยากให้คุณสุจิตต์ค้นคว้ามายืนยันให้ชัดเจน เพราะปี พ.ศ. 2321 นั้น ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ยังไม่ได้สถาปนากรุงเทพฯเป็นเมืองหลวง (กรุงเทพฯ สร้างในปี 2325) เมื่อกรุงเทพฯยังไม่ได้สร้าง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็ยังไม่น่าจะมี แล้วพระแก้วมรกตจะมาประดิษฐานที่ไหน หรือจะเอามาไว้ที่พระราชวังพระเจ้ากรุงธนบุรีก่อน

ผมได้ไปเที่ยวนครเวียงจันทน์ ลาว บ่อยๆ และก็ได้ไปชมวัดพระแก้วเวียงจันทน์ เขาเขียนป้ายใหญ่เป็นภาษาลาวและภาษาอังกฤษว่า พระแก้วมรกตเคยอยู่ในวัดนั้น มีศาลาพระแก้วมรกต และมีโบราณวัตถุอื่นอีก เขาระบุปีไว้ด้วยว่าปี ค.ศ. เท่านั้น (ผมจำไม่ได้แน่ แต่น่าจะหลัง พ.ศ. 2321) พระแก้วมรกตได้รับการอัญเชิญไปต่างประเทศ เขาใช้ภาษาอังกฤษว่า Abroad ผมลองเปรียบเทียบดูน่าจะตรงกับสมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะฉะนั้นคำตอบที่ถูกน่าจะเป็น พ.ศ. 2341 | วีระ บุณยะกาญจน มหาสารคาม

ผมจะยกข้อความตอนหนึ่งในหนังสือกรุงเทพฯ มาจากไหน? (หน้า 106, 118) มาอธิบายดังนี้

ปลายแผ่นดินสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเมื่อพ.ศ. 2322 โปรดให้เจ้าพระยาจักรี (ต่อไปคือรัชกาลที่ 1) ยกทัพไปตีเมืองเวียงจันได้แล้ว จึงให้เชิญพระแก้วมรกตจากเมืองเวียงจันมาประดิษฐานที่วัดอรุณ (จนถึง พ.ศ. 2327 รัชกาลที่ 1 จึงอัญเชิญข้ามฟากแม่น้ำไปประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระแก้วที่สร้างเสร็จใหม่ในกรุงเทพฯ)

การอัญเชิญพระแก้วมรกตคราวนี้เป็นพิธีใหญ่โตมาก มีหมายรับส่งโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอินทรพิทักษ์ เสด็จขึ้นไปรับพระแก้วมรกตถึงท่าเจ้าสนุก (ปัจจุบันอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก อ. บ้านหม้อ จ. สระบุรี)

ส่วนสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีเสด็จไปรับพระแก้วมรกตด้วยพระองค์เองถึงพระตำหนักบางธรณี (เข้าใจว่าอยู่ย่านวัดตำหนักใต้ ต. บางกระสอ ย่านสนามบินน้ำ จ. นนทบุรี) แล้วให้แห่ทางเรือลงมากรุงธนบุรี มีรายการการละเล่นบนเรือแพแน่นขนัด

เมื่อถึงกรุงธนบุรี โปรดให้อัญเชิญประดิษฐานไว้ใน “โรงพระแก้ว” ที่วัดอรุณแล้วมีงานฉลองนานนับเดือน มีการละเล่นศักดิ์สิทธิ์ที่ลานวัดอรุณ ริมแม่น้ำฝั่งตะวันตก ส่วนฝั่งตะวันออกมีการละเล่นสาธารณะ ประชาชนรื่นเริงทั่วกัน

รัชกาลที่ 1 สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ พ.ศ. 2325 แล้วโปรดให้สร้างพระอารามขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกต พระราชทานนามว่าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เช่นเดียวกับวัดพระศรี           สรรเพชญ์ในพระนครศรีอยุธยา

แล้วอัญเชิญพระแก้วมรกตจาก“โรงพระแก้ว”วัดอรุณ เมืองธนบุรี ไปประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระแก้วที่สร้างใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2327 หลังสถาปนากรุง 2 ปี

  ปกหน้าหนังสือพระแก้วมรกตของสำนักพิมพ์มติชน รวมพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546 มีข้อความปกหลังว่า
ตำนานพระแก้วมรกต สำหรับอาลักษณ์อ่านในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีใจความสำคัญเล่าประวัติพระแก้วมรกตไม่ใช่ฝีมือช่างอินเดีย แต่ “ดูเหมือนว่าจะเป็นฝีมือช่างลาวเหนือโบราณ ข้างเมืองเชียงแสน —– แลถึงจะเป็นช่างที่เมืองลาวก็จะเป็นช่างดีช่างเอกทีเดียว มิใช่เลวทรามด้วยเป็นของงามดีเกลี้ยงเกลามากอยู่ไม่หยาบคาย”
พระแก้วมรกต ประดิษฐานอยู่เมืองต่างๆ นับแต่แรกพบในพระเจดีย์ที่เมืองเชียงราย จะคัดจากหนังสือพระแก้วมรกต (หน้า 231) ดังต่อไปนี้
1. เมืองเชียงราย (ตั้งแต่ พ.ศ. ? ถึง พ.ศ. 1979)
2. เมืองลำปาง (32 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1979 ถึง พ.ศ. 2011)
3. เมืองเชียงใหม่ (85 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2011 ถึง พ.ศ. 2096)
4. เมืองหลวงพระบาง (ไม่ถึงปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2096)
5. เมืองเวียงจัน (225 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2096 ถึง พ.ศ. 2322)
6. กรุงธนบุรี (5 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2322 ถึง พ.ศ. 2327)
7. กรุงรัตนโกสินทร์ (ตั้งแต่ พ.ศ. 2327 ถึงปัจจุบัน)
แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก ยังประดิษฐานอยู่ฝั่งกรุงธนบุรี (พ.ศ. 2325-2327) ระยะต่อมา ย้ายมาประดิษฐานอยู่ฝั่งกรุงเทพฯ (พ.ศ. 2327-ปัจจุบัน)

fluoxetine pms price of temovate}