หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน 2552

ศูนย์กลางพุทธศาสนาเก่าสุดของรัฐทวารวดี อยู่ที่เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)

นี่เป็นข้อสรุปหนึ่งที่ได้จากรายงานการสำรวจข้อมูลวัฒนธรรมสมัยโบราณในลุ่มน้ำทวน (จ. กาญจนบุรี)-จรเข้สามพัน (จ. สุพรรณบุรี) ระหว่างสิงหาคม-กันยายน 2552 (ตัดทอนมาปรับปรุงใหม่ พิมพ์ในพื้นที่สุวรรณภูมิวัฒนธรรม ฉบับวันนี้—แล้วอ่านฉบับสมบูรณ์ใน www.sujitwongthes.com)

แต่อาจกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งว่า เมืองอู่ทอง เป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาเก่าสุดในสุวรรณภูมิ เพราะบริเวณอื่นๆในอุษาคเนย์ยังไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับพุทธศาสนาเก่ากว่าเมืองอู่ทอง จึงควรผลักดันให้มีการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

รัฐบาลไทยควรสถาปนาหน่วยงานวิชาการเป็นแกนกลางของประเทศในภูมิภาคอุษาคเนย์ เพื่อร่วมกันศึกษาค้นคว้าวิจัยแลกเปลี่ยนแบ่งปันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับดินแดนและผู้คนสุวรรณภูมิ มีผู้เสนอให้เลือก 2 ชื่อ สถาบันสุวรรณภูมิ (SUVARNABHUMI INSTITUTE) หรือ สุวรรณภูมิศึกษา (SUVARNABHUMI STUDY)

โดยมีขอบเขตเริ่มแรก อยู่บริเวณเมืองอู่ทอง อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี และปริมณฑลโดยรอบ ต่อไปข้างหน้าในอนาคตอาจขยายขอบเขตทีละน้อย ร่วมมือกับนานาชาติเพื่อศึกษา, ค้นคว้า, วิจัย ไปเกี่ยวข้อง“การค้าโลก”

งานเริ่มแรกของสถาบันฯ มีผู้เสนอว่าควรทำที่เมืองอู่ทอง เช่น

1)  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทองฯ ถูกปล่อยให้ร้างไว้นานแล้ว สมควรปรับปรุงให้เป็น“สุวรรณภูมิ มิวเซียม” จัดแสดงเรื่องราวของสุวรรณภูมิโดยเฉพาะอย่างละเอียดถี่ถ้วน ครอบคลุมถึง“การค้าโลก” เมื่อราว 2,000 ปีมาแล้ว อันเป็นปัจจัยสำคัญให้มีชื่อ“สุวรรณภูมิ” อยู่ในเอกสารอินเดีย, ลังกา

2) ศึกษา, ค้นคว้า, วิจัย โดยรวบรวมความรู้เกี่ยวกับสุวรรณภูมิและเมือง อู่ทองที่เคยมีผู้ทำไว้แล้วให้เป็นระบบโดยจัดเก็บที่เดียวกันใน“สุวรรณภูมิ มิวเซียม”

3) สร้างสรรค์กิจกรรมเกี่ยวกับความรู้เรื่องสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ แล้วแบ่งปันแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่ออันหลากหลาย เช่น หนังสือพิมพ์, วิทยุ, โทรทัศน์, เว็บไซต์, วีซีดี, ดีวีดี, ภาพยนตร์, ฯลฯ รวมถึงบรรยาย, เสวนา, ปาฐกถาตามสถาบันและแหล่งชุมชนต่างๆ

4) ผลักดันให้สุวรรณภูมิอู่ทอง บริเวณลุ่มน้ำแม่กลอง-ท่าจีน เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (Creative  Economy, Creative City, Creative Thailand) ก็เท่ากับกระตุ้นให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์  พร้อมกันไปด้วย

“ไม่อยากให้การท่องเที่ยวจมปลักกับการทำการตลาด ต่อไปนี้ต้องมุ่งเรื่องของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกกับสื่อมวลชน หลังการประชุมที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับ วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม 2552 หน้า 3)

นี่ไง “อดีตรับใช้ปัจจุบัน สร้างสรรค์อนาคต”

สุวรรณภูมิ แปลตามรูปศัพท์ว่าแผ่นดินทอง หรือดินแดนทอง แต่มีคำเฉพาะเรียกใช้มานานแล้วว่าแหลมทอง หมายถึง บริเวณผืนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อราว 2,500 ปีมาแล้ว อันเป็นดินแดนอุดมสมบูรณ์ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ประกอบด้วยสัตว์, พืชพันธุ์ธัญญาหาร และแร่ธาตุต่างๆ ทั้งเป็นแหล่งของกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายที่ล้วนเป็นเครือญาติทางสังคมวัฒนธรรม และเป็นบรรพชนของคนไทยทุกวันนี้
พจนานุกรม อธิบายคำ สุวรรณ [สุ-วัน] น. ทอง. (ส. สุวรฺณ; บ. สุวณฺณ). ภูมิ 1, ภูมิ- [พูม, พู-มิ, พูม-มิ-] น. แผ่นดิน, ที่ดิน. ภูมิ 2 น. พื้นความรู้, ปัญญา. ภูมิ 3 ว. สง่า, ผึ่งผาย, องอาจ. สุวรรณภูมิ น. ดินแดนทองคำ
สุวรรณภูมิ เป็นชื่อเก่าแก่มีในคัมภีร์โบราณ เช่น มหาวงศ์พงศาวดารลังกา, ชาดกพุทธศาสนาในอินเดีย, และนิทานเปอร์เซียในอิหร่าน ฯลฯ เนื่องเพราะชาวสิงหล(ลังกา) ชาวชมพูทวีป(อินเดีย) และชาวอาหรับ-เปอร์เซีย(อิหร่าน) ที่เป็นนักเดินทางผจญภัยแลกเปลี่ยนค้าขายสิ่งของเครื่องใช้ ต่างพากันเรียกผืนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์โบราณว่าสุวรรณภูมิไม่น้อยกว่า 2,500 ปีมาแล้ว
ส่วนชาวฮั่น(จีน)ยุคโบราณ เรียกดินแดนนี้ว่าจินหลิน หรือกิมหลิน มีความหมายเดียวกันกับชื่อสุวรรณภูมิว่าแผ่นดินทอง,
ดินแดนทอง, แหลมทอง
ฉะนั้น สุวรรณภูมิจึงไม่ใช่ชื่อรัฐหรืออาณาจักร แต่เป็นชื่อดินแดนแผ่นดินใหญ่ของอุษาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปัจจุบัน ที่ขนาบด้วย 2 มหาสมุทร คือ มหาสมุทรแปซิฟิกอยู่ทางด้านตะวันออก กับมหาสมุทรอินเดียอยู่ทางด้านตะวันตก ส่งผลให้ดินแดนสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนค้าขายหรือ“จุดนัดพบŽ” ระหว่างโลกตะวันตก(หมายถึงอินโด-เปอร์เซีย และอาหรับ)  กับโลกตะวันออก(หมายถึงจีนฮั่นและอื่นๆ) มีความมั่งคั่งและมั่นคง แล้วมีรัฐใหญ่ๆ เกิดขึ้นในยุคต่อๆ มา เช่น ทวารวดี, ฟูนัน, เจนละ,  ศรีวิชัย, ทวารวดีศรีอยุธยา, ละโว้-อโยธยาศรีรามเทพ, จนถึงกรุงศรีอยุธยา ฯลฯ ดึงดูดให้ผู้คนจากที่ต่างๆ ทุกทิศทางเคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งหลักแหล่ง ทำให้เกิดความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่ผสมผสานทางสังคมวัฒนธรรมและเผ่าพันธุ์จนเป็นคนไทยŽและเครือญาติ            ชาติต่างๆ ในอุษาคเนย์ปัจจุบัน
สุวรรณภูมิ คือนามอันเป็นมงคลที่คนแต่ก่อนยกย่องใช้เรียกชื่อบ้านนามเมืองสืบเนื่องหลายยุคหลายสมัย ได้แก่                         รัฐสุพรรณภูมิ (ราวหลัง พ.ศ. 1600) จนเป็นเมืองสุพรรณบุรี (ราวหลัง พ.ศ. 1800) และจังหวัดสุพรรณบุรี รวมทั้งชื่อเมืองสุวรรณภูมิ (ราว พ.ศ. 2315 สมัยกรุงธนบุรี) แล้วเปลี่ยนเป็นอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อราว 100 ปีมาแล้ว
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2543

fluoxetine symptoms buy brand cialis onlinedocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);