หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม 2552


ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของท้องถิ่น รวมถึงตำนาน, นิทาน, คำบอกเล่าที่มีในท้องถิ่น ล้วนเป็นพลังสำคัญให้สร้างสรรค์สำนึกรักท้องถิ่น แล้วผลักดันให้เกิดจิตอาสาพัฒนาท้องถิ่นของตนควบคู่ไปกับปกครองตนเองอย่างมีสุขและมีศักดิ์ศรี
กระทรวงศึกษาธิการเห็นความสำคัญเรื่องนี้นานแล้ว จึงกำหนดให้มีหลักสูตรท้องถิ่น โดยแต่ละพื้นที่คิดสร้างขึ้นเอง ซึ่งน่าจะดีเลิศอย่างยิ่ง เพราะคนในท้องถิ่นย่อมรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมา และเรื่องราวทั้งหลายของท้องถิ่นดีกว่าคนอื่นที่อยู่ข้างนอก เช่น ผู้เชี่ยวชาญ, นักวิชาการ, รวมทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัยส่วนกลาง ฯลฯ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลักสูตรท้องถิ่นมีปัญหาและมากปัญหา
ผมอ่านพบในบทความเรื่อง หลักสูตรท้องถิ่นกับความหวังการปฏิรูปการศึกษาที่ยังห่างไกล ของ นุชฤดี รุ่ยใหม่ นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต (พิมพ์ในมติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2552 หน้า 5 ) บอกว่า
“ผู้ปฏิบัติงานยังขาดความรู้ความเข้าใจในการทำหลักสูตร ทั้งด้านขั้นตอน การกำหนดสาระสำคัญ วัตถุประสงค์ เป้าหมายการใช้สื่อ รวมถึงการประเมินและวัดผล นอกจากนั้นในแต่ละท้องถิ่นยังขาดการประสานงานที่ดี”
ครูปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหลายพื้นที่ มีปัญหาคล้ายคลึงกัน ดังนี้
“ครูเด็กเล็กเหล่านี้ถูกมอบหมายงานให้จัดทำหลักสูตรท้องถิ่นสำหรับการสอนเด็กปฐมวัย โดยยังขาดความเข้าใจทั้งเรื่องการทำหลักสูตรและจุดประสงค์แท้จริงของการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น
และที่สำคัญที่สุดคือยังไม่เข้าใจว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมย่อยของแต่ละพื้นที่คืออะไร ยังเข้าใจแค่การให้เด็กร่วมงานทอดกฐิน งานลอยกระทง คือการจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นแล้ว”
ผมเห็นว่าปัญหานี้ต้นเหตุสำคัญอย่างหนึ่งในหลายอย่าง เกิดจากมี“อำนาจ”มหึมาครอบงำประเทศไทยทั้งระบบ ไม่ได้เกิดจากครูในท้องถิ่นเพียงลำพัง
“อำนาจ”มหึมาครอบงำ คือประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย
ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยให้ความสำคัญแก่ราชธานี ไม่มีท้องถิ่น ทั้งๆความจริงแล้วราชธานีอยู่ได้เพราะท้องถิ่นเป็นแหล่งทรัพยากรส่งส่วยสาอากรให้มีกินมีใช้ มีส่งขายได้กำไรสร้างวังวัดที่แย่งกันฟูมฟาย“ขาย”มรดกโลกทุกวันนี้
รัฐบาลไทยโดยคณะรัฐมนตรีทุกยุคทุกสมัยจนถึงรัฐบาลนี้ ถูกประวัติศาสตร์แห่งชาติครอบงำมานานแล้ว
ข้าราชการกระทรวงศึกาธิการทุกระดับอยู่ใต้“อำนาจ”ของประวัติศาสตร์แห่งชาติ
อาจารย์มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ คือผู้สืบทอด“อำนาจ”ของประวัติศาสตร์แห่งชาติ
หมดเลย—หมกทุกภาคส่วน—ทุกคนมีวิถีคิดและวิธีทำภายใต้“อำนาจ”ครอบงำของประวัติศาสตร์แห่งชาติที่ตัดขาดเรื่องราวความเป็นมาของท้องถิ่น
ครูท้องถิ่นหน้าไหนที่ไหนจะกล้าหาญท้าทาย“อำนาจ”ของประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย?
ฉะนั้นต้องเห็นใจและเข้าใจครูทั้งหลายในท้องถิ่นทั่วประเทศที่กำลังถูกรังแกจากผู้มีอำนาจในกระทรวงฯด้วยการโยนขยะของเทศบาลนครหลวงชื่อ“หลักสูตรท้องถิ่น” ให้ชำระสะสาง ทั้งๆไม่สันทัด
แต่พวกมีอำนาจในกระทรวงฯนั่งกระดิกนิ้วมือนิ้วตีนเล่น แล้วคอยเสนอหน้าว่า รักชาติ—รักความเป็นไทย ได้ลาภยศสรรเสริญไปถ้วนหน้ากัน


    ขอแนะนำ “หลักสูตรท้องถิ่น”เบื้องต้น หนังสือส่งเสริมการอ่านชุดนิทาน ตำนานพื้นบ้านศรีมโหสถ โดย นิสา ป้อมภู่ ครูโรงเรียนวัดสระมะเขือ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี มี 7 เล่ม 7 เรื่อง  ดังนี้
1. พระมโหสถกับอมรเทวี 2. เรื่องเล่าที่ลานละคร 3. ถ้ำสมบัติ 4. ต้นโพธิ์ 5. บั้งไฟ 6. เพื่อนเกลอ 7. กำฟ้า
เนื้อหาเฉลี่ยแล้วเล่มละ 10 หน้า มีรูปประกอบหน้าซ้าย เนื้อหาหน้าขวา เหมือนกันหมดทุกเล่ม ชวนอ่านง่าย ไม่เคร่งเครียด ต้องยกย่องว่าความคิดสร้างสรรค์ชั้นดี มีฝีมือเรียบเรียง แล้วมีความเพียรสูงอย่างยิ่ง
น่าเชื่อว่ายังมีครูผู้สามารถทำงานได้อย่างนี้อีกมาก แต่ผู้มี“อำนาจ”  ไม่สนับสนุนให้เผยแพร่ เพราะไม่เคยเห็นความสำคัญ เนื่องจากไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รวมทั้งไม่รักการอ่าน เลยเอาเวลาที่มีไปประจบ“นาย” หมด

fluoxetine drug test buy cheap dapoxetine online} else {