หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทน์ที่ 26 ตุลาคม 2552
จิตสำนึกใหม่ หรือ New Consciousness เป็นข้อความของอาจารย์หมอประเวศ วะสี อธิบายว่า

เป็นจิตสำนึกที่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด  (The Same Oneness) ของคนทั้งหมด และธรรมชาติทั้งหมด (มติชน ฉบับวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2552 หน้า 11) แล้วหมอประเวศยังย้ำอีกว่า

“จิตสำนึกใหม่ที่เข้าถึงความเป็นทั้งหมดจะทำให้เป็นอิสระ มีความสุขอันลึกซึ้ง เกิดความรักอันไพศาลต่อเพื่อนมนุษย์และธรรมชาติทั้งหมด ทำให้ดำเนินไปบนวิถีดุลยภาพได้”

แต่วิถีดุลยภาพ(คือทางไป)เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าเรายังมีจิตสำนึกเล็กๆแคบๆ มองไม่เห็นทั้งหมด แล้วทำเฉพาะส่วนอย่างแยกส่วน ทำเพื่อตนและพวกตน นำไปสู่การเสียดุลยภาพอย่างรุนแรงทั้งหมดทั้งสิ้น จนล่มสลาย

“ไม่มีทางที่มนุษย์จะดำเนินไปในอารยธรรมเดิมโดยไม่ทำลายดุลยภาพของการอยู่ร่วมกัน” ขณะนี้เราจึงอยู่ท่ามกลาง“วิกฤตอารยธรรม”หรือวิกฤตแบบแผนการดำรงชีวิตที่ติดในหลุมดำของอารยธรรมเดิม ถ้าจะให้พ้นจากหลุมดำอันวิกฤตก็ต้องสร้างจิตสำนึกใหม่เท่านั้น

จิตสำนึกใหม่มองเห็นความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด คือมองเห็นสังคมไทย มีเศรษฐกิจการเมืองและสังคมวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียวเกี่ยวพันกับสังคมสุวรรณภูมิในภูมิภาคอุษาคเนย์โดยไม่แยกส่วนออกจากกันอยู่โดดๆเหมือนเคยเป็นมาอย่างผิดๆ

สังคมวัฒนธรรมที่มีชื่อเรียกต่างๆ เช่น ประวัติศาสตร์, โบราณคดี, พิพิธภัณฑ์, วรรณคดี(วรรณกรรม), ดนตรี, นาฏศิลป์, ศิลปะสถาปัตยกรรม, ฯลฯ ย่อมเป็นหนึ่งเดียวเกี่ยวพันเศรษฐกิจการเมือง แล้วยังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับสุวรรณภูมิอย่างแยกไม่ได้อีกด้วย

ยกตัวอย่าง วรรณคดีไทย ย่อมเป็นหนึ่งเดียวกับวรรณคดีสุวรรณภูมิ-อุษาคเนย์ ในท่ามกลางอิทธิพลของเศรษฐกิจการเมืองและการค้าโลก เริ่มจากวรรณคดีบอกเล่าเก่าแก่สุด แล้วตามมาด้วยวรรณคดีลายลักษณ์อักษร

วรรณคดีบอกเล่าที่มีร่องรอยโบราณคดีรองรับ เช่น กำเนิดมนุษย์จากน้ำเต้าปุง, หมาเก้าหาง, กบ-ตะกวด(เหี้ย)ศักดิ์สิทธิ์, นางนาค, ฯลฯ มีภาพเขียนสีตามถ้ำและเพิงผากับมีรูปรอยบนสัมฤทธิ์ ฯลฯ เป็น“วัฒนธรรมร่วม”ของสุวรรณภูมิ มีบอกเล่าปากต่อปากในทุกกลุ่มชาติพันธุ์ รวมทั้งไทย-ลาว

วรรณคดีลายลักษณ์อักษร ส่วนหนึ่งยกวรรณคดีบอกเล่าไปลงลายลักษณ์อักษรสืบเนื่องไป แต่อีกส่วนหนึ่งรับโครงเรื่องจากภายนอก (เช่น อินเดีย, จีน) มาดัดแปลง มีคล้ายคลึงกันหมดทั้งสุวรรณภูมิ เช่น รามเกียรติ์, ชาดก, ฯลฯ

วรรณคดีไทยเขียนด้วยอักษรไทย ล้วนสืบทอดวรรณคดีบอกเล่ากับวรรณคดีลายลักษณ์อักษรที่มีมาก่อน เพราะอักษรไทยแรกมีขึ้นใช้ราวหลัง พ.ศ. 1700 ก่อนหน้านั้นใช้อักษรอื่น เช่น อักษรปัลลวะ(จากอินเดียใต้), อักษรมอญ, อักษรเขมร(แต่เรียกอักษรขอม)

ฉะนั้นวรรณคดีไทย“ทางการ” กำหนดให้เริ่มต้นที่ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ราวหลัง พ.ศ. 1800 จึงคับแคบอยู่ในหลุมดำแห่งวิกฤตอารยธรรม  แล้วมองไม่เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของทั้งหมด ย่อมสวนทางกับความจริงที่มีพยานหลักฐานทางโบราณคดีรองรับเป็นกองพะเนินเทินทึกท่วมหูท่วมหัวอยู่ในสำนักฯต่างๆของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม

ยกจิตสำนึกใหม่ของอาจารย์หมอประเวศมาบอกเพิ่มให้เจ้ากระทรวงวัฒนธรรม(นอกเหนือจากที่เขียนไว้แล้วในฉบับวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา) ที่เรียกร้องให้ภาคเอกชนพลเมืองสนับสนุนทั้งทุนและสิ่งอื่นๆเพื่อร่วมกันดูแลรักษาซ่อมแซมสมบัติวัฒนธรรม

ภูเก็ตภูมิ ฉบับใหม่ ตุลาคม-พฤศจิกายน 2552  ภาพปก : ซากบ้านพระยาวิชิตสงครามฯ และมังกรศาลเจ้าท่าเรือตั้งอยู่ติดกัน

fluoxetine 200 mg generic tadapox