หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพุธที่ 7 ตุลาคม 2552


ธนาคารต้นไม้ ไม่ใช่ “ทางรอด” แต่เป็น “ทางเลือก”ของเกษตรกรไทย
ที่ยกมาเป็นสาระสำคัญได้จากบทสัมภาษณ์นายเอ็มนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ รักษาการแทนผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พิมพ์ในวารสารรากแก้ว (ฉบับกันยายน-ตุลาคม 2552 หน้า 22-27)
“ธนาคารต้นไม้” เป็นแนวคิดส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นไม้เพื่อความยั่งยืนของชีวิต แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากคณะกรรมการเสริมสร้างความแข็งแรงของชุมชนแห่งชาติ แล้วมอบให้นายเอ็มนูเป็นประธานคณะอนุกรรมการผลักดัน โดยเน้น “คุณค่า” มากกว่า “มูลค่า” ของต้นไม้
“เราไม่ต้องการให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยว แต่ต้องการให้ทำวนเกษตรที่มีไม้อื่นๆรวมอยู่ด้วย ภาษาป่าไม้เรียกไม้เบญจพรรณ คือมีความหลากหลาย” นายเอ็มนูบอก
ตามปกติไม้มีมูลค่าเมื่อถูกตัด แต่ธนาครต้นไม้ไม่คิดอย่างนั้น นายเอ็มนูบอกว่าต่อไปนี้ไม้มีมูลค่าเมื่อเริ่มปลูก
“นี่เป็นจิตวิทยา เพราะราไม่ได้จ่ายตังค์” นายเอ็มนูอธิบาย “ตีมูลค่าให้ แต่ไม่ได้จ่ายเงินจริง ถึงแต่ละปีเพิ่มค่าให้ก็ทำให้เขารู้สึกว่ามีความหวัง ปีหน้าก็จะเพิ่มขึ้นอีก ทำให้คนไม่อยากตัด เพราะยิ่งให้ความรู้ว่าไม้ปีที่ 5 มีมูลค่าเท่านี้ ปีที่ 7 มีมูลค่าเท่านี้ ปีที่ 10 ปีที่ 20 มีมูลค่าเยอะขึ้น เขาก็ยิ่งเก็บไว้”
ตามแนวคิดนี้ ชาวบ้านทั่วไปปลูกได้ ต้นไม้ก็ไม้ธรรมดาๆที่อาจไม่มีใครใส่ใจปลูก หรือพันธุ์ไม้ที่หายไปในท้องถิ่นเอาย้อนกลับมาปลูกใหม่ก็ได้ จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน เพราะธนาคารต้นไม้ไม่ส่งเสริมให้ตั้งหน้าตั้งตาปลูกเพื่อขาย แต่ให้ปลูก แซมที่ดินที่เขามี ถ้าทำนาก็ปลูกแซมตามคันนาหรือหัวไร่ปลายนา
มีกรณีตัวอย่างปลูก “ต้นกระดาษ” ของโรงงานอุตสาหกรรมการะดาษ นายเอ็มนูเล่าเท้าความว่า
“คุณเห็นโฆษณาดับเบิ้ลเอไหม คอนเซ็ปต์นี้แหละ เมื่อก่อนเขาก็มาหาผม ให้ ธ.ก.ส. ช่วยสนับสนุน
ผมบอกไม่สนับสนุนหรอก หากว่าให้เขาปลูกแทนข้าวแทนพืชผลที่เขาเคยปลูก ถ้าปลูกแทรกน่ะได้ ปลูกตามหัวไร่ปลายนาที่ไม่สามารถปลูกข้าวได้ อย่างนี้ ธ.ก.ส. สนับสนุน
แล้วเขาก็เอาโมเดลนี้ไปใช้ ผมก็ได้เจอเขา ทางบริษัทก็เล่าให้ฟังว่า ดีมากเลยหลังจากทำอันนี้ ชาวบ้านทำมากขึ้น ถ้านับต้นกระดาษที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนาเอามารวมกัน เขาบอกว่ามีเป็นล้านไร่ ถ้าเอามารวมกันนะ
แล้วเขาฉลาดมาก เปลี่ยนชื่อจากยูคาลิปตัสเป็นต้นกระดาษ ทำให้มีเสียงต่อต้านน้อยลง”
“ในสมัยนั้นยังไม่มีโครงการธนาคารต้นไม้ ผมก็บอกว่าทำอย่างนี้สิ อย่าไปตั้งหน้าตั้งตาปลูก
เพราะอุตสาหกรรมกระดาษต้องการกระดาษนี่ ขณะนั้นจีนมีความต้องการเช่าพื้นที่เป็นแสนไร่เพื่อปลูก ถ้าทำอย่างนั้น เราไม่สนับสนุน เพราะมันก็กลายเป็นว่าชีวิตไปขึ้นกับโรงงาน ถ้าเกิดให้ราคาดี คนก็ปลูกใหญ่เลย พอผลผลิตมันเยอะขึ้น เขาก็ให้ราคาต่ำ มันก็เจ๊ง ชีวิตไปขึ้นอยู่กับคนอื่น
แต่ปลูกหัวไร่ปลายนาก็ไม่มีปัญหามาก เพราะชีวิตผมขึ้นอยู่กับข้าว ชีวิตผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับไอ้ต้นกระดาษที่ยืนอยู่ริมนา”
นายเอ็มนูผู้เสนอ “ทางเลือก” ให้เกษตรกรไทย ย้ำว่า “หลักของธนาคารต้นไม้ คือปลูกต้นไม้เพื่อความอยู่รอดของตัวชาวบ้านเอง ขณะเดียวกันก็มีไม้ใหญ่เป็นเหมือนตัวบำเหน็จบำนาญแล้วเป็นมรดกให้ลูกหลานได้ด้วย”

ธนาคารต้นไม้ เพื่อให้ไม้มีมูลค่าเมื่อเริ่มปลูก ไม่ต้องรอให้ตัด