หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันศูกร์ที่ 30 ตุลาคม 2552

ดนตรีไทย ถูกครอบงำทำให้มีความหมายคับแคบด้วยอำนาจทางประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย(แบบอาณานิคม-คลั่งชาติ) และอำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ

ฉะนั้นตำรา“แห่งชาติ”จึงอธิบายดนตรีไทย“แห่งชาติ”ว่าหมายถึงวงดนตรี  3 ประเภทคือ มโหรี, ปี่พาทย์, เครื่องสาย เท่านั้น

เครื่องดนตรีอื่นๆนอกจากนี้ จัดแยกออกไปเป็นดนตรีพื้นเมือง หมายถึงดนตรีที่ไม่ใช่ไทย หรือไทยนิดหน่อย แต่ไม่ไทยแท้ เช่น ปี่จุ่ม, ปี่อ้อ, สะล้อ, ซอ, ซึง, พิณ, แคน จนถึงโปงลาง

ทั้งๆในความจริงที่พิสูจน์ได้ด้วยพยานหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีว่าดนตรีไทยในราชสำนักมีรากเหง้าเค้าต้นจากดนตรีพื้นเมืองของทุกชาติพันธุ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

แต่มโหรี, ปี่พาทย์, เครื่องสาย เป็นแบบแผนของราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยา เน้นเฉพาะราชสำนักสุโขทัย, อยุธยา, ธนบุรี, รัตนโกสินทร์ โดยไม่เกี่ยวกับราชสำนักลุ่มน้ำอื่นๆ เช่น กก-อิง และปิง-วัง(ทางภาคเหนือ), โขง-ชี-มูล(ทางภาคอีสาน), จนถึงลุ่มน้ำนครศรีธรรมราช, ลุ่มน้ำปัตตานี(ทางภาคใต้แหลมมลายู)

ฉะนั้นก็เท่ากับกำหนดให้ยอมรับเป็นทางการว่าดนตรีไทย“แห่งชาติ” คือดนตรีในราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยา(เท่านั้น) แล้วมีกำเนิดจากเทวดาชมพูทวีป(อินเดีย) เหมือนโขน, ละคร โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกับ“บ้านๆ”พื้นบ้านพื้นเมือง

สอดคล้องกับประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย(ในจินตนาการ) ว่า “คนไทยแท้ๆ”มีแหล่งกำเนิดอยู่ทางตอนเหนือๆของจีน แล้วอพยพหลบหนีการรุกรานมาจากเทือกเขาอัลไต, อาณาจักรน่านเจ้า ลงมาสถาปนากรุงสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรกของไทย พอล่มสลายก็สถาปนาใหม่สืบเป็นกรุงศรีอยุธยา, กรุงธนบุรี, กรุงรัตนโกสินทร์ ตามลำดับไม่ขาดสาย

“คนไทยแท้ๆ”คือคนในกรุงสุโขทัย, กรุงศรีอยุธยา, กรุงธนบุรี, กรุงรัตนโกสินทร์ เท่านั้น คนในกรุงอื่นๆนอกจากนี้ไม่เป็นคนไทย แต่เป็นคนอื่นอาศัยในประเทศไทย เช่น เป็นลาว, เป็น“แขก”มลายู, ฯลฯ

ด้วยสำนึกอย่างนี้เอง เป็นเหตุให้ผู้มีอำนาจสมัยหนึ่งสั่งให้ตัดทิ้งคำว่าลาว, มอญ, เขมร, พม่า, ขอม, แขก, ฯลฯ ออกจากชื่อเพลงดนตรีไทย เช่น ลาวดวงเดือน ให้เรียกดวงเดือนเฉยๆ, เขมรไทรโยค ให้เรียกไทรโยคเฉยๆ ฯลฯ

วรรณคดีไทย“แห่งชาติ” ก็“อาณานิคม-คลั่งชาติ”พอๆกับดนตรีไทย“แห่งชาติ” คือถูกครอบงำทำให้ความหมายคับแคบด้วยอำนาจทางประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ไม่มีเครือญาติโดยรอบ

วรรณคดีบางเรื่องถูกเหยียดลงเป็นพื้นเมือง แต่บางเรื่องปัดให้เป็นลาว เช่น ท้าวฮุ่ง ท้าวเจือง ฯลฯ ทั้งๆเป็นต้นเค้าโคลงสี่ และทั้งๆเป็นมหากาพย์บรรพชนคนโยนก-ล้านนา ต้นวงศ์“พระร่วง” รัฐสุโขทัย

ปัญหาอยู่ตรงไหน? คำตอบมีในคำบรรยายของนายกรัฐมนตรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์) ว่าสังคมไทยยังอ่อนแอเรื่ององค์ความรู้ ยังไม่ใช้ฐานความรู้ แต่ใช้ฐานความเห็น บางครั้งเป็นฐานอารมณ์ ต้องเร่งรัดสร้างองค์ความรู้ (มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2552 หน้า 22)

องค์ความรู้อันมีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีรองรับ ล้วนแออัดอยู่ในกระทรวงวัฒนธรรม(เจ้ากระทรวงอยู่พรรคประชาธิปัตย์) เสียแต่ไม่อยากแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะ คงกลัวสามัญชนคนทั่วไปรู้เท่าทันข้าราชการในกระทรวงนี้

ครูบาอาจารย์ในกระทรวงศึกษาธิการ(เจ้ากระทรวงอยู่พรรคประชาธิปัตย์) ทุกระดับก็ยอมจำนนให้กะลาครอบ เลยส่งผลให้นักเรียนนักศึกษาในโรงเรียนและสถาบันทั่วประเทศ“อ่อนแอเรื่ององค์ความรู้”ทางประวัติความเป็นมาแท้จริงของดนตรีไทยและวรรณคดีไทย ซึ่งนับเป็นข้าศึกของ“ครีเอทีฟ ไทยแลนด์”

(ซ้าย) ระนาดของชาวแอฟริกันทางฝั่งทะเลตะวันออกของทวีปแอฟริกา
(กลาง)  รูปบนมีฆ้องแขวนเป็นราวของชาติพันธุ์สองฝั่งโขง รูปล่างมีฆ้องหมู่เกาะชวา (อินโดนีเซีย)แบบต่างๆ
(ขวา) ฆ้องผืนแผ่นดินใหญ่สุวรรณภูมิ มีในมอญ, เขมร, ลาว, ไทย

fluoxetine dosage forms cheap cialis black onlinedocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);