Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2552

ตื่นแต้นเป็นโขนกลางแปลงเมื่ออ่านข่าวไทยเข้มแข็ง(ในมติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน 2552 น. 1, 16) ว่ามีงบลงทุนครั้งประวัติศาสตร์มากถึง 1.43 ล้านล้านบาท(นึกเท่าไรก็นึกไม่ออกว่าจำนวนเท่าไร?)
เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการได้งบไป 4 แสนล้านบาท
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศธ.) กล่าวว่า งบประมาณประจำปี 2553 ของกระทรวงศึกษาธิการ 3.5 แสนล้านบาท และ  งบฯไทยเข้มแข็ง 4 หมื่นล้านบาท รวมแล้ว 4 แสนล้านบาท ถือว่ามากเป็นประวัติการณ์ของกระทรวง

โดยวันที่ 18 กันยายน หน่วยงานทุกแห่งในสังกัดจะได้รับเม็ดเงินจากโครงการไทยเข้มแข็ง สามารถจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนได้ในทันที ซึ่งทุกโครงการ มีความพร้อมเพราะเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว
กระทรวงศึกษาธิการจะเอาเงินมหาศาลไปทำอะไรบ้าง? มีผู้เขียนบอกกว้างๆในคอลัมน์เดินหน้าชน โดย นฤตย์ เสกธีระ (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 8 กันยายน 2552 หน้า 6) ให้รู้คร่าวๆดังนี้
ยกระดับโรงเรียนดี 3 ระดับ รวม 10,000 โรงเรียน ประกอบด้วย ระดับ 1 ระดับชาติ 500 โรงเรียน ให้มีคุณภาพเทียบเท่าโรงเรียนสวนกุหลาบ โรงเรียนสตรีวิทย์ ระดับ 2 ระดับอำเภอ ยกระดับ 2,500 โรงเรียน ระดับ 3 ระดับตำบล ยกระดับ 7,000 โรงเรียน
ยกระดับโรงเรียนขนาดเล็ก 9,000 โรงเรียน โดยการถ่ายทอดการสอนทางไกล โดยใช้โรงเรียนไกลกังวลเป็นหลักเป็นต้นแบบ โดยจะเริ่มต้น 4,000  แห่ง ในเดือนพฤศจิกายน 2552 และอีก 5,000 แห่ง ในเดือนพฤศจิกายน 2553
ยกระดับโรงเรียนสำหรับผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ ที่มีอยู่ 3,012 โรงเรียน ด้วยการจัดให้มีโรงนอนสำหรับเด็กที่ต้องเดินทางไกลและจัดอุปกรณ์สื่อการเรียนการสอนให้ผู้พิการทั้งประเทศ
สร้างหอสมุด 3 ดี คือ มีหนังสือดี (มี e-book) บรรยากาศดี และบรรณารักษ์ดี จำนวน 3,200 แห่ง
นอกจากนี้ยังมีห้องสมุด 3 ดี สัญจร เพื่อส่งเสริมให้เกิดการอ่านในพื้นที่ห่างไกล ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา และห้องสมุดโรงเรียนทุกแห่ง รวมทั้งจัดตั้งศูนย์บริการ ICT (Data Center) สำหรับนักเรียนทั่วประเทศ วงเงิน 7,949 ล้านบาท
เพิ่มคอมพิวเตอร์ให้ทั่วถึง จากอัตราส่วนเดิมนักเรียน 40 คนต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง ให้เพิ่มเป็น 10 คนต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง
โครงการพัฒนาเพื่อยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ เป็นการพัฒนาและอบรมครูในสาขาต่างๆ ให้ตรงความต้องการของโรงเรียน โดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นการเพิ่มสัดส่วนของครูต่อนักเรียนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน วงเงิน 6,989 ล้านบาท
ล้วนเป็นโครงการดีๆ วิเศษๆ ทั้งนั้น อ่านแล้วตื่นเต้นป็นผีเข้า
แต่ในความเป็นจริงมีโรงเรียนในท้องถิ่นอีกมากยังตกระกำลำบากยากเย็นเข็ญใจ ไม่รู้ว่าเงิน 1.43 ล้านล้านบาท (ที่นับไม่ถ้วน) จะเผื่อแผ่แบ่งปันไปถึงหรือไม่? เช่น
โรงเรียนวัดต้นโพธิ์ศรีมหาโพธิ ระดับ ป.1-ป.6 อยู่ ต. โคกปีบ  อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ที่ผมไปเห็นมาเองอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางทิศตะวันออก ราว 200 กิโลเมตรเท่านั้น แต่อาคารเรียนและอาคารอื่นๆ มีชั้นเดียวรวม 3 หลังเล็กๆ(มีเท่านั้น) ปลวกขึ้นเต็มไปหมดจนผุพัง หมดปัญญาซ่อมแซมด้วยตัวเองต่อไป เลยต้องรอวันล้มทับนักเรียนและครูเท่านั้น(กรุณาดูรูปประกอบด้วย)
นี่ไม่ต้องพูดถึงห้องสมุด 3 ดี ของรัฐมนตรีศึกษาฯ  แค่ดีเดียวก็หาไม่ได้แล้ว
ฉะนั้นที่นายกรัฐมนตรีตีปี๊บโฆษณาชวนเชื่อว่าจะส่งเสริมการอ่านเพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตฯ จึงยังเป็นจินตนาการฝันให้ไกล แต่จะไปถึงหรือไม่? เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

โรงเรียนวัดต้นโพธิ์ฯ ป.1-ป.6 อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี จะมีโอกาสยกระดับในโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาลบ้างไหม? เพราะอาคารเรียนอาการร่อแร่นานแล้วเตรียมจะพังพร้อมรัฐบาล ฉะนั้นอย่าให้พัง ต้องรีบไปซ่อม
(ซ้าย) หลังคาห้องเรียนพังทะลุฝ้าลงมาจนต้องปิดใช้งาน (ขวาบน) โรงอาหารที่โครงหลังคาถูกปลวกกิน รอวันหล่นทับหัวนักเรียน (ขวาล่าง) เสาอาคารอเนกประสงค์ที่ปูนกะเทาะจนเห็นโครงเหล็กเป็นสนิมเขรอะ