หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอังคารที่ 15 กันยายน 2552

สุนทรภู่สร้างจินตนาการนิทานคำกลอนพระอภัยมณี จากวรรณคดีชาติต่างๆหลายเรื่อง เช่น จากตำนานนิทานเขมร, มอญ, ลาว, มลายู, จนถึงพงศาวดารจีน เช่น สามก๊ก, ไซ่ฮั่น, ฯลฯ แสดงว่าสุนทรภู่เรียนรู้เท่าทันโลกตลอดชีวิตจริงๆ
“สุนทรภู่คิดให้พระอภัยมณีชำนาญการเป่าปี่ แปลกกับวีรบุรุษในหนังสือเรื่องอื่นๆนั้น ก็มีเค้ามูลอยู่ในหนังสือพงศาวดารเรื่องไซ่ฮั่น คือเตียวเหลียงเป่าปี่เมื่อฮั่นอ๋องรบกับพระเจ้าฌ้อปาอ๋อง” สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีพระนิพนธ์คำอธิบายว่าด้วยเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ แล้วยังทรงบอกไว้อีกว่า  “ที่สุนทรภู่สมมุติให้ศรีสุวรรณชำนาญกระบองนั้น ก็มีเค้ามูลอยู่ในเรื่องไซ่ฮั่น”

สมเด็จฯ ยังทรงมีพระนิพนธ์ย้ำไว้ในตำนานสามก๊กว่า “เรื่องพระอภัยมณีที่สุนทรภู่แต่งซึ่งสมมุติให้พระอภัยมณีมีวิชาชำนาญการเป่าปี่ ก็คือเอามาแต่เตียว   เหลียงในเรื่องไซ่ฮั่น ข้อนี้ยังพิจารณาดูคำเพลงปี่ของเตียวเหลียงเทียบกับคำเพลงปี่ของพระอภัยมณี ก็ยิ่งเห็นชัดว่าถ่ายมาจากกันเป็นแท้”
สุนทรภู่อ่านเรื่องไซ่ฮั่นจากไหน?
ไซ่ฮั่น เป็นพงศาวดารจีนที่แปลเป็นภาษาไทยในวังหลังเมื่อแผ่นดินรัชกาล ที่ 1 ไล่เลี่ยหลังแปลสามก๊ก
วังหลัง คือ กรมพระราชวังบวรสถานพิมุข ทรงเป็นแม่กองอำนวยการแปลเรื่องไซ่ฮั่น ต้นฉบับมีอยู่ในวังหลังทั้งฉบับภาษาจีนและฉบับแปลภาษาไทย รวมกับวรรณคดีเรื่องอื่นๆ เพราะทรงสนพระทัยด้านอักษรศาสตร์ด้วย
กรมพระราชวังหลัง ทรงเป็น“หลาน”ในรัชกาลที่ 1 เพราะทรงเป็น“ลูก”ของ “พี่สาว”รัชกาลที่ 1 มีนามเดิมว่า ทองอิน เข้ารับราชการในแผ่นดินพระเจ้าตาก เป็นพระยาสุริยอภัย เจ้าเมืองนครราชสีมา ที่ทรงยกกำลังจากโคราชลงมายึดกรุงธนบุรี รอรัชกาลที่ 1 เสด็จกลับจากเขมรแล้วปราบดาภิเษก
แม่สุนทรภู่เป็นเครือญาติ“ข้าหลวงเดิม”ทางใดทางหนึ่งกับกรมพระราชวังหลัง จึงได้เป็น“แม่นม”พระธิดาวังหลัง เท่ากับสุนทรภู่มีเชื้อสาย“ผู้ดี”มาแต่กำเนิดเพราะเกิดในวังหลัง เติบโตในวังหลัง แล้วได้อ่านวรรณคดีสมุดข่อยที่มีในตู้ในหอของวังหลัง เล่มสำคัญคือไซ่ฮั่นนี่เอง
กรมพระราชวังหลัง ทรงเคยเป็นเจ้าเมืองนครราชสีมา มีบริวารเป็นนักปราชญ์ราชกวีชาวโคราช ฉะนั้นจึงมีกลอนอ่าน 5 เล่มสมุดข่อย เรื่องปาจิตกุมาร แต่งเมื่อ พ.ศ. 2316 ในแผ่นดินพระเจ้าตาก เนื้อหาเป็นตำนานเมืองพิมาย มีเค้าโครงจากปัญญาสชาดกกับนิทานท้องถิ่นพิมายเรื่องท้าวปาจิต-นางอรพิม (อ่านรายละเอียดในหนังสือ การศึกษาวิเคราะห์วรรณกรรม เรื่องอิทธิพลกลอนอ่านในนิทานคำกลอนของสุนทรภู่ โดย ทิพวัน บุญวีระ กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2541)
สุนทรภู่ได้อ่านนิทานกลอนเรื่องปาจิตกุมารในวังหลัง แล้วรับแบบแผนกลอนสัมผัสหรือกลอนตลาดจากนิทานกลอนเรื่องนี้ เอามาพัฒนาปรับปรุงจนกลายเป็นลักษณะเฉพาะของสุนทรภู่ แล้วยังได้โครงเรื่องมาแต่งนิทานกลอนเรื่องจันโครพด้วย

ท่านที่อยากรู้เรื่องวังหลังให้มากกว่านี้ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดเสวนาวิชาการเรื่อง สรรพ์นิพนธ์ประวัติศาสตร์ “วังหลัง” สมัยรัตนโกสินทร์ ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ บางพลัด กทม. วันพุธที่ 16 กันยายน 2552 ตั้งแต่เช้าถึงเย็น

ย่านวังหลังอยู่ต่อเนื่องกับวัดระฆัง ผมเคยเขียนเรื่องสุนทรภู่ กับครูแจ้ง วัดระฆัง คนเสภา ร่วมสมัยสุนทนภู่ไว้นานแล้ว ขณะนี้ค้นได้ต้นฉบับเอาขึ้นเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com ให้อ่านกันสนุกๆแล้ว

 วังหลังและคลองบางกอกน้อยลึกเข้าไป ตามที่สุนทรภู่เขียนนิราศบอกว่าเคยมีตลาดแพต่อเนื่องยืดยาวถึงบางบำหรุ (ภาพจากหนังสือ สุนทรภู่ เกิดวังหลังฯ โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2547) ปัจจุบันมีตึกสูงใหญ่ของโรงพยาบาล ศิริราชกำลังก่อสร้างเต็มไปหมดแล้วprice of fluoxetine cheap cialis free shipping