หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันพุธที่ 16 กันยายน 2552

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ผมอ้างถึง“ผู้รู้สามัญชน”คนหนึ่ง อธิบายคำว่า เหี้ย เพี้ยนจากคำบาลี หีน (อ่านว่า หี-นะ) หมายถึงเลวทรามต่ำช้า, สกปรกโสโครก, ฯลฯ (มติชน ฉบับวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2552)
อาจารย์วิศิษฏ์ ดวงสงค์ แห่งชมรมส่งเสริมภาษาและวัฒนธรรมไทย (27 ซอยลาดปลาเค้า 4 ถนนลาดปลาเค้า เขตลาดพร้าว  กทม. 10230) เขียนมาอธิบายทักท้วงถกเถียง แล้วเสนอว่า เหี้ย ควรมาจากคำเขมร

แต่จดหมายยาวเกินไปจนเนื้อที่ไม่พอลงพิมพ์ได้หมด ต้องขอประทานโทษไว้ตรงนี้
ผมไม่มีความรู้และความสามารถจะทักหรือถกเรื่องนี้ต่อไปได้ เลยต้องขออนุญาตไว้ที่นี้ ว่าส่งสำเนาจดหมายอาจารย์วิศิษฏ์ให้“ผู้รู้สามัญชน”คนนั้น คืออาจารย์รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล (ประจำมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และเขียนคอลัมน์ประจำสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์)   อ่านแล้วชี้แจงแถลงเรื่องอย่างสรุปต่อไปนี้
1. ตามที่กล่าวว่า เหี้ยมาจากภาษาเขมรคำว่า “เหียรหูร” ที่แปลว่าอุดมสมบูรณ์นั้น เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นไปได้ ทั้งนี้เพราะในภาษาเขมรปัจจุบันพบคำว่า “ทนฺสง” ซึ่งหมายความว่าตัวเหี้ย ส่วนตะกวด เขมรใช้ว่า “ตฺรกวด”
2. โบราณาจารย์ท่านไม่แยกเหี้ยกับตะกวด ส่วนปาฬีลิปิกรม์ของพระยาปริยัติธรรมธาดา (แพ ตาละลักษมณ์) ท่านให้ความหมายของคำว่า โคธา ว่าเหี้ย, แลน
3. คำว่า “หี” หมายถึงอวัยวะเพศ ในพจนานุกรมฉบับปรัดเลย์ กล่าวว่า “เปนชื่ออะไวยวะที่ลับของหญิง เขาเรียกโดยเสียมภาษามาตามบุราณนั้น” ในภาษาอาหมก็ใช้คำว่า หี หมายถึง อวัยวะเพศ ในภาษาถิ่นเหนือก็พบว่า “หี” หมายถึงอวัยวะเพศ มีตัวอย่าง ยุมุตตชันคัน สานคันออกก้น ออกหี ออกแตด ออกควย (ดู อรุณรัตน์ วเชียรเขียว พจนานุกรมศัพท์ล้านนาเฉพาะคำที่ปรากฏในใบลาน)
4. ศัพท์คำว่า “หีตา” หมายถึง รูเล็กๆข้างตา “หีเต่า” หมายถึง ปอยผมนั้น ผมเข้าใจว่าคำว่า หีในที่นี้ก็มาจากคำว่า หีน ที่แปลว่าเล็ก ในภาษาถิ่นเหนือพบคำว่า “หิ้น” ที่แปลว่าเล็กด้วยเช่นเดียวกัน
5. เรื่อง เหี้ย และ หี ผมไปค้นเพิ่มเติมมาดังนี้ ศัพท์คำว่า “เหี้ย”ของเขมรแถบสุรินทร์ ใช้ว่า “ทฺรง” อ่าน ตรอง ส่วนคำว่า “หี” ใช้ว่า กนฺตวย
6. ส่วนในภาษาถิ่นอีสานตามในพจนานุกรมภาคอีสาน-ภาคกลาง ฉบับปณิธานสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ พบคำว่า “หี่” แปลว่า ปกปิด “ฮี” แปลว่า รี เหมือนกับที่คุณวิศิษฏ์บอกมา หากแต่ยังพบคำว่า “หี” แปลว่า อวัยวะเพศ เรื่องดังกล่าวผมเข้าใจว่าศัพท์คำว่า “ฮี” มาจากคำว่า “รี” แน่ แต่ไม่น่าที่จะโยงมาถึงคำว่า “หี่” หรือ “หี” ได้ เพราะศัพท์คำว่า “หี” ในภาคกลางก็มีใช้ แต่ในภาคกลางเสียง ห, ฮ และ ร ก็ไม่เคยออกสลับกัน ส่วนเสียง ห, ฮ ในอีสานจะออกสลับกันหรือไม่เรื่องนี้ผมไม่ทราบ แต่ถิ่นลำปาง แพร่ น่าน ออกไม่สลับกัน
7. ส่วนคำว่า หี่ กับ หี นั้น ผมยังไม่พบตัวอย่างศัพท์ของคำว่า “หี่” ในวรรณคดีโบราณ จึงไม่มั่นใจว่าจะสลับกับหีได้ไหม แต่ถ้าคิด “หี” คือของลับก็น่าจะตรงกับคำว่า “หี่” ที่แปลว่าปกปิดได้
ขอบพระคุณอาจารย์วิศิษฏ์ที่กรุณาเขียนมาทักท้วง แล้วขอบพระคุณอาจารย์รุ่งโรจน์ที่กรุณาถกเถียงอธิบายเพิ่มเติม
อย่างนี้สนุกดีครับ ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกมาก จะได้เลิกดัดจริตรังเกียจคำเรียกอวัยวะเพศเสียที แล้วช่วยให้เรื่องเพศมีหลักภาษาวิชาการดีขึ้น

คนพื้นเมืองดั้งเดิมก่อนรับศาสนาจากอินเดียมีคำเรียกสัตว์ชนิดนี้ว่า ตะกวด หรือแลน (ยังไม่เรียกเหี้ย) เพราะยกย่องเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ครั้นรับศาสนาจากอินเดียแล้ว คนลุ่มน้ำเจ้าพระยาเหยียดหยาม เลยเรียกใหม่ว่าเหี้ย (ซ้าย) เหี้ยจริงๆ (ขวา) ตะกวดสัมฤทธิ์ พบในบริเวณเขตเขาบ่อพลับ อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ กำหนดอายุอยู่ในยุคสุวรรณภูมิ เมื่อราว พ.ศ. 1-500 fluoxetine 30 mg capsules viagra sublingual 100mg d.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);