Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชนฉบับวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2552


กูรูการตลาดระดับโลก “แจ๊ค เทราท์” แนะประเทศไทยปรับโฉมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ใช้ชื่อ “สยาม” โดดเด่นด้านประเพณี วัฒนธรรม โปรโมทประเทศไทย
ข้อความข้างต้นนี้ได้จากโปรยข่าวหน้าแรกของกรุงเทพธุรกิจ (ฉบับวันพุธที่ 23 กันยายน 2552 หน้า 1) แล้วมีข้อความโปรยแนะนำให้ใช้ชื่อ“สยาม”ต่อไปอีกว่า

เป็น“ทางรอดแบรนด์ฝ่าวิกฤติ การเปลี่ยนแปลง และการแข่งขัน เร่ง ‘ปรับตำแหน่งการตลาดแบรนด์’ สร้างการจดจำในกลุ่มผู้บริโภค” มีเนื้อข่าวอธิบายจะคัดมาให้อ่านทั้งหมด ดังนี้
นายเทราท์ กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย การปรับตำแหน่งอุตสาหกรรมจะแบ่งเป็นตำแหน่งในอุตสาหกรรม“ท่องเที่ยว” โดยน่าจะกลับไปใช้ชื่อสยาม (SIAM) เพื่อประชาสัมพันธ์ เพราะเป็นชื่อบ่งบอกถึงความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมและประเพณี ที่ชาวตะวันตกให้ความสนใจ เช่นเดียวกับชื่อซีลอนที่เป็นชื่อเดิมของประเทศศรีลังกา หรือการโปรโมทเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย
การหาจุดแข็งทางธุรกิจจะต้องเน้นความสามารถเฉพาะด้าน (Specialist) เพื่อสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งและแข่งขันได้ เช่นเดียวกับแบรนด์ จิม ทอมป์สัน  ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
แนวคิดในโครงการ ครีเอทีฟ อีโคโนมี ของประเทศไทยเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องกำหนดแนวทางในการดำเนินงานให้ชัดเจน และส่งเสริมให้คนไทยเรียนรู้ที่จะสร้างสรรค์ผลงาน
ข่าวในกรุงเทพธุรกิจแนะนำว่านายแจ๊ค เทราท์ กูรูด้านการตลาดชั้นนำของโลก ผู้บุกเบิกทฤษฎี Positioning และ Marketing Warfare ผู้เขียนหนังสือด้านการตลาด อาทิ Positioning : The Battle for Your Mind. Differentiate or Die, Marketing Warfare เป็นต้น สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย เชิญมาบรรยายเรื่อง Positioning Yourself Survival in Recession
สยาม กลายจากคำพื้นเมืองของชาติพันธุ์สุวรรณภูมินับพันๆปีมาแล้วว่า ซำ หรือ ซัม หมายถึง น้ำซึม, น้ำซับ, น้ำพุ, น้ำผุด, ฯลฯ (จากใต้ดิน) เป็นบริเวณดินดำน้ำชุ่มอุดมสมบูรณ์ (สรุปจากนังสือความเป็นมาของคำสยามฯ โดย จิตร  ภูมิศักดิ์ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2519)
ผู้รู้ท้องถิ่นทางอีสานอธิบายว่าคำนี้ปัจจุบันกลายเป็น คำ, ครำ มีทั่วไปในชื่อหมู่บ้าน
เอกสารโบราณเรียกบริเวณลุ่มน้ำโขงถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาบริเวณไทย-ลาว ปัจจุบันว่าสยาม คนในบริเวณนี้ทุกชาติพันธุ์เป็นชาวสยาม มีหลักฐานเก่าก่อน พ.ศ. 1650 (ก่อนรัฐสุโขทัยราว 100 ปี) เป็นคำจารึกภาษาเขมรว่าเสียมกุกที่ปราสาทนครวัด หมายถึงขบวนแห่ของชาวสยาม (มีรายละเอียดในหนังสือ เสียมกุกฯ เป็นใคร? มาจากไหน? ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ กองทุนแบ่งปันฯ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2552)
ชาวยุโรปเรียกกรุงศรีอยุธยาว่า สยาม, ราชอาณาจักรสยาม แล้วเรียกสืบมาถึงกรุงธนบุรี, กรุงเทพฯ ว่า กรุงสยาม
จอมพล ป. พิบูลสงคราม ให้เลิกใช้สยาม แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า ประเทศไทย ตั้งแต่ 24 มิถุนายน 2482
ส. ศิวรักษ์เคยเสนอในวารสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ให้เปลี่ยนชื่อเประเทศกลับไปเป็นสยามตามเดิมเมื่อราว 40 ปีมาแล้ว
ขณะนี้ชาญวิทย์ เกษตรศิริ สืบทอดที่ ส. ศิวรักษ์ เคยเสนอไว้ รณรงค์ให้ใช้ชื่อสยามแทนประเทศไทย
แต่ทั้ง ส. ศิวรักษ์ และ ชาญวิทย์ เกษตรศิริ มิได้ใช้ชื่อ SIAM เพื่อการท่องเที่ยว แต่เพื่อสืบทอดความจริงในประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์อันหลากหลาย แล้วช่วยลดความขัดแย้งทางชาตินิยม เพราะสยามไม่ใช่ชื่อชนชาติ หากเป็นชื่อดินแดนที่มีคนหลายชาติพันธุ์ตั้งหลักแหล่งอยู่ด้วยกัน


แผนที่อุษาคเนย์ที่วาดโดย R.P.Placide นักภูมิศาสตร์ในคณะทูตฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เดินทางมายังอยุธยาสมัยพระนารายณ์ เมื่อ 2229/1686 เห็นได้ว่าชาวต่างชาติเรียกอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาว่า “สยาม” (Royaume de Siam) โดยทางเหนือและตะวันตกเป็นอาณาจักรพม่า (Pegu) ถัดไปเป็นยะไข่ (Aracan) และเบงกอล (Bengala) ด้านตะวันออกของสยามเป็นอาณาจักรลาว (Lao) และกัมพูชา (Camboia) ถัดไปเป็นจามปา (Chiam-pa) โคชินจีน (Cochinchine) และตังเกี๋ย (Tonquin) ด้านใต้เป็นรัฐต่างๆ ในแหลมมลายูและมะละกา (ภาพจาก อยุธยา : ประวัติศาสตร์และการเมือง. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ. มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, 2544.)