Download PDF

ในราชสำนักโบราณสุวรรณภูมิ

มีราชพิธี “ปั้นเมฆ” เสพสังวาส

หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2552

เพื่อ“แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” เนื่องในโครงการเครือมติชนอาสา(ที่จะมีต่อไปข้างหน้า) คุณขรรค์ชัย บุนปาน ประธานฯมติชน จึงอุดหนุนให้อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เสนองานวิชาการเรื่อง—

“ปั้นเมฆ” ขอฝน พิธีกรรมดึกดำบรรพ์ของสุวรรณภูมิ (อ่านรายงานวิจัยอย่างย่อๆกับกำหนดการละเอียดพิมพ์อยู่ในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรมฉบับวันนี้)

งานมีพรุ่งนี้—ศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2552 ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยศิลปากรตั้งแต่เช้า-เย็น(มีเอกสารงานวิจัยฉบับเต็มแจกในงาน)

เพื่อให้ “แบ่งปันความรู้”เข้าสู่ท้องถิ่นโดยตรง คุณขรรค์ชัยจึงขอให้อาจารย์ ศิริพจน์นิมนต์เจ้าอาวาสวัดเขาไม้เดน ผู้ริเริ่มมิวเซียมท้องถิ่น (บ้านโคกไม้เดน ต.ท่าน้ำอ้อย อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์) แล้วเชิญชาวบ้านจากท้องถิ่นบ้านโคกไม้เดนจำนวนหนึ่ง มาร่วมเป็นเจ้าภาพทำบุญสังฆทานสวดบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลให้“เจ้าเมฆ” รูปปั้นสัมฤทธิ์จากโคกไม้เดน อายุ 2,500 ปีมาแล้ว เป็นตุ๊กตาเนื่องในประเพณีขอฝน เรียก“ปั้นเมฆ”ที่เก่าแก่กว่าประเพณีจุดบั้งไฟ

“ปั้นเมฆ” เป็นประเพณีพื้นเมืองดึกดำบรรพ์ของสุวรรณภูมิ มีมาไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว จึงไม่เกี่ยวกับพิธีพราหมณ์ที่นับถือศิวลึงค์ แต่จะเกี่ยวกับคติ “ปลัดขิก”พื้นเมืองสุวรรณภูมิสืบมาจนถึงทุกวันนี้

ในพระราชพิธีโบราณสืบจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ มี“ปั้นเมฆ”อยู่ในพระราชพิธีพรุณศาสตร์ ช่วงเวลาเดือนเก้า ราวกรกฎาคม-สิงหาคม(อ่านรายละเอียดใน www.sujitwongthes.com และในหนังสือประเพณี 12 เดือน โดย ปรานี  วงษ์เทศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2548 หน้า 138-140)

ปั้นเมฆ”ในพระราชพิธีโบราณเท่าที่นึกออกตอนนี้ ผมเคยเขียนอธิบายไว้ในหนังสือนาคในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2543) ได้แก่

ตำนานนางนาคนครธม ที่กษัตริย์กัมพูชาต้องไปเสพสังวาสเป็นประจำ มีอยู่ในบันทึกของคณะทูตจีนชื่อโจวต้ากวาน

พระราชพิธีเบาะพก (เป็นภาษาเขมร แปลว่า ทิ่มๆตำๆทำให้มีท้องหมายถึงเสพสังวาส) มีในกฎมณเฑียรบาลกรุงศรีอยุธยา กำหนดว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องเสพสังวาสกับ“แม่หยัวพระพี่เจ้า” ที่บูชา “องคมีคุณท” (คือ ปลัดขิก)

น่าเชื่อว่าในราชสำนักโบราณสุวรรณภูมิทุกแห่ง มีราชพิธี“ปั้นเมฆ”เสพสังวาสคล้ายคลึงกัน แต่อาจเรียกชื่อต่างกัน

เพื่อให้งาน“แบ่งปันความรู้”ไม่เคร่งครัด แล้วไม่เคร่งเครียดจนอึดอัดขัดข้องอาจารย์อติภพ ภัทรเดชไพศาล แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล ยกวงดนตรีไทยมาขับบรรเลงเพลงประโคมตลอดงาน แล้วร้องเพลงที่ผมแต่งให้ตุ๊กตา“ปั้นเมฆ” กับอื่นๆรวม 3 เพลงด้วย มีเนื้อร้องมาพิมพ์ให้อ่านตรงนี้แล้ว

เปิดฟังตัวอย่างเพลงดนตรีชุดนี้ในเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com

meungcopykokcopy