Download PDF

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2552

“ข่าวสาร” คือ เงินตราแห่งอนาคต “ความรู้” คือ อำนาจ

“ห้องสมุด” คือขุมทรัพย์ทางข่าวสารและความรู้

ข้อความในกรอบ ผมคัดจากบทความเรื่อง พัฒนาการการอ่านในประเทศไทย ด้วยการดูงานห้องสมุดสิงคโปร์ โดย มูฮมัด บิน มูดอ / มกุฏ อรฤดี (ในมติชน รายวัน ฉบับวันจันทร์ 27 กรกฎาคม 2552 หน้า 7) ที่ยกสุนทรพจน์ของนายกฯสิงคโปร์มาอีกทอดหนึ่ง เพื่ออธิบายจุดเริ่มต้นและหัวใจของหอสมุดแห่งชาติและระบบการอ่านของสิงคโปร์

ผมเคยมีอคติต่อสิงคโปร์มานานมาก คราวหนึ่งครั้งรัฐบาลทักษิณมีผู้เป็นนายสำนักนายกฯยุคนั้นจะ“เกณฑ์ไพร่”ให้ไปร่วมดูงานจัดพิพิธภัณฑ์ฯที่สิงคโปร์ เพื่อเตรียมการทำ discovery museum ผมปฏิเสธเฉดหัว แล้วโพนทะนาด่าเปิดเปิงไปว่าผลาญภาษีอากรราษฎรอย่างไร้สาระสิ้นดี

ครั้นอ่านบทความเรื่องนี้ แล้วอ่านสุนทรพจน์ที่คัดมา ทำให้ผมรู้สึกลด ละ เลิก อคติที่เคยมีต่อสิงคโปร์ เพราะเขาไม่ได้สักแต่มีสุนทรพจน์เพื่ออวดโวหาร แล้วไม่ได้ทำเหมือนบ้านเมืองเรา แต่สิ่งที่เขาคิดแล้วลงมือทำงานสร้างสรรค์หอสมุดแห่งชาติและระบบการอ่านอย่างจริงจังจนสำเร็จได้น่าสรรเสริญยิ่งนัก

ขอคัดสุนทรพจน์สิงคโปร์มาให้อ่านกันเต็มๆดังนี้

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1993 (2536) นายโก๊ะ จ๊ก ตง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในโอกาสวันชาติสิงคโปร์ ข้อความสำคัญที่บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์สำคัญของชาติ คือ

“อนาคตอยู่ในมือของประเทศซึ่งประชาชนใช้ข่าวสาร, ความรู้. และเทคโนโลยีร่วมกันอย่างมีประสิทธิผล ทั้งสามอย่างนี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจของชาติประสบความสำเร็จรุ่งเรือง ไม่ใช่ทรัพยากรธรรมชาติแบบเดิม

ข่าวสาร คือเงินตราแห่งอนาคต ความรู้ คืออำนาจ

ทั้งสองอย่างนี้อาจกระจายออกและสูญไปได้รวดเร็ว เพราะฉะนั้น ความสามารถในการเรียนรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะทำให้ประเทศชาติคงขีดความสามารถในการแข่งขัน แข็งแกร่ง และรุ่งเรืองอยู่ได้ในโลกอนาคต

“ห้องสมุด”ในฐานะขุมทรัพย์ทางข่าวสารและความรู้จะมีบทบาทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้สมัยก่อนเราลงทุนไปกับงานห้องสมุดน้อยกว่าที่ควรเป็น มีประชากรเพียงร้อยละ 12 เท่านั้น ที่ใช้บริการห้องสมุดอย่างสม่ำเสมอ แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศทำให้การเข้าไปใช้ประโยชน์ได้มาก

ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะต้องล้าหลังอยู่

เพื่อจะรักษาสภาพปัจจุบัน และกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะหันกลับมามองห้องสมุดของเราอย่างจริงจังกันเสียที”

เกี่ยวกับเรื่องดีๆอย่างนี้ ท่านอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกและคนเดียวที่ผมจำได้แม่นยำว่าเมื่อรับตำแหน่งก็ไปหอสมุดแห่งชาติทันที แล้วมีคำสั่งให้เปิดบริการเต็มที่มากกว่าเดิม โดยจัดงบประมาณเพิ่มให้

หลังจากนั้นจนปัจจุบัน ยังไม่มีนายกฯคนไหนไปหอสมุดแห่งชาติ แล้วผลักดันให้การอ่านเจริญก้าวหน้าอีกเลย

สิงคโปร์ได้ชื่อว่าเป็นทุนนิยมเต็มขั้นสุดขั้ว แล้วทันสมัยอย่างมีพัฒนาการ แต่ก่อนไทยมักดูถูกเหยียดหยามสิงคโปร์ว่าเป็นเจ๊ก-จีนบ้างละ ไม่มีประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเก่าแก่เหมือนไทยบ้างละ ฯลฯ

แต่ทุกวันนี้ไทยต้องไปขอดูงานห้องสมุดจากสิงคโปร์ แล้วเอาเงินบาทเป็นค่าใช้จ่ายไปสมทบทุนให้สิงคโปร์พัฒนากิจการห้องสมุด ขณะที่ไทยอวดว่ามีประวัติศาสตร์วัฒนธรรมเก่าแก่ยาวนานเป็นพันๆปี แล้วอวด(ว่าตามแฟชั่น)“ทันสมัย”(ของตะวันตก)

ขอโทษที่จริงแล้ว “ทันสมัย แต่ไม่พัฒนา” จนกระทั่ง “ทันสมัย แต่ไร้สมอง” ดูจากหอสมุดแห่งชาติของไทย

book buddha5-08-52

คุณธรรม จริยธรรม สามัคคีธรรม ตามแนวทางพระพุทธศาสนา โดย สุรีย์ มีผลกิจ รวบรวมข้อมูลจากพระไตรปิฎก ชุดมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ พิมพ์เนื่องในโอกาสครบ 200 ปี แห่งราชวงศ์จักรี กรุงรัตนโกสินทร์ พระพุทธศักราช 2525 เพื่อให้เกิดความเข้าใจในแต่ละหัวข้อ โดยมีข้ออุปมาเป็นตัวอย่างตามอรรถกถาที่แสดงไว้ด้วยเจตนาที่จะให้พุทธศาสนิกชนและอนุชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสศึกษาแนวทางในการดำเนินชีวิต ตามแนวทางพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ เพื่อนำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ราคา 160 บาท จำหน่ายโดย ศูนย์หนังสือจุฬาฯ โทร. 0 2255 4433 www.chulabook.com