โลกเปลี่ยน สังคมไทยเปลี่ยน

แต่การเรียน-สอนของ สพฐ. ยังไม่เปลี่ยน

ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม 2552

ปฏิรูปการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ใน 1 ปีที่ผ่านมาของ สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ) ที่ลงทุนโฆษณาตัวเองเต็มหนึ่งหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์รายวัน (มติชน ฉบับประจำวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2552 หน้า 16) อ่านแล้วขนลุกขนชันซู่ซ่าเกรียวกราวอย่างเร้าใจตื่นเต้นตามข้อความที่รจนาไว้ เช่น

“ปลูกจิตสำนึกความเป็นไทย”—“เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ”—“ดำรงความเป็นชาติให้ยาวนานตลอดไป”

ทำให้เข้าใจตามลายลักษณ์อักษร ว่านี่คือจิตวิญญาณของ“ประวัติศาสตร์แห่งชาติ”ที่เคยมีมาในยุคจอมพล ป. พิบูลสงคราม กับหลวงวิจิตรวาทการ ที่ส่งผลให้เกิด“ประวัติศาสตร์บาดหมาง—สร้างบาดแผล” เป็นมรดกตกทอดสืบมาถึงทุกวันนี้

นี่เท่ากับ สพฐ. ไม่รับรู้ว่าสังคมไทยทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง หลามนัก แล้วยังต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจการเมืองและสังคมวัฒนธรรม           ทั้งภายในและภายนอกในโลกาภิวัตน์อย่างดิ้นไม่หลุด ฉุดไม่อยู่

ถ้ายังดันทุรังอนุรักษ์หัวปักหัวปำสุดลิ่มทิ่มประตูด้วยแนวทางประวัติศาสตร์บาดหมาง—สร้างบาดแผลต่อไปอย่างนี้ สังคมไทยย่อมไม่มีพลังแข็งแรงพอจะเดินหน้าอย่างองอาจได้ รังแต่จะอ่อนแอเป็นเหยื่อแร้งกาในโลกาภิวัตน์

สพฐ. บอกกว้างๆอย่างมืดแปดด้านว่าจัดการสอนประวัติศาสตร์ “โดยใช้แหล่งเรียนรู้ในท้องถิ่น”

แต่ท้องถิ่นนั้นๆไม่เคยรับรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาก่อน ซ้ำมิหนำประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยไม่เคยมีพื้นที่ให้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น, มหาวิทยาลัยในท้องถิ่นก็ไม่มีการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ไม่ว่าแห่งชาติหรือแห่งท้องถิ่น

ครูในสังกัด สพฐ. เคยเรียนประวัติศาสตร์มาก่อนไม่มากก็น้อย แต่เป็นประวัติศาสตร์ล้าหลัง-คลั่งชาติ, ประวัติศาสตร์บาดหมาง-สร้างบาดแผล, จึงไม่มีท้องถิ่น ไม่เคยเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของประเทศไทยเลย

ลู่ทางแก้ไขผ่อนหนักให้เป็นเบา ขอแนะนำให้ครูของ สพฐ. กับ อปท. (องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น) ร่วมกันรวบรวมความเป็นมาท้องถิ่นนั้นๆเป็นเบื้องต้นไว้ก่อน ทำอย่างง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนมาก หรือจะเชื้อเชิญผู้รู้ที่มีประสบการณ์ไปอธิบายแนะนำก่อนก็ได้ คอลัมน์นี้ยินดีประสานงานให้ฟรีๆ

คุณขรรค์ชัย บุนปาน ประธานฯมติชน มีโครงการมติชนอาสา “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำลำคลอง” สอดคล้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ถ้าท้องถิ่นไหนอยากให้ช่วยสืบค้นเป็นเบื้องต้นเพื่อไปเสาะหาด้วยตนเองต่อไป ขอให้เขียนบอกไปทางประธานฯขรรค์ชัยก็ได้ ผมยินดีเขียน(ร่าง)สังเขปให้เปล่าๆ เพราะนี่เป็นภารกิจของชีวิตอยู่แล้ว

มีกรณีตัวอย่าง เทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุตรดิตถ์อยากรู้ความเป็นมา แล้วเขียนมาบอกให้ผมช่วยสืบค้น ผมต้องดั้นด้นไปถึงเทศบาลแห่งนั้น แล้วกำลังทำให้ แต่เมื่อติดต่อกลับไปเขาไม่สนใจแล้ว ผมก็ทำของผมเอง สนุกดี

มีผู้ขอให้ผมเขียน(ร่าง)ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นสี่จังหวัดภาคใต้อย่างย่อๆให้ ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้)ผมก็ทำส่งให้เอาไปทำประชาพิจารณ์กันก่อนว่าจะพิมพ์เผยแพร่ต่อไปหรือไม่? ถ้าจะพิมพ์แบ่งปันเผยแพร่กันจริงก็จะปรับแก้ไขให้เรียบร้อย

เพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผมเลยสรุปย่อ(ร่าง)ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น        สี่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาลงไว้ในพื้นที่สุวรรณภูมิสังคมวัฒนธรรม(ฉบับวันนี้) แล้วขึ้นเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com ให้อ่านเต็มๆ 130 หน้า ใครอยากจะเอาไปทำอะไรก็ได้ เชิญตามสะดวก ไม่สงวนลิขสิทธิ์

ถ้าพบว่าผิดตรงไหนให้บอกมา ผมจะได้แก้ไขจนกว่าจะถูกต้อง

13-08-52new

“ความเป็นไทย” กับ “ความเป็นชาติ” ไม่จำเป็นต้องบาดหมางสร้างบาดแผลกับเพื่อนบ้านcheap prozac online cheap female viagra pills