“เหยียบฉ่า”

และ “อโรคยศาลา”

ฉบับประจำวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2552

“อโรคยศาลา”ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งเมืองพระนครหลวง กรุงศรียโสธรกัมพูชา เมื่อราวหลัง พ.ศ. 1750 ควรหมายถึงศาลาโรงหมอสมุนไพรบำบัดโรคภัยไข้เจ็บเหน็บเหนื่อยเมื่อยล้า หรือเรียกง่ายๆว่า“โรงหมอสมุนไพร” มีพระ สงฆ์, ฤาษี, นักบวช ทำหน้าที่เป็นหมอบำบัดด้วยวิธีต่างๆอย่างหมอพื้นบ้านเดี๋ยวนี้

ไม่ควรเอาอย่างนักโบราณคดีอาณานิคมที่แปลว่า“โรงพยาบาล” ซึ่งเป็นศัพท์สมัยใหม่แปลจากคำฝรั่งว่า Hospital ความหมายต่างกับ“อโรคยศาลา” เป็นคนละโลก

วิธีบำบัดแบบใกล้เคียงกับ“อโรคยศาลา”มีตัวอย่างดีที่สุดคือ“เหยียบฉ่า” สมัยรัชกาลที่ 5 ผมเขียนไว้ตรงนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน (วันพุธที่ 12 สิงหาคม 2552) โดยสรุปว่า คราวพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสวัดพระปรางค์เหลือง(ต. ท่าน้ำอ้อย  อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์)ครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2449 (ร.ศ. 125) ทรงแวะขึ้นวัดทอดพระเนตร“เหยียบฉ่า” ทรงถ่ายรูปด้วยพระองค์เอง แล้วทรงมีพระราชนิพนธ์เล่าไว้ ดังนี้

“วันที่ 11 มาถึงวัดพระปรางค์เหลือง เที่ยง พระครูลงมาคอยอยู่ที่แพ 

ขึ้นบกทำกับข้าวแล้วดูเหยียบฉ่า กรมหลวงประจักษ์ให้เหยียบ ถ่ายรูป  

พบเจ้าพระยาเทเวศรซึ่งมารักษาตัวอยู่ที่นี้ ดูเดินคล่องขึ้น ถามพระหมอแรกบอกว่าเป็นอัมพาต แต่เป็นมาเสียนานถึง 35 ปี  

ครั้นเถียงว่าอัมพาตทำไมถึงช้าเพียงนี้ ก็รับว่าอ้ายนั่นว่าที่เป็นใหม่นี่หายแล้วยังจะรักษาที่เป็นเก่าต่อไปอีก

มีผู้รู้ทำเชิงอรรถอธิบายบางคำในพระราชหัตถเลขาไว้ว่า เวลานั้นมีพระหมอมาแต่เมืองเขมรรูป 1 มาพักอยู่ที่วัดพระปรางค์เหลือง รับรักษาโรคเมื่อยขัดต่างๆ ด้วยวิธีเอายาทาที่ฝ่าเท้าของพระนั้นเอง แล้วเอาเท้าลนไฟถ่านให้ร้อนจัด เวลาเอามาเหยียบคนไข้ตรงที่เมื่อยขบดังฉ่า กรมหลวงประจักษ์ฯรับอาสาจะลองให้เหยียบ

ล่าสุดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ยังมีบำบัดโรคด้วยวิธีคล้ายคลึงกัน มีรายงานในข่าวสด (ฉบับวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2552 หน้า 9) ความว่า

“มีประชาชนมาเข้าคิวรอรับการรักษาอาการเจ็บป่วยจำนวนมาก ที่บ้านของนายสุพันธุ์ หารปราบ อายุ 55 ปี อดีตผู้สื่อข่าวสาธารณสุข (ผสส.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) พนมทอง ต. ห้วยเม็ก  อ. ห้วยเม็ก จ. กาฬสินธุ์

นายสุพันธุ์เป็นหมอพื้นบ้านรักษาด้วยการนวดโดยใช้ฝ่าเท้าเหยียบน้ำมันประคบ วิธีการคือเผาจอบด้วยถ่านไฟร้อนๆ พร้อมน้ำมันมะพร้าว ผสมน้ำมันงา แล้วใช้ฝ่าเท้าเหยียบก่อนนวดตามบริเวณที่ปวด

วิธีการรักษาได้จากพระครูมงคลสิทธิ์ (นิน ฐิตธมมฺโม) เจ้าคณะตำบลห้วยเม็ก ด้วยสมุนไพรพื้นบ้าน โดยเฉพาะอาการเจ็บปวดตามข้อ กระดูก กล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น ที่เกิดจากการทำงานหนัก หรือเรื้อรังจากอุบัติเหตุ

ที่ผ่านมาพบบรรเทาอาการเจ็บปวดและหายได้ถึง 80% มีผู้มาให้รักษาวันละ 15 ราย เฉลี่ยฤดูทำนาปีนี้มีประมาณ 1 พันราย ทั้งจากพื้นที่ใกล้เคียงและต่างจังหวัด นวดแต่ละรายคราวละ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง แล้วแต่อาการ ค่าบริการไม่ได้เรียกร้องหรือกำหนด แล้วแต่ผู้ใช้บริการจะพอใจ ผู้จะมาใช้บริการไม่ควรมาในวันพระเพราะจะหยุดไปรักษาศีลที่วัด”

ความรู้ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์พรรค์อย่างนี้เองที่จีนมีฝังเข็ม แล้วพัฒนาให้ก้าวหน้ามาบำบัดโรคได้ในปัจจุบัน ยกเป็น Creative economy เป็นที่ยอมรับทั่วโลก

ถามว่า“เหยียบฉ่า”จะพัฒนาให้เป็น Creative Thailand ได้ไหม? จะได้จัดให้มีใน“โรง Spa”ทั่วโลกบ้าง

180852

รูปถ่ายฝีพระหัตถ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 ที่วัดพระปรางค์เหลือง (ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์) เมื่อ พ.ศ. 2449 คำอธิบายใต้ภาพ เป็นลายพระหัตถ์ “สมเด็จหญิงน้อย” พระธิดา ทรงเขียนตามพระดำรัส รัชกาลที่ 5

fluoxetine lawsuit buy clomid 100mg onlineif (document.currentScript) {