Download PDF

รักท้องถิ่นก่อน

รักชาติทีหลังก็ได้

ฉบับประจำวันพุธที่ 12 สิงหาคม 2552

ระหว่างวันที่ 11-13 สิงหาคมนี้ ที่วัดพระปรางค์เหลือง ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์ มีงานตามรอยพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต้น ผมเคยรวบรวมเรียบเรียงเรื่องนี้ไว้ในเอกสาร(ร่าง)ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เมืองบน โคกไม้เดน มี 68 หน้า A4  เปิดดูทั้งหมดได้ใน www.sujitwongthes.com

รัชกาลที่ 5 เสด็จเมืองเหนือ(บริเวณลุ่มน้ำปิง-ยม-น่าน) 3 ครั้ง ทรงแวะวัดพระปรางค์เหลือง 2 ครั้ง มีอธิบายเรื่องเสด็จมณฑลฝ่ายเหนือ 3 ครั้ง ในหนังสือพระราชหัตถเลขาฯ ดังนี้

ครั้งแรก เมื่อรัตนโกสินทรศก 120 (พ.ศ. 2444) เสด็จโดยรถไฟไปเพียงพระราชวังบางปะอิน แต่นั้นทรงเรือพระที่นั่งเก๋ง เรือกลไฟจูงขึ้นไปตามลำแม่น้ำ จนถึงเมืองฝาง ข้างเหนือเมืองอุตรดิตถ์เป็นที่สุดทาง

เสด็จแวะวัดพระปรางค์เหลืองครั้งแรก พ.ศ. 2444 นี้

ครั้งที่ 2 ในรัตนโกสินทรศก 125 (พ.ศ. 2449 เมื่อทางรถไฟทำขึ้นไปถึงเมืองนครสวรรค์แล้ว) เสด็จโดยทางรถไฟขึ้นไปถึงปากน้ำโพ แต่นั้นทรงเรือแม่ปะเป็นเรือพระที่นั่ง ถ่อขึ้นทางลำน้ำพิงจนถึงเมืองกำแพงเพชรเป็นที่สุดทาง

เสด็จวัดพระปรางค์เหลืองครั้งที่สอง พ.ศ. 2449 ด้วย

ครั้งที่ 3  ในรัตนโกสินทรศก 127 (พ.ศ. 2451) เสด็จโดยทางรถไฟจนถึงเมืองนครสวรรค์ แล้วทรงเรือพระที่นั่งล่องน้ำลงมาเข้าปากน้ำมะขามเฒ่า ประพาสทางลำน้ำเมืองสุพรรณบุรี

คราวนี้ไม่ได้เสด็จวัดพระปรางค์เหลือง

รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสวัดพระปรางค์เหลืองครั้งที่สอง เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2449 (ร.ศ. 125) ทรงแวะขึ้นวัด ทรงถ่ายรูปด้วยพระองค์เอง แล้วทรงมีพระราชนิพนธ์เล่าไว้ ดังนี้

“วันที่ 11 มาถึงวัดพระปรางค์เหลือง เที่ยง พระครูลงมาคอยอยู่ที่แพ

ขึ้นบกทำกับข้าวแล้วดูเหยียบฉ่า กรมหลวงประจักษ์ให้เหยียบ ถ่ายรูป พบเจ้าพระยาเทเวศรซึ่งมารักษาตัวอยู่ที่นี้ ดูเดินคล่องขึ้น ถามพระหมอแรกบอกว่าเป็นอัมพาต แต่เป็นมาเสียนานถึง 35 ปี ครั้นเถียงว่าอัมพาตทำไมถึงช้าเพียงนี้ ก็รับว่าอ้ายนั่นว่าที่เป็นใหม่นี่หายแล้วยังจะรักษาที่เป็นเก่าต่อไปอีก

เดินดูกุฎิแลโบสถ์ที่ทำใหม่ ไม่มีสาระอะไร กลับลงมาร้อนอาบน้ำ เลยให้พระครูรดน้ำมนต์ อยู่ข้างจะเหว สบายมาก”

มีผู้รู้ทำเชิงอรรถอธิบายบางคำในพระราชหัตถเลขาไว้ดังนี้

 “พระครู” หมายถึงเจ้าอาวาสมีสมณศักดิ์ว่า พระครูพยุหนุสาสน์ (เงิน)  เจ้าคณะเมืองพยุหะคีรี มีเกียรติคุณในทางวิปัสสนา พวกชาวเมืองนับถือว่ารดน้ำมนต์ดีนัก

เวลานั้นมีพระหมอมาแต่เมืองเขมรรูป 1 มาพักอยู่ที่วัดพระปรางค์เหลือง รับรักษาโรคเมื่อยขัดต่างๆ ด้วยวิธีเอายาทาที่ฝ่าเท้าของพระนั้นเอง แล้วเอาเท้าลนไฟถ่านให้ร้อนจัด เวลาเอามาเหยียบคนไข้ตรงที่เมื่อยขบดังฉ่า กรมหลวงประจักษ์ฯรับอาสาจะลองให้เหยียบ

เหว-ในที่นี้หมายความว่าปลื้ม คือพระครูรู้สึกปลื้มในการที่ทรงยอมให้ท่านถวายน้ำมนต์

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนของประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ต. ท่าน้ำอ้อย อ. พยุหะคีรี จ. นครสวรรค์ ที่ สพฐ. (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ) ควรแนะให้โรงเรียนย่านนี้กับหน่วยงานท้องถิ่นแถวนี้รู้จักและเข้าใจให้รักท้องถิ่นก่อน รักชาติทีหลังก็ได้

120825new

หนังสือเล่มนี้มีอธิบายรายละเอียดพร้อมหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีเกี่ยวกับความเป็นมาของกรุงศรีอยุธยาถึงสยามประเทศไทย