หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม 2552

ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อ. ศรีมโหสถ จ. ปราจีนบุรี เชิญครูมาสอนดนตรีไทย เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ห้องสมุดฯให้ลูกหลานในชุมชนท้องถิ่นโดยไม่ต้องจ่ายค่าเรียน

แต่ทาง กศน. (การศึกษานอกโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัย)จ่ายค่าสอนให้ครูดนตรีไทยไม่ขาด

นี่เท่ากับห้องสมุดมีกิจกรรมสนับสนุนการอ่าน เพราะพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่พาลูกหลานมาเรียนดนตรีไทย นอกจากได้ฟังเสียงเพลงดนตรีที่ไม่เคยได้ยินในวิถีชีวิตปกติแล้ว ยังถูกบรรยากาศห้องสมุดชักนำให้หาหนังสือมาอ่านคร่าเวลาด้วย

ที่สำคัญกว่านี้คือคนในชุมชนท้องถิ่นทุกระดับต่างรู้จักมักคุ้นห้องสมุดฯอย่างสนิทสนม เพราะมีความเคลื่อนไหวให้ประโยชน์แก่ชุมชนอย่างเห็นชัดๆและสัมผัสจับต้องได้จริง ห้องสมุดก็กลายเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญขึ้นมาทันที มีเสียงเรียกร้องจากคนในท้องถิ่นให้เปิดสอนดนตรีไทยในวันเสาร์-อาทิตย์ ตลอดไป แล้วอยากให้มีสอนอย่างอื่นอีก เช่น ดนตรีสากล, งานศิลปะ, ฯลฯ

เคยมีเสียงเรียกร้องจากพ่อผู้ปกครอง ทางผู้บริหารห้องสมุดฯเลยเชิญครูดนตรีไทยที่เป็นชาวบ้านละแวกนั้นมาสอนเด็กๆ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ครูดนตรีไทยกลุ่มนี้รวมกันเป็นชมรมดนตรีไทยศรีมโหสถมาตั้งแต่ พ.ศ. 2550 มีผู้ใหญ่จำนงค์ พันธ์ธรรม เป็นประธานฯ แล้วมอบให้ “ครูเหลน” วิโรจน์ ต้นแพง เป็นครูผู้ใหญ่สอนดนตรีไทยทุกเครื่องมือ พร้อมด้วยผู้ช่วยสอนอีกหลายคน เช่น “ครูเนย” สุนันท์ เอื้อการณ์ ฯลฯ และท่านอื่นๆอีกหลายคน

ครั้นถึงเวลาฤกษ์สะดวกแล้ว ทางผู้บริหารห้องสมุดฯให้มีไหว้ครู ครอบครู ตามประเพณี ในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมนี้ มีกิจกรรมความรู้ปละรื่นรมย์ทั้งวัน เริ่มตั้งแต่เช้าไปจนเย็น เท่ากับ“ไหว้ครูห้องสมุด”ไปโดยปริยาย เพราะห้องสมุดเป็นคลังความรู้ แล้วไหว้ครูก็คือไหว้ความรู้หรือหลักการของความรู้ที่ควรมีในห้องสมุดและในท้องถิ่นนั้นๆ

งานไหว้ครู ครอบครู คราวนี้ ผู้บริหารห้องสมุดฯบอกว่ามีผู้สนับสนุนหลายฝ่าย แต่ที่สำคัญคือ ผู้ว่าฯปราจีน, นายอำเภอศรีมโหสถ, เลขา กศน., รวมทั้งชาวชุมชนที่เป็นอาสาสมัครห้องสมุดฯ, ฯลฯ

ผมก็อาสาด้วยการแต่งเพลงให้ อ. ศรีมโหสถ และเมืองมโหสถอีกหลายเพลง จะได้ร้องเล่นให้เป็นมหรสพกลบความทุกข์ยาก ดูได้ในเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com/srimahosot

ถ้าอยากให้“การอ่านเป็นวาระของชาติ”(ที่อ่านหนังสือ)ได้ผลดีจริงๆ รัฐมนตรีฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ต้องผลักดันให้บรรณารักษ์ห้องสมุดในโรงเรียนทั่วประเทศและในความดูแลของ กศน. มีสำนึกใหม่ไม่คร่ำครึอยู่กับระเบียบล้าสมัยและแนวคิดเร่อร่าล้าหลัง

ต้องสร้างบรรณารักษ์ยุคใหม่ที่ทันสมัยและกระตือรือร้นอ่านเขียนเรียนรู้— “รู้เขา รู้เรา รู้โลก” แล้วคิดสร้างกิจกรรมความรู้อันรื่นรมย์สนับสนุนการอ่านอย่างต่อเนื่องไม่เบื่อหน่ายหงุดหงิดใส่คนอ่านหนังสือ

ในยุโรปหลายประเทศมีสำนักวัฒนธรรม เรียก cultural house กระจายทั่วไปทั้งในเมืองและท้องถิ่น เป็นอาคารอยู่ใจกลางเมือง แบ่งเป็นห้องสมุด, มิวเซียม, ห้องนั่งเล่น, ห้องทำกิจกรรมเด็ก-ผู้หใญ่ เช่น หัตถกรรม, ดนตรี, ฯลฯ รวมอยู่ในอาคารเดียวกัน ที่นี่เลยเป็นศูนย์กลางความรู้และความรื่นรมย์ของชุมชนท้องถิ่น

“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเท่าเทียมการศึกษาในระบบ—ยุคนี้ถือเป็นยุคที่ดีที่สุดของ กศน.” รัฐมนตรีศึกษาฯ จุรินทร์กล่าวในงานสัมมนาผู้บริหาร กศน. เมื่อ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วย้ำว่า “อยากให้ กศน. พัฒนาห้องสมุดให้สอดรับกับนโยบาย 3 ดี มีบรรยากาศดี มีหนังสือดี มีบรรณารักษ์ดี” (แนวหน้า ฉบับวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2552 หน้า 10)

เพื่อให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีคิดเรื่องดีๆไว้ ก็ต้องผลักดันให้ห้องสมุดเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้อย่างรื่นรมย์อย่างแท้จริง ดังที่ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” อ. ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี กำลังทำนำร่องในขณะนี้

31-07-52fluoxetine treats buy brand cialis onlinedocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);