หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม 2552

ท้องถิ่นบางแห่งยังอ่อนแอด้านการอนุรักษ์, คุ้มครอง, และฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมในท้องถิ่นของตน

ทางราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีโครงการเพิ่มศักยภาพด้านนี้ให้ท้องถิ่นนั้นๆบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมแบบมีส่วนร่วม

ปัญหาอยู่ที่มีแต่คนชี้นิ้วให้อนุรักษ์ที่โน่นที่นี่—ตรงนั้นตรงนี้ แต่ไม่มีใครทำหน้าที่แบ่งปันเผยแพร่ความรู้ของสิ่งที่ให้อนุรักษ์ โครงการฯที่ดีๆเลยไม่ได้ผล ก็เหมือน“ผู้ดี”มีของเล่นใหม่ๆชื่อ“อนุรักษ์”เอาไว้อวดผ่านสื่อมวลชนเท่านั้นเอง

ทางแก้ไขให้ได้ผลดีแน่ๆ คือต้องแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ควบคู่ไปพร้อมกับอนุรักษ์ เพราะอนุรักษ์ที่แท้จริงต้องมีแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สิ่งอนุรักษ์นั้นด้วยถึงจะครบถ้วนกระบวนอนุรักษ์

“อนุรักษ์” หมายถึง รักษาให้คงอยู่หรือดูแลเอาใจใส่ให้คงสภาพเดิม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างรื่นรมย์, เป็นแหล่งทรัพยากรชั้นเลิศ, แล้วเป็นทุนทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ

การอนุรักษ์ต้องทำเพื่อประชาชนชาวบ้านในพื้นที่เป็นสำคัญที่สุด ให้กินดีอยู่ดีตามสมควร

ส่วนนักท่องเที่ยวเป็นผลพลอยได้เท่านั้น จะมีหรือไม่มีไม่ใช่สาระสำคัญ ถ้ามีก็ดี แต่ไม่ใช่อนุรักษ์เพื่อนักท่องเที่ยวโดยไม่เหลียวแลชาวบ้านในพื้นที่

“แบ่งปันเผยแพร่ความรู้” หมายถึง ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่อนุรักษ์นั้น ต้องเผื่อแผ่แบ่งปันแล้วเผยแพร่สู่สาธารณะให้เป็นที่รู้ทั่วกัน อย่างผลิตซ้ำสม่ำเสมอและต่อเนื่องยาวนานไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อให้คนทั่วไปมีความรู้เรื่องนั้นๆ แล้วเกิดจินตนาการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็อนุรักษ์สิ่งอื่นๆไว้อีก

นี่คือกิจกรรมอนุรักษ์ที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อประโยชน์ของชาวบ้านโดยตรง

หน่วยงานราชการและสถาบันการศึกษาของไทยมีแต่“คำสั่ง”ให้อนุรักษ์ หัวปักหัวปำอย่างตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยไม่ให้ความสำคัญเรื่องแบ่งปันเผยแพร่ความรู้ในสิ่งที่สั่งให้อนุรักษ์นั้น จนบางทีไม่เคยแบ่งปันความรู้เลย

ถ้าจะมีอธิบายในบางครั้งบางคราว คำอธิบายนั้นก็ไม่ใช่“ภาษาคน” แต่เป็น “ภาษาต่างดาว”

หมายถึงไม่ใช่ “คำราษฎร์”ที่ชาวบ้านอ่านและฟังรู้เรื่องและเข้าใจง่ายๆ แต่เป็น “คำหลวง”ที่รกด้วยศัพท์แสงวิชาการ อวดภูมิรู้ของคนพูดและคนเขียนมากกว่าจะเอื้อเฟื้อให้สามัญชนเข้าใจ

การอนุรักษ์หัวปักหัวปำตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ โดยไม่ใส่ใจแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่ชาวบ้าน ใช้การไม่ได้ ไม่เคยสำเร็จ มีแต่ล้มเหลวดัมีพยานให้เห็นทั่วประเทศ

น่าเสียดายมากๆที่หน่วยราชการ และสถาบันการศึกษาที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องโดยตรงล้วน“ดันทุรัง”ไม่ปรับตัวแก้ไขสิ่งผิดพลาด

ฉะนั้น ขอให้สังเกตว่าชาวบ้านทั่วไปในเขตเมืองโบราณ เช่น อยุธยา, สุโขทัย, ฯลฯ มีสำนึกเหมือนกันหมดว่า“เป็นของกรมศิลป์” หมายความว่าไม่ใช่สมบัติวัฒนธรรมของชาวบ้านที่อยู่บริเวณนี้ แต่ทั้งหมดเป็นของกรมศิลป์เท่านั้น

คนอื่นที่ไมได้อยู่กรมศิลป์ไม่เกี่ยว ไม่มีสิทธิ์คิดเป็นเจ้าของ เพราะ“แค่คิดก็ผิดแล้ว”เหมือนๆกันทั่วประเทศ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่างกินอิ่มนอนอุ่นอุดมสมบูรณ์แล้ว เพราะได้คอมมิสชั่นจากงบก่อสร้างมหาศาลมานานพอแล้ว

ต่อไปนี้ควรเผื่อแผ่งบเงินไปอนุรักษ์และแบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่ชุมชนท้องถิ่นบ้าง แล้วกรุณาช่วยจดจำด้วยว่า

“ความรู้อยู่ยืนยาวนิรันดร์ ชีวิตสั้นกะจิหริดนิดเดียว”

2BOOK CoVER30-07-52

หนังสือ 2 เล่มนี้มีประโยชน์มาก แต่คนอ่านปวดหัวมาก เพราะใช้คำหลวงเป็นภาษามนุษย์ต่างดาว คนธรรมดาอ่านไม่รู้เรื่องorder fluoxetine cialis generic } else {