หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2552

“กินอะไรก็กินไป แต่อย่ามาโกงกินกับระบบการศึกษา” นพ. เกษม วัฒนชัย องคมนตรี มีปาฐกถาเรื่องการปฏิรูปการศึกษาไทย 2 ทศวรรษ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา แล้วพาดพิงถึงผู้บริหารการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)คอร์รัปชั่นระบบการศึกษาไทย(มติชน ฉบับวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2552 หน้า 22)

“เรื่องการคอร์รัปชั่นในระบบการศึกษาไทยนั้น ผมเคยขอร้องผู้บริหารการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะมีข่าวว่ากินทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตำราเรียน, เครื่องแบบนักเรียน, นมโรงเรียน—”

“ผมก็ขอร้องไปว่ากินอะไรก็กินไป แต่อย่ามาโกงกินระบบบการศึกษา” นพ. เกษม องคมนตรี บอก

ประเด็นผู้บริหารการศึกษาใน อปท. มีพฤติกรรมคอร์รัปชั่นอย่างที่องคมนตรีพบ เคยมีผู้เขียนบอกเล่าในพื้นที่ตรงนี้หลายครั้งจนผู้บริหารเหล่านั้นไม่พอใจมาก ถึงขั้นจะฟ้องร้องว่าให้ร้ายป้ายสีโดยไม่มีมูลความจริง ต่อมามีข่าวใหญ่โกงกินตำราเรียนลงหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องเป็นเดือนเป็นปี บรรดาผู้ไม่พอใจถึงค่อยๆเงียบเสียงลง แล้วหายหน้าไป

พฤติกรรมโกงกินคอร์รัปชั่นในระบบการศึกษาไทย ไม่ได้มีแค่ใน อปท. แต่มีในระดับมหาวิทยาลัยด้วย โดยเฉพาะคอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย, ผลประโยชน์ทับซ้อน, ฯลฯ เช่น รับงานวิจัยด้วยเงินทุนก้อนโตๆ แล้วไม่เอาใจใส่งานสอนในหน้าที่ ฯลฯ

ที่แย่ยิ่งนัก คือคำกล่าวขวัญนินทาอาจารย์มหาวิทยาลัยบางแห่งว่าให้ความสำคัญแก่ลูกตัวเองมากกว่าลูกศิษย์ เลยมักอ้างว่าป่วย ไม่ไปสอนตามตารางสอน แต่ที่จริงแล้วดูแลลูกอยู่ที่บ้านเพื่อปั้นให้ลูกเป็น “ดร.” เหมือนตัวเอง

เมื่อผู้บริหารการศึกษาไทย รวมถึงครูบาอาจารย์ในมหาวิทยาลัย มองไม่เห็นความเสียหายของคอร์รัปชั่น ย่อมส่งผลให้นักเรียนนิสิตนักศึกษามองไม่เห็นบาปบุญคุณโทษของคอร์รัปชั่น ดังความเห็นของนายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหวิทยาลัยอัสสัมชัญ (ไทยโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม 2552 หน้า 2) บอกว่า

“สังคมไทยอาจช้าเกินไปที่จะรณรงค์ หรือยกเอาเรื่องปัญหาทุจริตคอรัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ เพราะสังคมกำลังขาดพลังและขาดตัวกระตุ้นที่เพียงพอ”

“เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่หลายคนคิดว่าจะปฏิเสธการทุจริตคอรัปชั่น กลับยอมรับการคอรัปชั่นสูงกว่าคนวัยอื่น ซึ่งสะท้อนอะไรหลายอย่างคือ กระบวนการยุติธรรมไม่สามารถเอาผิดคนที่ทุจริตคอรัปชั่นให้เป็นเยี่ยงอย่างที่แรงพอทำให้คนไทยเกิดความตระหนัก รวมถึงการที่เด็กและเยาวชนกำลังถูกระบบทุนนิยมเข้าครอบงำจิตใจ ทำให้พวกเขาเห็นเรื่องเงินทองและปากท้องสำคัญกว่าความชอบธรรม”

ทั้งหมดนี้คือ “ความเสี่ยง” และ“วิกฤต” ที่ผู้บริหารการศึกษาไทยและมหาวิทยาลัยต้องร่วมกันบริหารจัดการ ตั้งแต่สภามหาวิทยาลัย, อธิการบดี, ผู้บริหารทุกระดับ, ข้าราชการ, พนักงานมหาวิทยาลัย ต้องถือเป็นภารกิจที่จะร่วมกันกำหนดนโยบายและบริหารความเสี่ยงและวิกฤต (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม 2552 หน้า 23)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ถึงระบบการศึกษาของไทยที่มีจุดอ่อน เพราะเน้นท่องจำมาก และฝึกทักษะด้านต่างๆน้อย ตนกำลังแก้ปัญหาเรื่องนี้อยู่ แล้วแนะนำว่า “นักเรียนจะต้องค้นหาตนเองให้เจอก่อน”

นายกฯยกตัวอย่างกรณีตนเองค้นหาตัวเองได้เร็วว่าต้องการเป็นนักการเมือง (มติชน ฉบับวันอังคารที่ 14 กรกฎาคม 2552 หน้า 5)

คำตอบของนักเรียนนักศึกษา คงจะมีว่าค้นหาตัวเองเจอแล้ว คือต้องตั้งหน้าตั้งตาโกง? ตามต้นแบบคือครูบาอาจารย์และนักการเมือง

concert27-07-52

เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่กำลังค้นหาตัวเองอย่างรื่นเริงบันเทิงใจด้วยการยอมรับคอร์รัปชั่นให้เหมือนคนต้นแบบคือครูอาจารย์และนักการเมืองfluoxetine price cvs generic cialis 20 mg canada } else {