หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2552

บรรพชนคนไทยสายแหรกสำคัญคือ ลาว, เขมร, มอญ, ฯลฯ ถ้าดูจากภาษาที่ใช้ทั้งในชีวิตประจำวันและในราชาศัพท์ นอกจากนั้นยังดูได้จากพัฒนาการของกรุงศรีอยุธยาสืบจากรัฐละโว้(ลพบุรี) ซึ่งเป็นเขมรหรือขอม ผมเคยเสนอไว้นานแล้วในหนังสือภาษาและวรรณคดีในสยามประเทศ (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2546) จะสรุปมาให้อ่านดังนี้

ตรงฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา มีรัฐเก่าแก่ตั้งอยู่มาก่อน คือรัฐทวารวดี แล้วสืบเนื่องต่อมาเป็นรัฐละโว้

รัฐละโว้มีความใกล้ชิดเป็นเครือญาติสนิทกับราชอาณาจักรกัมพูชาที่เมืองพระนครหลวง(นครวัด-นครธม) จนได้ชื่อในตำนานเลียนแบบชื่อกัมพูชาว่า “กัมโพช” แล้วเรียกชาวละโว้ว่า “ขอม”

ตัวอักษรที่ใช้ในรัฐละโว้ครั้งนั้นคืออักษรเขมรโบราณสมัยเมืองพระนครย่อมถูกเรียกว่าอักษรขอมตามชื่อทางวัฒนธรรมและชื่อบ้านเมืองในภาษาพูดของคนทั่วไป

ต่อมากลุ่มชนใช้ภาษาตระกูลไทย-ลาวมีฐานะทางการเมืองและสังคมสูงขึ้น รวมทั้งมีจำนวนมากขึ้น

กระทั่งหลัง พ.ศ. 1700 รัฐละโว้เปลี่ยนวงศ์กษัตริย์ แล้วย้ายศูนย์กลางจากเมืองละโว้(ภายหลังได้ชื่อลพบุรี)จากแม่น้ำลพบุรี ไปอยู่ทางแม่น้ำเจ้าพระยา สถาปนาเมืองใหม่ชื่ออโยธยาศรีรามเทพ (ซึ่งจะเป็นกรุงศรีอยุธยาต่อไปภายหน้า) แล้วยกย่องพุทธศาสนาเถรวาทเป็นสำคัญกว่าอย่างอื่น คือให้ความสำคัญกว่าพราหมณ์และพุทธมหายานที่เคยเป็นใหญ่ในรัฐละโว้

ความเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงทางศาสนา-การเมืองดังกล่าวมานั่นแหละ เป็นเหตุให้ภาษาไทยมีบทบาทสูงขึ้นกว่าเดิม แต่ขณะนั้นยังใช้อักษรขอมและถือ เป็นอักษรศักดิ์สิทธิ์ ก็เริ่มเอาอักษรขอมเขียนภาษาไทยในทางศาสนาก่อน หลังจากนั้นก็ใช้เขียนข้อความที่เกี่ยวกับศาสนา-การเมืองด้วย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้เกิดความเชื่อและยกย่องอักษรขอมว่าขลังและศักดิ์สิทธิ์สืบทอดมาถึงปัจจุบัน

อักษรขอมเขียนภาษาไทย ต้องใช้อย่างกว้างขวาง และใช้อย่างคุ้นเคยอยู่นานนับร้อยๆปี ถึงเริ่มปรับใช้ให้เป็นของตัวเองเพื่อถ่ายเสียงสัญลักษณ์ตามเสียงที่ใช้ในภาษาประจำวันอย่างแท้จริง ส่วนใดที่ไม่มีในอักษรขอมก็คิดเพิ่มเติมเข้ามา แต่สิ่งที่ใช้จนเคยชินแล้วก็คงรูปเดิมไว้ เช่น ฎ ฏ ฐ และ ญ เป็นต้น จะเห็นว่ารูปอักษรยังมีเชิงและศกอย่างอักษรขอมติดมา ยิ่งเลข ๑ ถึง ๙ ได้จากเลขขอมหรือเลขเขมรชัดๆ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เรียกกันต่อมาว่าอักษรไทย

อักษรไทยที่มีอักษรขอมเป็นรากฐานสำคัญ คงใช้เวลาวิวัฒนาการอยู่นานพอสมควรกว่าจะได้รูปแบบลงตัวเป็นที่ยอมรับทั่วไป รวมทั้งต้องเอาแบบจากอักษรอื่นๆมาเพิ่มพูนด้วย เช่น อักษรมอญ ลังกา เป็นต้น จากนั้นก็ค่อยๆแพร่หลายจาก ลุ่มแมน้ำเจ้าพระยาขึ้นไปถึงบ้านเมืองห่างไกล เช่น ขึ้นไปทางรัฐสุโขทัยทางลุ่มน้ำยม-น่าน

ความเป็น “คนไทย” แรกมีตัวตนแท้จริงขึ้นพร้อมกับอักษรไทยนี่เอง

แต่โดยมีเขมรหรือขอมเป็นพื้นฐานบรรพชนคนสำคัญ ทำให้ในราชสำนักยุคต้นกรุงศรีอยุธยาพูดภาษาเขมร แล้วกลายเป็นราชาศัพท์สืบมา รวมทั้งนุ่งโจงกระเบนตามแบบเขมรด้วย

ใครจะปฏิเสธอะไร? อย่างไร? ได้ทั้งนั้น แต่ปฏิเสธหลักฐานทนโท่ไม่ได้

cov-pasa24-07-52

ภาษาและอักษรเป็นพยานหลักฐานสำคัญว่าความเป็น “คนไทย” มีสายแหรกสำคัญจากลาว, เขมร, มอญ, ฯลฯ อ่านรายละเอียดในหนังสือภาษาและวรรณคดีในสยามประเทศ ของ สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2546fluoxetine reactions cheap female cialis online